"ถ้าคุณจะมาเพื่อสั่งให้ฉันเลิกยุ่งกับเขาอีก ผมว่าคุณหมอกลับไปทำแผลให้คนไข้ในวอร์ดเถอะครับ ตรงนี้... พื้นที่ส่วนตัวของผมกับริน"
ธันวากระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่าในคาเฟ่ที่เงียบเหงา บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มผู้สวมเสื้อช็อปเปื้อนคราบจาระบีจางๆ คุกรุ่นไปด้วยแรงกดดันที่พยายามสะกดไว้ สายตาคมดุจใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งในชุดกาวน์สะอาดตาที่ยืนเผชิญหน้าอยู่
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก มือเรียวบางที่เคยหยิบจับเครื่องมือผ่าตัดได้อย่างมั่นคง บัดนี้กลับสั่นระริกขณะกำชายเสื้อแน่น เธอไม่ได้กลัวคำขู่ แต่เธอกลัว... กลัวว่าความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้จะพังทลายลงเพราะความคาดหวังของคนรอบข้าง
"ฉันไม่ได้มาเพื่อไล่คุณ แต่มาเพื่อบอกว่าถ้าเรายังฝืนเดินหน้าต่อไปแบบนี้ คนที่จะเจ็บที่สุดไม่ใช่แค่ฉัน... แต่เป็นคุณ ธันวา" รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว หากแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามเขา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ ที่ติดตัวเธอมาทำให้ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง
"เจ็บงั้นเหรอ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะกวนประสาทคนอื่นอยู่เสมอตอนนี้กลับดูหม่นหมอง "คุณหมอครับ คุณคิดว่าชีวิตวิศวะที่โดนพ่อกดดันมาตลอดอย่างผม มันยังเหลือความเจ็บอะไรให้กลัวอีกเหรอ? การที่ผมพยายามสอบให้ผ่านโปรเจกต์จบ เพื่อให้ได้พิสูจน์ตัวเอง หรือการที่ผมพยายามเป็นคนที่ดีพอสำหรับคุณ... คุณเรียกว่าความลำบากหรือความเจ็บ?"
"ธันวา..." รินรดาเม้มปากแน่น ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำใส "ที่บ้านฉันมองว่าการคบกับคุณมันคือทางเลือกที่ผิดพลาด พวกเขาไม่เข้าใจว่าวิศวะที่บ้างานอย่างคุณ จะดูแลอนาคตของนักเรียนแพทย์อย่างฉันได้ยังไง หมอพายก็คอยตอกย้ำเรื่องนี้ทุกวันจนฉัน... ฉันเริ่มเหนื่อย"
"เหนื่อยก็เลิกเหนื่อยสิครับ" ธันวาเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้แน่น ความหยาบกร้านจากงานช่างของเขาสัมผัสกับความนุ่มนวลของมือหมอสาว "ริน ฟังนะ... ผมไม่ใช่คนโรแมนติก ผมอาจจะปากเสีย พูดจาไม่เข้าหู และดูไม่มั่นคงในสายตาผู้ใหญ่ แต่ถ้าเป็นเรื่องความรู้สึก ผมชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่เห็นคุณนั่งวาดรูปผังอาคารในห้องสมุดจนดึกดื่นแล้ว"
บรรยากาศในร้านดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังดังชัดเจนแข่งกับเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ ธันวาถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบสมุดร่างแบบเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋า เขาเปิดหน้าสุดท้ายให้เธอเห็น ภาพวาดลายเส้นดินสอที่เก็บรายละเอียดของโครงสร้างตึกแห่งหนึ่งไว้อย่างประณีต แต่มันไม่ใช่ตึกสูงระฟ้าที่ไหน มันคือ 'บ้าน' ในจินตนาการที่มีห้องทำงานของคุณหมอและมุมทำโมเดลของวิศวะอยู่ร่วมกัน
