วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 23

คำสารภาพของวิศวะ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถอยไปเถอะค่ะธันวา ที่นี่โรงอาหารคณะแพทย์ ไม่ใช่ลานเกียร์ ที่นี่มีกฎ มีระเบียบ และที่สำคัญ... มีสายตาคนนับร้อยกำลังมองมา พี่พายเขามองอยู่ คุณทำแบบนี้มันไม่ให้เกียรติหน้าที่ของรินนะคะ” เสียงของรินรดาสั่นพร่า เธอพยายามเบือนหน้าหนีจากแววตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความรั้นของชายหนุ่มตรงหน้า มือบางพยายามแกะนิ้วแกร่งที่คว้าข้อมือเธอไว้ท่ามกลางเสียงจอแจของเหล่านักศึกษาแพทย์ที่ค่อยๆ เงียบลงจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม ธันวาในชุดช็อปสีเข้มเลอะคราบน้ำมันจางๆ ผิดกับบรรยากาศสะอาดสะอ้านของโรงอาหารคณะแพทย์ เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ดูเหมือนจะกวนประสาท แต่ลึกๆ แล้วกลับฉายแววเจ็บปวดจนคนมองรู้สึกบีบหัวใจ “เกียรติเหรอ?” ธันวาถามย้ำ เสียงเขาทุ้มต่ำและกังวานพอที่จะทำให้โต๊ะข้างๆ ชะงัก “รินคิดว่าความรักที่ผมมีให้รินมันไม่มีเกียรติพอหรือไง? ผมรู้ว่าพี่พายของรินเขามองว่าวิศวะอย่างผมมันก็แค่พวกดิบเถื่อน ไร้หัวนอนปลายเท้า แต่ริน... รินรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอว่าไอ้พวกดิบเถื่อนคนนี้เนี่ยแหละ ที่คอยประคองรินในวันที่รินร้องไห้เพราะกดดันเรื่องสอบจนแทบบ้า!” เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง กวินที่ยืนหลบมุมอยู่ไม่ไกลได้แต่ยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองเบาๆ พึมพำว่า ‘เอาแล้ว เพื่อนกูเปิดโหมดคลั่งรักโหมดทำลายล้างแล้ว’ รินรดาเม้มปากแน่นจนซีด เธอมองไปทางโต๊ะที่หมอพายยืนอยู่ รุ่นพี่หนุ่มคนนั้นกำลังจ้องมองมาด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง หมอพายก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เตรียมจะเอ่ยปากไล่ แต่ธันวากลับก้าวขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ไม้ตัวยาว ก่อนจะกวาดสายตามองไปทั่วโรงอาหารด้วยความเด็ดเดี่ยว “ฟังนะ!” ธันวาตะโกนเรียกสติทุกคนที่กำลังมุงดู “ผมไม่ได้มาเพื่อก่อกวน ผมมาเพื่อแสดงความจำนงค์... ที่ผ่านมาผมอาจจะปากจัด ขวานผ่าซาก ใส่ใจรายละเอียดงานช่างจนลืมใส่ใจความรู้สึกคนรอบข้าง แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่ผมแม่นยำที่สุดในชีวิต คือการที่ผมรักรินรดา คนที่ยืนอยู่ตรงนี้” เขาโดดลงจากเก้าอี้ ยืนเผชิญหน้ากับรินรดาที่ตอนนี้ดวงตาเริ่มคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ “ผมไม่ได้เกิดมาในตระกูลหมอ ผมไม่มีใบปริญญาที่หรูหราอวดใครได้เหมือนคนอื่น แต่ผมสาบานด้วยเกียร์ที่ผมห้อยคออยู่นี้ ว่าถ้าผมได้รับโอกาสเป็นคนที่ดูแลหัวใจของริน ผมจะทำให้รินเห็นว่า... วิศวะที่คลั่งรักคนนี้ สามารถออกแบบชีวิตที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดให้รินได้ ไม่ว่าพายุจากครอบครัวหรือความกดดันจากคณะไหนก็ทำลายมันไม่ได้” ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ รินรดายืนนิ่ง หัวใจของเธอเหมือนถูกคำพูดเหล่านั้นสั่นคลอนจนแทบพังทลาย เธอรู้ดีว่าคำสารภาพนี้มันอาจเปลี่ยนชีวิตการเรียนของเธอไปตลอดกาล หมอพายที่ยืนอยู่ไม่ไกลแค่นหัวเราะออกมาอย่างขบขัน “พูดจบหรือยังไอ้เด็กวิศวะ? ถ้าจบแล้วก็กลับไปที่ของนายซะ อย่ามาทำตัวเป็นตลกคาเฟ่แถวนี้” หมอพายแทรกตัวเข้ามา หมายจะดึงรินรดาออกไป แต่ธันวากลับก้าวเข้ามาขวางไว้ด้วยความรวดเร็ว “ถอยไปครับพี่หมอ” ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง “ถ้าพี่คิดว่าผมไม่มีค่าพอที่จะยืนข้างเขา งั้นพี่ก็ลองบอกมาสิว่าที่ผ่านมาพี่เคยเห็น ‘ความสุข’ ของรินบ้างไหม? หรือเห็นแค่ภาพลักษณ์ที่พี่ต้องการให้เขาเป็น?” รินรดาสะอึกกับประโยคนั้น เธอหันไปมองหมอพายด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นความผิดหวัง ลึกซึ้งและเจ็บปวด เธอค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกมาจากรัศมีของหมอพาย แล้วเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ ธันวา ก่อนจะคว้ามือหนาที่เปื้อนคราบน้ำมันคู่นั้นไว้แน่นต่อหน้าทุกคน “รินขอโทษนะคะพี่พาย...” เสียงของเธอมั่นคงขึ้นกว่าทุกครั้ง “ที่ผ่านมา รินพยายามทำตัวให้เป็นไปตามแบบที่ทุกคนต้องการจนลืมไปว่าหัวใจตัวเองต้องการอะไร... ธันวาอาจจะไม่ใช่คนที่เหมาะสมที่สุดในสายตาใคร แต่เขาคือคนที่เข้าใจรินดีที่สุดในวันที่โลกทั้งใบของรินมันแตกสลาย” บรรยากาศในโรงอาหารเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความตราตรึงใจ ธันวายิ้มกว้าง ยิ้มที่ดูสดใสและอบอุ่นที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมา เขาบีบมือเธอตอบอย่างอ่อนโยน ราวกับจะบอกว่า ‘ไม่ต้องกลัวนะ’ แต่ทว่า... ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงประกาศจากลำโพงโรงพยาบาลที่เชื่อมต่อมายังมหาวิทยาลัยดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดกาวน์ขาวสะอาดสะอ้านที่เดินผ่านฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว นั่นคือ ‘อาจารย์นายแพทย์ศิลา’ บิดาของรินรดาที่เดินตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของทั้งคู่ เขาปรายตามองธันวาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันมามองลูกสาวของตัวเองแล้วเอ่ยคำพูดที่ทำเอาทุกคนถึงกับลมหายใจสะดุด “ริน... กลับบ้านกับพ่อเดี๋ยวนี้ และเรื่องของเธอ... พ่อได้ตัดสินใจเรื่องทุนการศึกษาไปศึกษาต่อต่างประเทศของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอต้องเดินทางในสัปดาห์หน้า” ธันวาหน้าถอดสีทันที รินรดาเบิกตากว้าง มือที่จับกันไว้เริ่มสั่นเทาขณะที่อาจารย์หมอศิลาเดินผ่านธันวาไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ราวกับว่าเขาคือฝุ่นละอองที่ไม่มีตัวตนอยู่ในโลกของแพทย์ผู้สูงศักดิ์ ขอบคุณรี้ดที่น่ารักทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%