“ถ้าพี่พายยังไม่หยุดก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของริน แล้วแถมยังพยายามจะยัดเยียดความคิดเหยียดหยามคนอื่นให้รินแบบนี้ รินว่าเราคงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วค่ะ”
รินรดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าแววตาคมกริบของเธอในนาทีนี้แข็งกร้าวเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด เธอวางแฟ้มรายงานการศึกษาเคสผู้ป่วยลงบนโต๊ะไม้โอ๊คในห้องพักแพทย์ด้วยจังหวะที่หนักแน่นพอจะเรียกสายตาจากหมอคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ใกล้เคียงให้หันมามองเป็นตาเดียว
หมอพายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแค่นยิ้ม มุมปากของเขากระตุกขึ้นอย่างดูแคลน “รักมากนักหรือไงไอ้เด็กช่างนั่นน่ะ? รินลืมไปแล้วเหรอว่าอนาคตของรินคือการเป็นหมอระดับแถวหน้า ไม่ใช่ไปนั่งเฝ้าคนเขียนแบบบ้านงอกๆ เงยๆ ในห้องพักแคบๆ แบบนั้น”
“มันไม่เกี่ยวกับความรวยหรือความจนหรอกค่ะพี่พาย... มันเกี่ยวกับว่าใครที่ยืนอยู่ข้างรินในวันที่รินเกือบจะแตกสลาย และใครกันแน่ที่เอาแต่กดดันให้รินต้องเป็นในสิ่งที่รินไม่ได้ต้องการ”
รินรดาไม่รอฟังคำตอบของอีกฝ่าย เธอคว้าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดขึ้นมาพาดบ่า ก่อนจะก้าวเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความโล่งใจที่ได้ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นมานาน
เมื่อก้าวพ้นประตูโรงพยาบาลออกมายังลานจอดรถ แสงไฟสลัวจากเสาไฟข้างทางก็สะท้อนกับร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงรถกระบะคันคุ้นตาอยู่ ธันวาไม่ได้อยู่ในชุดช็อปวิศวะที่เปื้อนฝุ่นเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนดูเรียบง่าย สายตาคมปลาบที่มักจะฉายแววหยอกเย้ากลับดูอ่อนแสงลงเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาใกล้
เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหาช้าๆ โดยไม่เอ่ยถามอะไรแม้แต่คำเดียว มือหนาที่เปื้อนคราบดินสอจางๆ ตามนิ้วโป้งเอื้อมมาจัดปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของเธอให้อย่างเบามือ
“เหนื่อยไหมคะ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำของธันวาไม่ได้แฝงไปด้วยความรำคาญหรือความขี้ประชดเหมือนในยามปกติ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ทำให้หัวใจของรินรดาที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาสั่นไหว
รินรดาไม่ตอบ แต่เธอเลือกที่จะซบหน้าลงกับอกกว้างนั้นแทน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไอของไม้และกระดาษที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้เธอมั่นใจว่า นี่คือพื้นที่ปลอดภัยเดียวที่เธอต้องการ
“ธันวา... ขอบคุณนะที่เชื่อใจรินมาตลอด ทั้งที่รินไม่ได้พูดอะไรเลย”
ธันวากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น เขาไม่ได้เอ่ยคำสัญญาที่ยิ่งใหญ่ แต่การที่เขายอมลดอีโก้ของตัวเอง ยอมนั่งรอเธอเป็นชั่วโมงท่ามกลางยุงและอากาศร้อนชื้นเพียงเพื่อให้ได้เห็นหน้าเธอก่อนกลับบ้าน ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำบรรยายใดๆ
“ต่อให้โลกทั้งใบจะมองว่าเราต่างกันเกินไป แต่สำหรับผม... ระยะห่างระหว่างคณะวิศวะกับคณะแพทย์น่ะ มันวัดได้ด้วยแค่ระยะทางที่เราเดินเข้าหากันไม่ใช่เหรอครับ?” ธันวาพูดติดตลกในตอนท้ายเพื่อละลายบรรยากาศที่ตึงเครียด
“ปากเสียนะคุณน่ะ...” รินรดาเงยหน้าขึ้นตีแขนเขาเบาๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาได้ในที่สุด ทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบของค่ำคืน แต่เป็นความเงียบที่ไม่ได้อ้างว้าง หากแต่เป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านบททดสอบแห่งความศรัทธามาได้อย่างงดงาม
ทว่า ท่ามกลางความหวานละมุนที่เริ่มก่อตัวขึ้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะกลับดังแทรกผ่านความเงียบนั้นเข้ามา
“ผมไม่คิดเลยนะว่าว่าที่หมออนาคตไกล จะลดตัวลงมาคบหากับคนที่มีดีแค่ใช้แรงงานแบบนี้”
น้ำเสียงที่คุ้นหูทำให้ทั้งสองคนผละออกจากกัน ธันวาหันไปมองต้นเสียงด้วยสายตาดุดัน ส่วนรินรดาถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นร่างของคุณพ่อของเธอเองที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของลานจอดรถ พร้อมกับสีหน้าเรียบเฉยที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้
“พ่อ...” รินรดาครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบาด้วยความตื่นตระหนก
คุณหมออาวุโสจ้องมองธันวาด้วยสายตาประเมินค่า ก่อนจะเลื่อนสายตาไปทางรถยนต์ที่ถูกจอดทิ้งไว้อย่างไม่เป็นระเบียบของชายหนุ่ม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “ผมไม่ได้มาเพื่อห้าม แต่ผมมาเพื่อจะบอกให้คุณรู้ไว้ว่า... สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ มันไม่ใช่แค่ความรัก แต่มันคือการทำลายอนาคตของลูกสาวผม”
ธันวากำหมัดแน่น แต่ก่อนที่เขาจะสวนกลับไป รินรดากลับก้าวออกมาขวางหน้าพ่อของเธอไว้ด้วยสายตาที่แน่วแน่กว่าครั้งไหนๆ
“ถ้าการที่รินเลือกเขามันคือการทำลายอนาคต... งั้นรินก็ขอเลือกที่จะทำลายมันเพื่อสร้างอนาคตใหม่ที่รินเลือกเองค่ะพ่อ”
บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทลงในทันที คุณหมออาวุโสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปที่ลูกสาวแล้วแค่นยิ้มที่มุมปาก “งั้นเหรอ... ถ้ามั่นใจขนาดนั้น ก็ลองพิสูจน์ให้เห็นสิว่าวิศวะที่ไม่มีอะไรเลยคนนี้ จะพาลูกสาวผมไปรอดได้ถึงไหน”
ชายวัยกลางคนหันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนหนักอึ้ง ทว่าในจังหวะที่ธันวากำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก รินรดากลับหันมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล
“ธันวา... พ่อไม่ได้พูดเล่นนะ ท่านเตรียมการบางอย่างไว้ที่มหาลัยในวันพรุ่งนี้... เรื่องโปรเจกต์จบของเธอ...”
รินรดายังพูดไม่ทันจบ เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้นพร้อมกันหลายสาย เป็นข้อความจากอาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจกต์ที่ทำเอาใบหน้าคมเข้มของธันวาถอดสีลงในทันที
“ริน... โปรเจกต์ของผมถูกสั่งระงับการตรวจสอบสิทธิ์การจบการศึกษา”
เกียร์เปื้อนกาวใจหวังว่าทุกคนจะยังไม่ทิ้งกันไปไหน และร่วมลุ้นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของทั้งคู่ในตอนหน้าไปด้วยกันนะคะ
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 36
ความรักที่แน่นแฟ้นขึ้น
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!