“ผลการประเมินการปฏิบัติงานในวอร์ดของเธอ... อยู่ในระดับที่ ‘น่าเป็นห่วง’ นะรินรดา”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของหมอพายดังก้องไปทั่วห้องพักแพทย์ที่เงียบสงัด รินรดายืนนิ่ง ขอบตาที่เริ่มร้อนผ่าวพยายามกักเก็บหยาดน้ำใสไม่ให้ร่วงหล่นลงมาต่อหน้าคนที่เป็นทั้งรุ่นพี่และผู้คุมมาตรฐานความสำเร็จของเธอ มือที่กำแฟลชการ์ดวิชาศัลยศาสตร์แน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดสั่นระริก
“ริน... รินพยายามเต็มที่แล้วค่ะพี่พาย” เสียงของรินรดาสั่นพร่า
“ความพยายามที่ไม่มีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ก็คือความล้มเหลว” หมอพายวางแฟ้มเคสผู้ป่วยลงบนโต๊ะเสียงดังปัง ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ “ครอบครัวเธอเป็นถึงตระกูลหมอชื่อดัง ถ้าเธอจะมาทำให้ชื่อเสียงด่างพร้อยเพียงเพราะมัวแต่เสียเวลากับ... พวกเด็กวิศวะไร้อนาคตคนนั้น ฉันว่าเธอควรพิจารณาตัวเองใหม่นะ”
รินรดาเม้มปากแน่นจนห่อเลือด ความกดดันที่สะสมมาตลอดสัปดาห์เหมือนเขื่อนที่กำลังจะแตก นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน แต่มันคือการแบกรับความคาดหวังของคนทั้งตระกูลที่กดทับลงมาบนบ่าเล็กๆ ของเธอราวกับหินผา
ในเวลาเดียวกัน ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์...
“มึงจะเอาโมเดลไปแก้รอบที่สิบห้าแล้วนะธันวา!” กวินตะโกนลั่นห้องดราฟต์แบบ พลางคว้าแก้วกาแฟที่พร่องไปครึ่งค่อนกระป๋องขึ้นมาซด “โปรเจกต์จบตัวนี้มึงจะเอาให้มันระเบิดตัวตายก่อนถึงวันพรีเซนต์หรือไงวะ”
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ใช้คัตเตอร์กรีดลงบนแผ่นโฟมบอร์ดด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร ดวงตาคมกริบใต้แว่นสายตานั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แววตาของหนุ่มเซอร์ผู้ไม่เคยสะทกสะท้านกับสิ่งใด บัดนี้กลับมีเพียงความเหม่อลอยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เขาไม่ได้ห่วงแค่โปรเจกต์ แต่วันนี้เป็นวันที่รินรดาต้องเจอการประเมินสำคัญ และเขาก็รู้ดีว่าหมอพายไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ใครผ่านไปได้ง่ายๆ
“กูแค่ต้องการให้มันสมบูรณ์แบบที่สุด... เหมือนที่รินต้องเป็น” ธันวาพึมพำขณะวางชิ้นส่วนสุดท้ายลง
“มึงกำลังบ้า” กวินถอนหายใจ “มึงสองคนน่ะ เหมือนคนกำลังวิ่งบนลู่วิ่งที่ปรับความเร็วสูงสุดโดยไม่มีใครยอมกดหยุดพักเลยนะ รู้ตัวไหม?”
