“ริน... เงยหน้ามองพี่หน่อย อย่าเพิ่งให้ความเย็นชาของคนอื่นมากลบความรู้สึกของเธอไปหมดเลย”
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด รินรดายืนนิ่ง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่กุมมือเธอไว้แน่นนั้นเปรียบเสมือนเกราะป้องกันเพียงหนึ่งเดียว หลังจากที่อาจารย์หมอศิลาเดินผ่านไปราวกับว่าธันวาเป็นเพียงอากาศธาตุ ความรู้สึกด้อยค่าที่เคยถูกปลูกฝังจากตระกูลแพทย์มันพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ แต่ในขณะเดียวกัน ความอบอุ่นที่ธันวามอบให้กลับรุนแรงจนน่าใจหาย
“ธัน... คุณไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ ถ้าอาจารย์เห็น—”
“ถ้าอาจารย์เห็นแล้วจะทำไมครับ?” ธันวาขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไอของโลหะและน้ำมันเครื่องที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา “ริน... ผมอาจจะเป็นแค่นักศึกษาคณะวิศวะที่โปรไฟล์ไม่สวยหรูเหมือนคนในครอบครัวคุณ ไม่ได้มีใบปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเป็นใบเบิกทางในอนาคต แต่ผมมีหัวใจที่มั่นคงพอที่จะยืนเคียงข้างคุณ ต่อให้ต้องยืนอยู่ท่ามกลางสายตาดูแคลนของใครก็ตาม”
รินรดาเงยหน้าขึ้น สายตาของเธอสั่นระริก เธอเห็นแววตาที่จริงจังเกินกว่าครั้งไหนๆ ของชายหนุ่มเบื้องหน้า
ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงโห่ร้องและเสียงตะโกนเชียร์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของลานเกียร์ กลุ่มนักศึกษาคณะวิศวะที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ไม่ห่างต่างพากันกรูเข้ามาล้อมวงไว้ กวินเพื่อนสนิทของธันวาถือป้ายกระดาษแผ่นโตที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า ‘วิศวะคลั่งรัก พร้อมรับผิดชอบตลอดชีพ’
“เฮ้ย! พี่ธัน อย่าให้เสียชื่อเด็กวิศวะ! เอาเลยพี่ บอกไปเลย!” กวินตะโกนเสียงดังลั่น เรียกเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์จากเพื่อนๆ รอบข้าง บรรยากาศที่เคยตึงเครียดด้วยเงาของอาจารย์หมอศิลาถูกกลบด้วยพลังความบ้าบิ่นของพวกเด็กช่าง
รินรดามองไปรอบๆ เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและรอยยิ้มที่จริงใจของทุกคนที่อยู่รอบตัวเธอ ไม่ใช่ความกดดันที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือความรู้สึกของการได้รับอนุญาตให้ ‘มีความสุข’ ในแบบที่ตัวเองต้องการ
ธันวาคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาหยิบพวงกุญแจรูปเฟืองโลหะขัดเงาที่มีตัวอักษร R สลักอยู่อย่างประณีตออกมา
“รินรดา... ผมไม่ได้มีเครื่องมือแพทย์ราคาแพงมามอบให้คุณ มีแค่เกียร์อันนี้ที่แทนสัญญาว่าต่อจากนี้ไป กลไกชีวิตของผมจะขับเคลื่อนไปพร้อมกับคุณ ไม่ว่าทางข้างหน้าจะขรุขระแค่ไหน ผมจะไม่มีวันปล่อยมือ... เป็นแฟนกันนะครับ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แม้เสียงเชียร์รอบข้างจะยังคงอยู่ แต่ในหูของรินรดากลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความกดดันในฐานะลูกสาวตระกูลหมอที่แบกไว้บนบ่าดูเบาลงทันทีเมื่อสบตากับธันวา
“ค่ะ... ธันวา” เธอตอบเบาๆ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้คนฟังยิ้มกว้างออกมาได้ “เป็นแฟนกันนะคะ”
เสียงเฮดังลั่นไปทั่วบริเวณ กวินถึงกับกระโดดกอดคอเพื่อนด้วยความดีใจ แต่ทว่า... ความสุขนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อชายร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาเดินฝ่าวงล้อมของนักศึกษาเข้ามา แววตาของหมอพายเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ขณะที่ในมือถือโทรศัพท์มือถือที่กำลังเปิดหน้าจอค้างไว้
“ช่างเป็นภาพที่น่าอายจริงๆ นะครับรินรดา” หมอพายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่บาดลึก “หวังว่าสิ่งที่ทำลงไปวันนี้ คุณจะพร้อมรับผลที่ตามมา เมื่อรูปถ่ายของคุณกับเด็กวิศวะคนนี้ถึงมืออาจารย์ศิลา... และท่านตัดสินใจที่จะตัดชื่อคุณออกจากทุนวิจัยต่างประเทศที่คุณเพิ่งขอไป”
รินรดาตัวชาไปทั้งตัว ธันวาที่เพิ่งลุกขึ้นยืนหุบยิ้มทันที มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาก้าวไปข้างหน้าหมายจะเผชิญหน้า แต่ทว่าหน้าจอโทรศัพท์ของหมอพายที่โชว์รูปถ่ายที่ถูกแอบถ่ายไว้ขณะที่เธอกำลังกอดกับธันวาเมื่อครู่ กลับไม่ได้มีแค่รูปพวกเขาสองคน
ในรูปนั้น มีภาพของ ‘บุคคลที่สาม’ ยืนแอบมองอยู่หลังเสา... บุคคลที่เป็นคนสำคัญที่สุดในตระกูลของเธอ ซึ่งกำลังจับตาดูเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรักของธันวากับรินรดานะคะ เกียร์เปื้อนกาวใจจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ดีที่สุดค่ะ
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 24
เป็นแฟนกันนะ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!