“ถ้าคุณคิดว่ารอยยิ้มของคุณจะทำให้ฉันลืมเรื่องค่าซ่อมโมเดลพังๆ นั่นไปได้ล่ะก็ คุณคิดผิดถนัดค่ะ”
รินรดาเอ่ยขึ้นทันทีที่ลมหายใจของเธอเริ่มกลับมาเป็นปกติ เธอพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงจากการจ้องมองของผู้ชายตรงหน้าให้กลับมาอยู่ที่เดิม มือบางกระชับแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอเกลียดความรู้สึกที่เหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนกระดานหมากรุกที่ธันวาเป็นคนวางกลยุทธ์ไว้ทั้งหมด
ธันวาไม่ได้ตอบในทันที เขายังคงยืนพิงกรอบประตูร้านกาแฟท่าทางสบายอารมณ์ เสื้อช็อปวิศวะตัวเก่าที่เปื้อนคราบสีและกลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องดูขัดแย้งกับบรรยากาศร้านที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นอาราบิก้าอย่างประหลาด เขาค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย ก่อนจะหยิบเศษชิ้นส่วนไม้บัลซ่าที่หักสะบั้นขึ้นมาพินิจด้วยสายตาคมกริบ
“ผมไม่ได้จะใช้รอยยิ้มแลกค่าซ่อมครับคุณหมอ...” ธันวาเว้นจังหวะ สายตาคู่นั้นไม่ได้มีแววขี้เล่นเหมือนทุกที แต่มันกลับลึกซึ้งและจริงจังจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ “ผมจะเสนอตัวมาเป็น ‘คนซ่อม’ ให้... แลกกับการที่ผมไม่ต้องจ่ายเงินก้อนโตที่ผมไม่มีทางหาได้ทันในสัปดาห์นี้”
“คุณจะทำอะไร?” เธอถาม เสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความระแวง
“โปรเจกต์สถาปัตย์ตัวนี้มันต้องใช้ความแม่นยำระดับมิลลิเมตร... ซึ่งคุณทำไม่ได้แน่ถ้าต้องทำคนเดียวในสภาพจิตใจแบบนี้” ธันวาวางชิ้นส่วนไม้ลงบนโต๊ะก่อนจะหยิบปากกาเคมีขึ้นมาขีดเขียนลงบนกระดาษร่างแบบของเธออย่างถือวิสาสะ “ผมคือวิศวะที่ทำโปรเจกต์ส่งอาจารย์มานับไม่ถ้วน เรื่องโครงสร้างที่พังทลายแค่นี้... ผมแก้ให้คุณได้ภายในสามวัน”
รินรดามองดูเส้นสายที่เขาตวัดลงบนแบบแปลนด้วยความตกตะลึง เส้นเหล่านั้นไม่ใช่แค่การวาดมั่วๆ แต่มันคือการคำนวณน้ำหนักและการถ่ายเทโครงสร้างที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมที่เธอไม่เคยนึกถึงมาก่อน เธอเม้มริมฝีปากแน่น ความเย่อหยิ่งในฐานะนักศึกษาแพทย์ผู้รักความสมบูรณ์แบบกำลังปะทะกับความต้องการที่จะรักษาโปรเจกต์นี้ไว้
“คุณต้องการอะไรกันแน่ ธันวา?”
