วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 33

กำแพงที่ก่อตัว

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ริน... เรื่องวันนั้น ฉันว่าเราควรคุยกันให้ชัดเจนนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของธันวาที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องสมุดคณะแพทย์ ไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกอบอุ่นเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับทำให้รินรดาที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บหนังสือลงกระเป๋าต้องชะงักมือไปชั่วครู่ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวในแววตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนพิงชั้นหนังสือด้วยท่าทางเซอร์ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ “เราไม่มีอะไรต้องคุยแล้วค่ะธันวา” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนเกือบจะเย็นชา “ถ้าคุณหมายถึงเรื่องเมื่อวานที่โรงพยาบาล ฉันคิดว่ามันจบลงตั้งแต่นาทีที่คุณเดินออกมาจากตรงนั้นแล้ว” ธันวาขมวดคิ้ว มือหนาที่เคยหยิบจับเครื่องมือวิศวกรรมด้วยความมั่นใจกลับกำเข้าหากันแน่น “จบ? เธอเรียกเหตุการณ์ที่รุ่นพี่หมอของเธอพูดจาดูถูกอาชีพฉันต่อหน้าทุกคนว่า ‘จบ’ งั้นเหรอรินรดา? เธอเลือกที่จะนิ่งเฉย เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง… หรือเพราะเธอเองก็คิดแบบนั้นกับฉันอยู่แล้ว?” คำถามที่พุ่งตรงมาเหมือนลูกธนูอาบยาพิษทำให้รินรดาสะอึก หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ความน้อยใจที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์จากการที่ธันวาเอาแต่ทำตามใจตัวเองโดยไม่แคร์สายตาใคร ทั้งที่เธอต้องแบกรับความคาดหวังจากครอบครัวและแรงกดดันจากสังคมหมออย่างหนักหน่วง มันเหมือนระเบิดที่พร้อมจะปะทุในใจ “ใช่ค่ะ!” รินรดาตัดสินใจตะโกนเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเริ่มรื้นไปด้วยหยดน้ำใส “คุณไม่เคยเข้าใจเลยว่าชีวิตคนอย่างฉันมันไม่มีสิทธิ์ล้มเหลว หรือแม้แต่จะทำอะไรที่ดู ‘นอกกรอบ’ ได้อย่างคุณ! ทุกครั้งที่คุณทำตัวเอาแต่ใจ ทุกครั้งที่คุณบุกมาหาฉันที่คณะโดยไม่สนว่าจะมีใครมองยังไง คุณเคยถามบ้างไหมว่าฉันรู้สึกยังไง? หรือคุณสนใจแค่ความสนุกของตัวเองกันแน่คะ?” ธันวาชะงักไปราวกับถูกตบหน้า ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ ธันวาเป็นคนปากร้าย แต่ทุกคำพูดของเขามักแฝงไปด้วยความใส่ใจเสมอ ทว่าในนาทีนี้ ความโกรธและทิฐิที่ก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงหนาของทั้งสองฝ่ายกลับทำให้ไม่มีใครยอมลดราวาศอก “ถ้าคิดว่าการมีฉันมันเป็นภาระขนาดนั้น...” ธันวาเว้นจังหวะ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความหยิ่งทะนงไว้ “ก็นับตั้งแต่วันนี้ไป ไม่ต้องลำบากใจกับคนอย่างผมอีกต่อไปแล้วนะ” เขาก้าวเดินผ่านหน้าเธอไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไอของช็อปวิศวะที่ติดตัวเขาทุกครั้งที่มาหาเธอ จางหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่รินรดาแทบจะทนไม่ไหว เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในห้องสมุด มือเรียวสั่นเทาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมา ในนั้นมีกระดาษโน้ตที่ธันวาเคยแอบแทรกไว้ มันเป็นภาพร่างแบบแปลกๆ ที่เขาวาดให้เธอ เป็นรูปหัวใจที่มีฟันเฟืองประกอบกันอย่างประณีต ‘ถ้าชีวิตคนเราเหมือนการเขียนแบบ... ผมก็คงเป็นเส้นที่วาดขึ้นมาเพื่อมาบรรจบกับเส้นของคุณเท่านั้น’ รินรดากรีดนิ้วไปตามลายเส้นนั้น ก่อนที่หยดน้ำตาเม็ดโตจะร่วงหล่นลงมาจนหมึกสีน้ำเงินเริ่มเลอะเลือน เหมือนกับความสัมพันธ์ของพวกเธอที่กำลังค่อยๆ ถูกลบเลือนด้วยกำแพงที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเอง เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง รินรดาเดินออกมาจากห้องสมุดด้วยสภาพจิตใจที่อ่อนล้า ท้องฟ้าเบื้องบนเริ่มมืดครึ้ม แสงไฟจากตึกคณะแพทย์ส่องสว่างสะท้อนกับพื้นปูน หญิงสาวตัดสินใจเดินไปทางลานจอดรถ แต่ทว่าเมื่อก้าวเท้าพ้นประตูตึก เธอกลับต้องหยุดชะงัก หมอพายยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงสง่าในชุดกาวน์ขาวสะอาดตาที่ดูไร้ที่ติ เขามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะหวังดี แต่ในสายตาของรินรดามันกลับดูน่าอึดอัด “พี่เห็นทุกอย่างนะริน” หมอพายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนถูกกดทับ “คนแบบเด็กวิศวะคนนั้นน่ะ ไม่เหมาะกับอนาคตที่สดใสของรินหรอก อีกไม่กี่เดือนรินต้องไปอินเทิร์นที่โรงพยาบาลใหญ่ ถ้ายังเก็บเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้มาใส่ใจ อนาคตที่พ่อแม่รินวางไว้จะพังหมดนะ” “หนูขอตัวนะคะ” รินรดาพยายามเดินเลี่ยง แต่หมอพายกลับก้าวเข้ามาขวางไว้ เขาหยิบซองจดหมายสีขาวออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์แล้วยื่นให้เธอ “นี่คือรายละเอียดโครงการวิจัยที่จะไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ พี่ทำเรื่องเสนอชื่อรินไว้แล้ว เตรียมตัวให้พร้อม... อย่าให้ใคร หรือ ‘อะไร’ มาทำให้รินเสียงาน” รินรดาจ้องมองซองจดหมายนั้นด้วยใจที่สั่นคลอน อนาคตที่เธอฝันใฝ่กับการตัดสินใจทิ้งคนรักที่เพิ่งจากไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ความขัดแย้งในใจกำลังฉีกกระชากเธอออกเป็นสองฝั่ง ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะยื่นมือไปรับซองจดหมายนั้น เงาร่างหนึ่งที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นจากมุมมืดของลานจอดรถ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทที่คุ้นเคยหยุดลงตรงหน้าเธอ ธันวายืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาดูนิ่งสงบเกินกว่าที่คาดเดา แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับจ้องมองไปยังซองจดหมายในมือหมอพายด้วยแววตาที่ยากจะตีความ ก่อนที่เขาจะหันมามองรินรดาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เธอหนาวเหน็บไปถึงกระดูก “รับไว้สิริน... เพราะต่อจากนี้ ผมก็คงไม่มีสิทธิ์ไปขวางทางเดินที่สวยหรูของคุณอีกแล้ว” เขาเอ่ยจบก็ถอดเสื้อช็อปตัวนอกออก โยนมันทิ้งลงถังขยะข้างทางอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นพร้อมกับจดหมายแห่งอนาคตที่ดูเหมือนจะกลายเป็นคำสาปสำหรับหัวใจของเธอทันที ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกไปกับตัวละครของเกียร์เปื้อนกาวใจนะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%