“ผมถามว่า... ได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่าครับ รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบจนน่ากลัวของนายแพทย์พายดังแทรกขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย รินรดายืนตัวแข็งทื่อ โทรศัพท์มือถือในมือสั่นระริกด้วยแรงบีบจากปลายนิ้วที่ขาวซีด ประโยคคำสั่งเด็ดขาดจากมารดาทางสายปลายสายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *‘เรื่องการแต่งงานของลูกกับลูกชายผู้อำนวยการโรงพยาบาล’* มันเหมือนก้อนหินขนาดมหึมาที่ถูกทุ่มลงมากลางใจ ทำให้ทุกย่างก้าวในเส้นทางแพทย์ฝึกหัดที่เธออดทนเดินมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา
“ริน... ขอตัวสักครู่นะคะพี่พาย พอดีคุณแม่...” รินรดาพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นระริก พลางเงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่หนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยอนาคตไกล
ทว่า หมอพายกลับยื่นมือเรียวยาวเข้าไปคว้าข้อมือบางของเธอไว้ทันทีอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด “คุยเรื่องสำคัญอยู่ คุณจะวางสายไม่ได้นะรินรดา คุณก็รู้ว่าผู้ใหญ่ทางนั้นเขาถือสาเรื่องมารยาทแค่ไหน อีกอย่าง... เรื่องแต่งงานระหว่างคุณกับหมอปกรณ์ มันคืออนาคตที่ถูกปูทางไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว คุณไม่ควรเอาเรื่องไร้สาระอื่นมาใส่ใจตอนนี้”
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่รินรดาจะได้ทันอ้าปากปฏิเสธหรือสะบัดข้อมือออก แรงกระชากมหาศาลจากด้านหลังก็พุ่งเข้ากระชากร่างของเธอกระเด็นเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของใครอีกคนหนึ่งทันที!
กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นไอความร้อนระอุของช่างกลและกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่คุ้นเคย... ธันวา
ชายหนุ่มในชุดช็อปวิศวะสีแดงเข้มที่เปื้อนคราบน้ำมันเครื่องบางจุด ปลายปกเสื้อยับยั้งเล็กน้อยจากการเดินทางฝ่าการจราจรที่ติดขัดมาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคมกุญแจสำคัญที่มักพกความกวนประสาทไว้เสมอ บัดนี้กลับมืดสนิทและลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงและโทสะที่ระงับไม่อยู่ เขายืนบังร่างของหญิงสาวไว้มิดชิดราวกับเกราะเหล็กกล้า ก่อนจะจ้องหน้าหมอพายด้วยแววตาดุดั่งพญาเสือโคร่ง
“มือสะอาดนักนะหมอ... ถึงได้กล้ามาแตะต้องของๆ คนอื่นแบบนี้” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงไม่ได้ดังโวยวาย แต่มันกลับทรงพลังและกดดันจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องรีบเบือนหน้าหนี
หมอพายขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ปรับแว่นตาให้เข้าที่ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นมองเด็กวิศวะที่ตนดูถูกมาโดยตลอด “คุณเป็นใคร เสียมารยาทอะไรถึงมาทำกิริยาต่ำๆ แบบนี้ใส่ผม ถอยไปซะ ถ้านายยังไม่อยากโดนร้องเรียนเรื่องความประพฤติจนหมดสิทธิ์แม้แต่จะเรียนจบ”
“หึ... ขู่เก่งสมเป็นหมอรพ.เอกชนชื่อดังเลยนี่หว่า” ธันวาหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากเยียบเย็นจนน่ากลัว เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวหมอพายทีละก้าว จนอีกฝ่ายต้องผถอยหลังโดยอัตโนมัติ “จำไว้ไอ้หมอ... รินรดาไม่ใช่ตุ๊กตาหน้ารถของใคร และที่สำคัญที่สุด... เขาไม่ใช่ ‘ของ’ ที่แกจะเอาชื่อผู้ชายคนอื่นมาผูกมัดตามใจชอบได้!”
รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบ เธอเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของธันวาที่แผ่ซ่านความอบอุ่นและความโกรธเกรี้ยวออกมาในเวลาเดียวกัน มือบางเอื้อมไปดึงชายเสื้อช็อปของเขาเบาๆ ด้วยความตกใจ “ธันวา... พอเถอะค่ะ อย่ามีเรื่องกันตรงนี้เลย ที่นี่โรงพยาบาลนะ”
“มองผมหน่อยริน” ธันวาหันกลับมามองเธอ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับอ่อนลงราวกับพลิกฝ่ามือ ดวงตาคมคู่นั้นสะท้อนความห่วงใยและความเจ็บปวดลึกๆ ที่เห็นเธอน้ำปริ่มๆ “มันพูดอะไรกับเธอ... แล้วโทรศัพท์เมื่อกี้ ใครโทรมาทำไมเธอถึงหน้าซีดขนาดนี้ หื้ม?”
ความอบอุ่นในน้ำเสียงของเขากลายเป็นตัวจุดชนวนให้เขื่อนน้ำตาที่รินรดาพยายามกักเก็บไว้พังทลายลง เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำว่า ‘แต่งงาน’ ออกมาให้เขาฟัง เพราะเธอกลัว... กลัวเหลือเกินว่าแววตาคลั่งรักของคนตรงหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นความหมดหวัง
หมอพายเห็นช่องว่างจึงแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เธอกลัวจะไม่ได้แต่งงานกับลูกชาย ผอ. โรงพยาบาลต่างหากล่ะ เด็กวิศวะอย่างนายมันก็แค่เศษฝุ่นในชีวิตหมอ ต่อให้พยายามทำตัวเป็นฮีโร่แค่ไหน สุดท้ายเธอก็ต้องแต่งงานกับคนที่ครอบครัวเลือกให้อยู่ดี เพราะคนอย่างรินรดาไม่มีวันกล้าขัดคำสั่งพ่อแม่หรอก”
เพียะ!
เสียงตบหน้าฉานใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนบริเวณนั้น ไม่ใช่ธันวาที่ลงมือ แต่เป็นรินรดาเองที่มือเรียวสั่นเทาจากการกระทำของตนเอง เธอยืนตัวสั่น น้ำตาไหลพรูอาบสองแก้มอย่างสุดจะกลั้น แต่แววตาที่มองหมอพายกลับเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“อย่ามาดูถูกความรู้สึกของริน... และอย่ามาตัดสินชีวิตของรินโดยที่พี่ไม่รู้อะไรเลย!” รินรดาตะโกนออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นหยาดน้ำตาของหญิงสาว หัวใจของหนุ่มวิศวะปากร้ายที่เคยแข็งกระด้าง บัดนี้กลับถูกบีบอัดจนเจ็บแปลบไปหมด เขาไม่สนคำพูดของหมอพายอีกต่อไป สองมือหนารวบจับไหล่บางทั้งสองข้างของรินรดาไว้อย่างทะนุถนอม ดึงเธอมารวมไว้ในอ้อมอกกว้างของตนเองทันที ท่ามกลางสายตาของบุคลากรทางการแพทย์ที่เริ่มมุงดู
“ไม่ต้องร้อง...” ธันวากระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูของเธอ มือหนายกขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยแสดงออกให้ใครเห็น “อยากร้อง ร้องออกมาให้พอ... แต่อย่าก้มหน้ายอมแพ้ให้ใครเด็ดขาด รินรดา”
“ธันวา... แม่จะให้รินแต่งงานจริงๆ นะคะ ฮือ... รินไม่อยากไป รินไม่ได้รักเขา...” เสียงสะอื้นฮักของรินรดาที่ดังอู้อี้อยู่ตรงอกเสื้อช็อปของเขา ทำให้เกียร์ในอกของธันวาแทบจะแตกละเอียด ความรู้สึกผิดที่เคยคิดว่าตัวเองยังดีไม่พอ ความโกรธแค้นต่อกรอบสังคม และความรักที่ล้นทะลักจนควบคุมไม่ได้ ผสมปนเปกันจนกลายเป็นความคลั่งรักขั้นสุด
ธันวาผละร่างบางออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย แต่มือใหญ่ยังคงกุมมือเรียวเย็นเฉียบของเธอไว้แน่น เขาสบตาคู่สวยที่แดงก่ำด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
“งั้นก็ไม่ต้องแต่ง” ธันวาเอ่ยคำพูดที่ทำเอาคนฟังต้องหยุดหายใจ “ถ้าเธอไม่อยากแต่ง... ฉันนี่แหละจะพาเธอหนีไปให้ไกลที่สุดเอง”
รินรดาเงยหน้ามองเขาด้วยความตกใจระคนซาบซึ้งใจ “ธันวา... อย่าพูดเล่นนะ”
“ผมไม่เคยพูดเล่นเรื่องของเธอ” ธันวายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดุดันและจริงจังจนน่าใจหาย ก่อนที่เขาจะหันไปเผชิญหน้ากับหมอพายที่กำลังกุมแก้มข้างที่ถูกตบด้วยความโกรธจัด “แล้วก็ฝากบอกไอ้ผอ. กับลูกชายมันด้วยนะว่า... ว่าที่เจ้าสาวของพวกมันน่ะ มีเจ้าของแล้ว และชื่อของฉันคือธันวา เด็กวิศวะที่พวกแกดูถูกนักดูถูกหนานี่แหละ”
พูดจบ ธันวาก็ไม่รอช้า เขาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาให้ก้าวเดินตามแรงดึงของตนเองทันท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คน รินรดากลั้นหายใจปล่อยให้ตัวเองถูกพาเดินออกมาจากความอึดอัดนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ทั้งหวาดกลัวอนาคตข้างหน้า ทั้งซาบซึ้งใจในความบ้าบิ่นของคนข้างกาย
ทว่า เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงลานจอดรถด้านนอกและกำลังจะก้าวขึ้นมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คู่ใจของธันวา เสียงโทรศัพท์มือถือของรินรดาก็แผดเสียงดังขึ้นอีกครั้ง หน้าจอแสดงชื่อที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก— *‘คุณพ่อ’*
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ มองหน้าจอที่สั่นไหวอยู่บนฝ่ามือด้วยความลังเล ธันวาขมวดคิ้วหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นออกจากมือเธอแล้วกดรับสายแทนโดยไม่ลังเล พร้อมกับเปิดสปีดเกอร์โฟนให้ได้ยินกันทั้งคู่ ท่ามกลางความเงียบงันของลานจอดรถยามเย็น
“รินรดา! ลูกกล้าดียังไงถึงตบหน้าหมอพาย แล้วยังหนีไปกับเด็กช่างกลสันดานต่ำคนนั้น! กลับมาบ้านเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้น... พ่อจะตัดชื่อลูกออกจากกองมรดก และประกาศตัดพ่อลูกกันอย่างเป็นทางการทันที!” เสียงตะคอกด้วยความเกรี้ยวกราดของผู้เป็นพ่อดังทะลุออกมาจากลำโพงจนแสบแก้วหู
รินรดาหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอำนาจของบิดา
ธันวาก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ ดวงตาคมดุจพญาเสือจับจ้องไปยังโทรศัพท์เครื่องนั้น ก่อนที่เขาจะแย่งโทรศัพท์มาถือไว้เอง รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปากหนา พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใดๆ ทั้งสิ้น
“สวัสดีครับคุณพ่อ... ผมธันวาเองครับ” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่จงใจยั่วโมโห “พอดีลูกสาวคุณพ่อเขามีธุระสำคัญ... ต้องไปจดทะเบียนสมรสกับผมซะก่อน ไว้ว่างๆ ผมค่อยพาเมียกลับไปกราบนะครับ!”
——————————
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความคลั่งรักของพี่ธันวานะคะ!*
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 9
หึงจนออกนอกหน้า
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!