ธันวาชะงักมือนิ่ง ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นสีพ่นและกาวลาเท็กซ์ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอว่างเปล่าไร้ซึ่งข้อความจากคนตัวเล็กที่เขาเฝ้ารอมาตลอดทั้งวัน
ตกเย็น บรรยากาศหน้าคณะแพทย์เต็มไปด้วยไอความร้อนของพื้นถนนที่สะท้อนจากพระอาทิตย์อัสดง ธันวายืนพิงมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันเก่ง มือถือหมวกกันน็อกไว้แน่น เมื่อเห็นร่างบางเดินโซเซออกมาจากตึก เขาก็ไม่รอช้าที่จะสาวเท้าเข้าไปหา
“ริน...” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาที่ว่างเปล่าทำให้หัวใจของธันวากระตุกวูบ เธอไม่ได้ยิ้มให้เขาเหมือนทุกครั้ง แต่น้ำตากลับร่วงเผาะลงมาโดยไม่มีเสียงสะอื้น
“ธันวา... ฉันเหนื่อยเหลือเกิน”
ธันวาดึงร่างบางเข้ามากอดแน่นท่ามกลางสายตานักศึกษาที่เดินขวักไขว่ เขาไม่สนใจใครทั้งนั้นในตอนนี้ ไออุ่นจากตัวเขาเป็นเพียงสิ่งเดียวที่รินรดาโหยหา แต่นาทีที่เธอกำลังจะพิงซบลงบนไหล่กว้าง เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยและน่ารำคาญใจก็ดังแทรกขึ้นมา
“คิดจะแสดงความรักในที่สาธารณะโดยไม่ดูความล้มเหลวของตัวเองเลยหรือไงรินรดา?”
หมอพายเดินตรงเข้ามาพร้อมกับกลุ่มนักศึกษาแพทย์รุ่นน้อง สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสมเพช “ฉันเตือนเธอแล้วนะ ถ้าวันนี้เธอไม่สามารถตอบเคสผู้ป่วยรายสุดท้ายได้ถูกต้อง ฉันจะถือว่าเธอไม่มีคุณสมบัติพอที่จะจบในเทอมนี้”
ธันวาผละออกจากรินรดา ดวงตาคมกริบของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มด้วยความโกรธจัด “คุณเป็นอาจารย์หรือเป็นแค่คนขี้อิจฉาที่ทำลายชีวิตคนอื่นกันแน่ครับหมอพาย?”
“ฉันแค่ทำตามหน้าที่... ส่วนเธอ มันก็แค่ ‘ส่วนเกิน’ ในชีวิตของว่าที่แพทย์ที่มีอนาคตไกล” หมอพายจ้องมองธันวาด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหันไปทางรินรดา “เย็นนี้จะมีบอร์ดบริหารเรียกคุยเรื่องผลการเรียนของเธอ เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ เพราะฉันจะเสนอให้เธอ ‘พักการเรียน’ โดยไม่มีเงื่อนไข”
คำว่า ‘พักการเรียน’ เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของรินรดา ตัวเธอสั่นเทาจนธันวาต้องประคองไว้แน่น
“ถ้าคุณกล้าทำแบบนั้น...” ธันวาเริ่มก้าวเท้าเข้าไปหาหมอพาย น้ำเสียงของเขานิ่งจนน่ากลัว “อย่าคิดว่าคนอย่างผมจะอยู่เฉยให้คนพรรค์คุณรังแกเธอได้อีกต่อไป”
ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากสายตรงของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย รินรดารับสายด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะวางลงด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดกว่าเดิม
“ริน... เกิดอะไรขึ้น?” ธันวาถามด้วยความร้อนใจ
รินรดามองหน้าเขา ดวงตาที่เคยอ่อนหวานบัดนี้เต็มไปด้วยความแตกสลาย “คุณแม่... คุณแม่เป็นลมล้มพับในห้องผ่าตัด ขณะนี้กำลังถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินด่วน... และที่แย่กว่านั้น... หมอพายคือคนที่จะเป็นคนเข้าทำหัตถการให้ท่าน”
ธันวาเบิกตากว้าง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความวุ่นวายของชีวิตที่กำลังพังทลายลงตรงหน้า นี่ไม่ใช่แค่จุดเปลี่ยนของความรัก แต่มันคือเดิมพันด้วยชีวิตคนที่รินรดารักที่สุดในโลก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดของทั้งคู่ในบทนี้นะคะ
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 15
กลับมาสู่ความจริง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!