“ถ้าคุณไม่เข้าใจตรงจุดที่ดิฉันอธิบาย ก็รบกวนจดไว้แล้วไปศึกษาเพิ่มนะคะ อย่าให้เสียเวลาคนอื่นเลย”
น้ำเสียงเรียบเฉยของรินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ เธอกำลังก้มหน้าก้มตาตรวจโปรเจกต์งานโครงสร้างของกลุ่มนักศึกษาปีสอง มือเรียวบางที่เคยจับมีดผ่าตัดอย่างมั่นคงกำลังกรีดปากกาแดงลงบนกระดาษร่างอย่างไม่ปรานี หากแต่ในใจของเธอกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวเลขหรือคานรับน้ำหนักเหล่านั้นเลย
สายตาของเธอเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเป็นครั้งที่สิบของชั่วโมง ธันวานัดเธอไว้ตอนห้าโมงเย็นเพื่อไปดูงานนิทรรศการศิลปะที่เขาตั้งใจจะพาไปชม แต่ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปเกือบห้าโมงครึ่งแล้ว และร่างสูงเจ้าของเสื้อช็อปเปื้อนคราบน้ำมันจางๆ ที่เธอคุ้นเคยยังไม่โผล่มาให้เห็นแม้แต่เงา
รินรดาเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าอย่างใจเย็น แม้ในอกจะเริ่มมีก้อนความรู้สึกขุ่นมัวก่อตัวขึ้น เธอตัดสินใจเดินมุ่งหน้าไปยังตึกปฏิบัติการรวมที่ธันวาชอบไปขลุกตัวอยู่บ่อยๆ กลิ่นจาระบีและเสียงเครื่องตัดเหล็กเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเธอหยุดชะงักลงที่หน้าห้องแล็บขนาดใหญ่
ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติของว่าที่หมอสาวสะดุดลงอย่างแรง
ธันวากำลังนั่งอยู่บนโต๊ะตัวสูง ใบหน้าคมเข้มของเขามีรอยเปื้อนฝุ่นดำๆ เล็กน้อย ดวงตาคู่คมที่เคยเอาแต่จ้องมองเธอด้วยความคลั่งรัก บัดนี้กลับกำลังก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่ระหว่างเขากับรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอคุ้นหน้า... 'มายด์' เด็กปีสองที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่าพยายามเข้าหาธันวามานาน
“ตรงนี้ถ้าพี่ธันวาสอนอีกนิด มายด์ว่ามายด์เข้าใจแล้วค่ะ” มายด์พูดพลางขยับตัวเข้าไปใกล้จนแทบจะแนบชิด ร่างสูงของธันวาไม่ได้ถอยห่าง แต่เขากลับโน้มตัวลงไปอธิบายด้วยท่าทางที่ดูใจดี... ใจดีแบบที่เขาชอบทำกับเธอคนเดียว
“ต้องวางน้ำหนักมือให้ได้แบบนี้ เห็นไหมครับ? ถ้าพลาดแค่มิลเดียว โครงสร้างพังหมดนะ” ธันวาพูดพลางเอื้อมมือไปกุมมือรุ่นน้องเพื่อจัดตำแหน่งปากกา
รินรดายืนนิ่งราวกับถูกสาป ความรู้สึกมวนในท้องไม่ได้เกิดจากความเหนื่อยล้าจากการเรียน แต่มันคือความรู้สึก 'ผิดที่ผิดทาง' อย่างรุนแรง เธอเป็นคนเจ้าระเบียบ เป็นคนรักษากฎเกณฑ์ แต่กับเหตุการณ์ตรงหน้า... เธอไม่รู้เลยว่าต้องจัดการกับมันด้วยระเบียบข้อไหน
เธอหันหลังกลับช้าๆ พยายามก้าวขาให้มั่นคงที่สุด แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอไม่ได้ต้องการจะโวยวาย หรือเดินเข้าไปแสดงตัวให้ดูน่าสมเพช รินรดาเลือกที่จะถอยออกมาเงียบๆ แต่ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะพ้นมุมตึก เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูก็ดังไล่หลังมา
“ริน? มานานหรือยังครับ?”
