วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 8

ค่ำคืนที่ห้องสมุด

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้าจะฝนหัวปากกากับโต๊ะแรงขนาดนั้น มีหวังผมได้จ่ายค่าปรับให้ห้องสมุดคณะคุณอีกรอบแน่ รินรดา” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว ท่ามกลางความเงียบงันในโซนอ่านหนังสือดึกดื่น รินรดาชะงักมือที่กำลังกดปากกาแท่งสีเงินที่ธันวาเคยให้เธอไว้จนปลายแหลมแทบจะทิ่มทะลุลงไปในกระดาษโน้ตวิชาสรีรวิทยา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงที่เพิ่งหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม กลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นฟีโรโมนอ่อนๆ แบบผู้ชายเซอร์ๆ ที่เธอมักจะเผลอใจสั่นทุกครั้งที่ได้กลิ่น “ธันวา... มาทำอะไรที่นี่คะ?” เธอถาม เสียงแผ่วเบาจนแทบจะกลืนไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างหนักในยามค่ำคืน “ก็มาดูคนแถวนี้ที่ทำหน้าเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวน่ะสิ” เขาเท้าคางมองเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วหนาไม่ได้ฉายแววกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับมีความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนเธอรู้สึกหายใจติดขัด “อย่าบอกนะว่าที่นั่งค้างมาสามชั่วโมง เพราะเรื่องที่หมอพายพูดใส่คุณเมื่อเย็นนี้?” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่อยากยอมรับ แต่มันคือความจริง คำพูดที่ว่า ‘ว่าที่แพทย์เกียรตินิยมไม่ควรเอาเวลาไปเกลือกกลั้วกับเด็กวิศวะที่อนาคตยังเอาแน่เอานอนไม่ได้’ ของรุ่นพี่คนนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว ราวกับมีดที่กรีดลงบนความพยายามทั้งหมดที่เธอสะสมมา “มันไม่ใช่ธุระของคุณค่ะ” เธอตอบพลางก้มหน้าหลบสายตา แต่แล้วนิ้วเรียวยาวของธันวาก็เอื้อมมาแตะที่ขอบหนังสือของเธอเบาๆ ก่อนจะดันมันออกไปด้านข้าง “ฟังนะริน... ชีวิตคุณไม่ใช่สมการที่ใครจะมากำหนดค่าตัวแปรแทนคุณได้ โดยเฉพาะไอ้คนประเภทที่วัดค่าคนจากยี่ห้อรถหรือคณะที่เรียน” เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นกายของเขาอบอวลอยู่รอบตัวเธอ “ผมอาจจะเป็นแค่เด็กวิศวะที่วันๆ นั่งอยู่กับเฟืองและกาวตราช้าง แต่มือคู่นี้แหละที่จะช่วยถือปากกาให้คุณวาดอนาคตในแบบที่คุณต้องการ ไม่ใช่แบบที่เขาอยากให้เป็น” ความใกล้ชิดที่เริ่มก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอมองลึกลงไปในดวงตาของเขา เห็นภาพสะท้อนของตัวเองที่ดูอ่อนแอ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความมั่นคงที่ธันวามอบให้ “ธันวาคะ... เราต่างกันเกินไป” เธอพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ “ถ้าใครมาเห็นเราตอนนี้...” “ใครจะเห็นก็ช่างสิ” เขาโน้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินใบหน้าของเธอ “ที่นี่มีแค่เรา สองคน... กับตำราเรียนน่าเบื่อพวกนี้” ธันวาเอื้อมมือไปคว้าปากกาแท่งนั้นจากมือเธอ เขาไม่ได้เขียนลงในสมุด แต่กลับหมุนมันเล่นในมืออย่างชำนาญ ก่อนจะดึงสมุดโน้ตของเธอไปแล้ววาดเส้นสายบางอย่างลงบนมุมกระดาษ รินรดามองดูเส้นที่ขดไปมาจนกลายเป็นรูป ‘เกียร์’ ที่ซ้อนทับกับ ‘สเตทโทสโคป’ ของหมออย่างประณีต “นี่คือแบบร่างของความสัมพันธ์เรา” เขากระซิบ น้ำเสียงแหบพร่าลงอย่างประหลาด “รอยต่อที่ดูจะไปด้วยกันไม่ได้ แต่ถ้าสบจังหวะกันเมื่อไหร่ มันจะกลายเป็นกลไกที่หมุนไปข้างหน้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด... คุณว่าไหม?” รินรดาเผลอกลั้นหายใจ เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้า ยิ่งมองแววตาที่เว้าวอนและจริงจังของคนตรงหน้า ความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างไว้เพื่อรับมือกับความกดดันจากตระกูลหมอก็เริ่มพังทลายลงทีละน้อย เธอตัดสินใจเอื้อมมือไปแตะหลังมือของเขาเบาๆ เป็นสัญญาณของการยอมรับที่ไม่ได้พูดออกมาเป็นคำพูด แต่สายตาที่ส่งไปกลับสื่อความหมายทุกอย่าง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินใกล้เข้ามาหยุดลงที่หน้าโต๊ะ ไฟจากโคมไฟอ่านหนังสือสะท้อนให้เห็นเงาของร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์สะอาดสะอ้านที่คุ้นตา “นึกว่าจะหาตัวยากเสียอีก... ที่แท้ก็แอบมานัดพบกับเด็กวิศวะต่ำๆ อยู่ที่นี่เองสินะ รินรดา” เสียงเย็นเยียบของหมอพายดังขึ้นทำลายบรรยากาศแสนหวานลงทันที รินรดาสะดุ้งสุดตัวและรีบชักมือออก ธันวาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตารุ่นพี่หมอคนนั้นด้วยสายตาที่เย็นชาไม่แพ้กัน เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนบดบังแสงไฟ ทำให้เงาของเขาโถมทับไปที่หมอพายอย่างคุกคาม “หมอครับ... การที่คนเราจะ ‘ต่ำ’ หรือ ‘สูง’ มันไม่ได้วัดกันที่ชุดที่ใส่ แต่มันวัดกันที่สันดานที่แสดงออกมาตอนอยู่ในที่สาธารณะ” ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคม “รบกวนถอยไปหน่อยนะครับ พอดีผมกับรินรดากำลังคุยเรื่อง ‘อนาคต’ กันอยู่... เรื่องที่หมอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้ามาแทรก” รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นหมอพายกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดที่ถูกหักหน้าต่อหน้าต่อตา ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบที่แสนอึดอัดนั้น เป็นเบอร์ของ ‘คุณแม่’ ที่เธอไม่กล้ารับในเวลานี้ “ริน... รับสายสิครับ” ธันวาหันมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนทันทีราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน “ถ้ารับแล้วเรื่องมันจะจบลงที่ความเจ็บปวด ผมขอให้คุณวางมันลง... แล้วหันมาหาผม” รินรดาจ้องมองหน้าจอที่ชื่อมารดาโชว์หราสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของธันวา เธอรู้ดีว่าหากรับสายนี้ อนาคตที่เขาวาดไว้ให้เธอจะสั่นคลอนทันที แต่ถ้าเธอกดตัดสาย... เธออาจจะสูญเสียทุกอย่างที่เคยเป็นมาตลอดชีวิต นิ้วเรียวสั่นเทาขณะที่เธอกดรับสาย ทว่าแทนที่จะเป็นเสียงมารดา เสียงที่ตอบกลับมาผ่านลำโพงโทรศัพท์กลับเป็นเสียงชายวัยกลางคนที่เธอหวาดกลัวที่สุดในตระกูล... พ่อของเธอนั่นเอง “รินรดา... กลับบ้านเดี๋ยวนี้ มีเรื่องด่วนที่ลูกต้องตัดสินใจเรื่องการแต่งงานของลูกกับลูกชายผู้อำนวยการโรงพยาบาล... เดี๋ยวนี้!” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่ซับซ้อนของรินรดาและธันวานะคะ เกียร์เปื้อนกาวใจจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ลุ้นจนหยุดไม่ได้เลยค่ะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%