"นี่คือเหตุผลที่ผมยอมโดนด่าทุกวัน เพราะผมเห็นอนาคตตรงนี้" เขาเงยหน้ามองเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความอบอุ่น "ส่วนเรื่องหมอพาย... ถ้าเขาจะกดดันคุณอีก ผมจะเป็นคนไปคุยเอง ในฐานะแฟนของคุณ ไม่ใช่ในฐานะเด็กวิศวะที่ไม่มีอะไรดี"
รินรดามองภาพวาดในสมุดสลับกับใบหน้าของคนตรงหน้า ความกดดันที่แบกไว้ในใจราวกับถูกยกออกไปบางส่วน เธอไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้ความกวนประสาทนั้น ธันวาได้วางแผนไปไกลถึงขั้นนี้แล้ว
"คุณรู้ไหม... บางครั้งฉันก็อิจฉาคุณนะ" รินรดาพูดขึ้นเบาๆ เธอยอมละมือออกจากการกุมกัน เพื่อเอื้อมไปแตะขอบแก้วกาแฟที่เย็นชืด "อิจฉาที่คุณกล้าเถียง กล้าแสดงออกถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการ ในขณะที่ฉันทำได้เพียงแค่ทำตามความคาดหวังของพ่อแม่มาตลอดชีวิต แต่การที่ได้เจอคุณ... มันทำให้ฉันรู้ว่าโลกที่ฉันเห็นมาตลอดมันแคบเกินไป"
"งั้นก็ขยับออกมาสิครับ" ธันวาหยิบแก้วกาแฟของเธอไปวางไว้ข้างๆ แล้วขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ "ขยับออกมาจากกรอบที่คนอื่นขีดไว้ แล้วมาอยู่ในพื้นที่ของผม... ถึงมันจะเปื้อนกาวหรือมีฝุ่นปูนไปบ้าง แต่ผมสัญญาว่าโครงสร้างตรงนี้จะแข็งแรงพอที่จะปกป้องคุณจากทุกอย่าง"
รินรดาเผลอยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ ความอบอุ่นไหลซ่านไปทั่วหัวใจจนเธอลืมเลือนความเจ็บปวดที่หมอพายเคยหยิบยื่นให้ แต่ทว่า... ความสุขนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของธันวาดังขึ้น
เขาก้มลงมองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเคร่งเครียดในทันที มือที่กุมมือเธออยู่กำแน่นขึ้นกว่าเดิมจนรินรดาสังเกตเห็นได้
"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงกังวล
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาเข้มขรึมและเต็มไปด้วยคำถามที่เขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ เขาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเพื่อให้เธอเห็นข้อความที่เพิ่งส่งเข้ามา
'น้องธัน... พ่อถูกเรียกตัวไปสอบสวนเรื่องโครงการวิศวะที่แกทำอยู่ พวกเขากำลังจะรื้อโปรเจกต์แกทิ้ง ถ้าแกยังไม่ยอมถอนตัวจากผู้หญิงคนนั้นซะ'
รินรดารีบดึงมือกลับด้วยความตกใจ เธอเพิ่งจะเข้าใจว่าความรักของเธอกับเขานั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แต่มันคือชนวนสงครามที่กำลังจะทำลายทุกสิ่งที่เขาเพียรพยายามมาตลอดสี่ปี ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาหยิบเสื้อช็อปขึ้นมาพาดบ่า แววตาของเขามุ่งมั่นแต่ทว่าแฝงไปด้วยความอาวรณ์ที่ยากจะอธิบาย
"ริน... ถ้าผมต้องเลือกระหว่างความฝันกับคุณ คุณคิดว่าผมควรจะเดินไปทางไหน?" เขาถามทิ้งท้ายไว้ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตูร้าน ทิ้งให้รินรดานั่งนิ่งอยู่กลางความเงียบงัน พร้อมกับคำตอบที่เธอรู้ดีว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียครั้งใหญ่
ขอบพระคุณนักอ่านทุกคนที่ยังคงจับมือไปกับตัวละครของเกียร์เปื้อนกาวใจนะคะ
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 35
เปิดใจคุยกัน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!