รินรดาชะงักกึก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับธันวาที่เดินตามมาโดยมีมายด์ยืนมองอยู่ไม่ไกล สายตาของรุ่นน้องคนนั้นฉายแววผู้ชนะอย่างปิดไม่มิด
“ยังค่ะ” รินรดาตอบสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบจนธันวาขมวดคิ้ว “เพิ่งมาถึง แล้วเห็นว่าคุณ... ยุ่งอยู่ ก็เลยไม่อยากกวน”
“พี่ธันวาคะ มายด์ว่าเราคุยกันเรื่องจุดเชื่อมต่อนี่ต่อดีกว่าไหมคะ?” มายด์เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยท่าทีไร้เดียงสา “รินก็คงเข้าใจเนอะ คนทำโปรเจกต์เหมือนกันน่าจะรู้ว่าเวลาพี่ธันวาอธิบายเนี่ย มันสำคัญขนาดไหน”
รินรดามองสบตาหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะหันกลับมาหาธันวาที่ยืนทำหน้าไม่ถูก เขาพยายามจะอธิบาย แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในบทสนทนาที่แสนอึดอัดนี้
หมอพายเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางสุขุมและเย็นชาตามแบบฉบับรุ่นพี่ที่เธอไม่เคยถูกชะตา ร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์สะอาดสะอ้านยืนตระหง่านอยู่ข้างรินรดา ก่อนจะปรายตามองธันวาด้วยสายตาเหยียดหยาม
“เสียเวลาชีวิตจังเลยนะคะริน” หมอพายเอ่ยเสียงเย็น “หมออย่างเรามีคุณค่ามากกว่าจะมาเสียเวลาดูคนกอดคอสอนหนังสือเด็กปีสอง ถ้าเลือกคบคนผิด ชีวิตมันก็วนเวียนอยู่แค่ในอ่างแบบนี้แหละค่ะ”
บรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบลงทันตา ธันวากำหมัดแน่น เส้นเลือดบนข้อมือปูดนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาจ้องมองหมอพายก่อนจะเบนสายตากลับมาที่รินรดาที่นิ่งเงียบเสียจนน่ากลัว
“ริน... ฟังผมนะ ผมไม่ได้...”
“พอเถอะค่ะ” รินรดากระซิบ น้ำตาเม็ดเล็กๆ หลุดออกจากหางตาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว เธอหันไปมองหมอพายแล้วเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือ “รินจะไปกับพี่พายค่ะ ส่วนโปรเจกต์ของน้อง... ก็ให้พี่ธันวาสอนให้จนจบนะคะ ไม่ต้องรีบไปหาคนอื่นหรอกค่ะ”
ธันวาเอื้อมมือจะไปคว้าข้อมือเธอไว้ แต่ในจังหวะที่นิ้วของเขาเกือบจะแตะถูกตัวรินรดา เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ที่เธอเคารพมากที่สุด
“ว่าไงคะอาจารย์... ค่ะ... หนูจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”
รินรดาวางสายด้วยมือที่สั่นเทา เธอหันไปสบตาธันวาเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับว่างเปล่าจนธันวาใจหายวาบ ก่อนจะตัดสินใจเดินตามหลังหมอพายออกไป ทิ้งให้ธันวายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางกลิ่นเหล็กและเศษฝุ่น โดยมีสายตาของมายด์ที่จ้องมองมาอย่างสมใจ
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะก้าวพ้นตึกนั้นเอง เสียงของหมอพายก็ดังขึ้นเบาๆ แต่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ
“รินคะ ถ้าเขาเลือกคนอื่น... ก็ถึงเวลาที่รินต้องเลือกสิ่งที่คู่ควรกับชีวิตหมออย่างเราเสียทีนะ”
รินรดาหยุดกึก เธอไม่ได้หันกลับไป แต่คำพูดนั้นทำให้เธอตัดสินใจทำบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด เธอถอดสร้อยข้อมือที่เป็นรูปเฟืองเล็กๆ ซึ่งเป็นของขวัญชิ้นแรกที่ธันวาให้ไว้ แล้ววางมันลงบนขอบหน้าต่างตึกข้างทาง... ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกไปกับตัวละครของเกียร์เปื้อนกาวใจนะคะ
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 32
ความเข้าใจผิด
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!