“ผมต้องการแค่ให้คุณเลิกทำหน้าเหมือนผมเป็นเชื้อโรคเวลาเดินผ่าน” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเธอได้กลิ่นสบู่หอมสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ “และก็... ช่วยลบภาพจำที่ว่าผมเป็นแค่เด็กหลังห้องไร้สมองออกจากหัวสมองคุณด้วย”
บรรยากาศในร้านกาแฟเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องชงกาแฟที่ดังเป็นระยะ รินรดาจ้องมองดวงตาเรียวรีของเขาอย่างค้นหา เธอไม่รู้เลยว่าภายใต้มาดเซอร์ๆ ของเขานั้นซ่อนความนัยอะไรไว้บ้าง แต่ในขณะเดียวกัน มือของเขาก็เริ่มขยับจัดวางชิ้นส่วนโมเดลที่พังยับเยินอย่างทะนุถนอม ราวกับเขากำลังซ่อมแซมสิ่งที่พังทลายในใจของเธอไปด้วย
“ถ้าผลงานออกมาไม่ดีเหมือนที่คุณพูด ฉันจะไม่ยอมให้คุณเข้าใกล้ฉันอีกเด็ดขาด” เธอตัดสินใจพูดออกไป แม้จะรู้ว่านั่นคือการเปิดประตูให้เขาเข้ามาในชีวิตอย่างเต็มตัว
“ดิลครับคุณหมอ” ธันวายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ดูซื่อตรงจนน่าใจหาย
ตลอดเวลาสามวันต่อมา พื้นที่ว่างในห้องสมุดคณะถูกยึดครองโดยสองชีวิตที่ต่างกันสุดขั้ว รินรดานั่งก้มหน้าอ่านตำราเล่มหนา ในขณะที่ธันวานั่งขัดเกลาไม้บัลซ่าด้วยความตั้งใจสมาธิที่เขาทุ่มเทให้กับการตัดไม้แต่ละชิ้นนั้นช่างน่าเหลือเชื่อ ราวกับเขากำลังผ่าตัดคนไข้ด้วยเครื่องมือช่างที่แม่นยำ
“หมอครับ... จุดนี้ถ้าเราใช้กาวอีพ็อกซี่แทนกาวลาเท็กซ์ โครงสร้างจะรับน้ำหนักได้มากขึ้น” ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากงาน
รินรดาละสายตาจากหนังสือ หันมามองคนตัวสูงที่เหงื่อซึมตามไรผม เขาดูเหนื่อยล้าแต่แววตากลับเป็นประกาย ทุกครั้งที่เขาสบตาเธอ เขามักจะมีเรื่องเล่าตลกๆ เกี่ยวกับความซุ่มซ่ามของเพื่อนในคณะมาทำให้เธอหลุดยิ้มได้เสมอ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด... ความอบอุ่นที่ซึมลึกเข้ามาในความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้น
“คุณดู... ตั้งใจเกินกว่าที่ฉันคิดไว้” เธอเอ่ยเสียงเบา
ธันวาวางมีดคัตเตอร์ลงแล้วจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ “เพราะมันเป็นโปรเจกต์ของคุณไงครับ... ผมถึงต้องทำให้มันออกมาดีที่สุด”
ในขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางเศษไม้และกองตำราแพทย์ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องสมุด รินรดาชะงักไปทันทีเมื่อเห็นเงาร่างของบุคคลที่เดินตรงมาทางนี้ พร้อมกับสีหน้าเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง
นั่นคือหมอพาย... รุ่นพี่ที่คอยจับผิดเธอมาโดยตลอด
หมอพายหยุดยืนที่หน้าโต๊ะ สายตาคมปลาบกวาดมองไปที่ธันวาด้วยความรังเกียจก่อนจะหันมามองรินรดา “รินรดา นี่เธอเอาตัวอะไรมาไว้ในห้องสมุดของนักศึกษาแพทย์? หรือว่าเธอตัดสินใจแล้วว่าจะเปลี่ยนไปคบกับเด็กช่าง... แทนที่จะเป็นว่าที่หมออนาคตไกลอย่างที่เธอควรจะเป็น?”
ธันวาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาบดบังหมอพายจนมิด รินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่คุกรุ่นมาจากคนข้างๆ เธอรีบคว้าแขนเขาไว้เพราะกลัวว่าเรื่องจะบานปลาย แต่ทว่า ธันวากลับหันมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... เป็นสายตาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“หมอครับ...” ธันวาหันไปหาหมอพายด้วยน้ำเสียงที่นิ่งจนน่ากลัว “คนที่เธอควรจะเป็น... คือคนที่เธอเลือกเอง ไม่ใช่คนที่คุณยัดเยียดให้ และถ้าคุณคิดจะดูถูกโปรเจกต์ที่ผมทำ... คุณก็ควรดูให้ดีก่อนว่า ใครกันแน่ที่กำลังจะพังเพราะความอีโก้ของตัวเอง”
รินรดามองทั้งคู่ด้วยความรู้สึกใจหายวาบ เมื่อหมอพายหยิบเอกสารบางอย่างออกมาจากซองสีน้ำตาลแล้วโยนลงบนโต๊ะกลางระหว่างพวกเขา
“งั้นก็ดี... เพราะงานที่เธอกำลังทำอยู่นี้ กำลังจะถูกยกเลิกเพราะมีคนแจ้งว่างานชิ้นนี้มีการทุจริตเกิดขึ้น... และคนที่จะต้องรับผิดชอบ คือรินรดา!”
เกียร์เปื้อนกาวใจหวังว่าทุกคนจะชอบตอนที่ 3 นี้และเตรียมรับมือกับดราม่าที่กำลังจะถาโถมเข้ามาในตอนถัดไปนะคะ
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 3
โปรเจกต์แก้ตัว
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!