“สรุปแล้ว... พี่ธันมองรินเป็นอะไรกันแน่คะ”
คำถามนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของรินรดา ท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ ในร้านคาเฟ่เล็กๆ ใกล้คณะแพทยศาสตร์ที่คนเริ่มบางตาลงแล้ว เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้าม แต่นิ้วเรียวยาวกลับกำลังเขี่ยหลอดแก้วในเครื่องดื่มที่ละลายจนจืดชืดไปหมดแล้ว
ธันวาที่นั่งฝั่งตรงข้ามชะงักมือที่กำลังขีดเขียนแบบแปลนโครงสร้างลงในสมุดสเก็ตช์เล่มโปรด เขาเงยหน้าขึ้น สบสายตากับหญิงสาวที่วันนี้สวมชุดกาวน์สั้นทับชุดนักศึกษาดูเรียบร้อยราวกับภาพวาด แต่ดวงตาคู่นั้นกลับสั่นไหวอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“ถามแบบนี้... หมายความว่ายังไงครับ... เอ้ย หมายความว่ายังไงคะ” ธันวาหลุดเรียกสรรพนามผิดจังหวะจนเจ้าตัวต้องขยี้ผมทรงเซอร์ของตัวเองอย่างขัดใจ “ริน... เราก็เป็นแบบนี้มานานแล้วไม่ใช่เหรอ”
“แบบนี้คือแบบไหนคะ? คนคุย? พี่น้อง? หรือแค่คนแก้เหงาเวลาที่พี่ธันว่างจากการคุมไซต์งาน?”
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ หากแต่คนฟังอย่างธันวากลับรู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดลงบนอก เขาโยนปากกาลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง ‘ปัง’ เรียกสายตาจากพนักงานในร้านให้หันมามอง แต่เขาไม่สนใจ ความโกรธปนความน้อยใจเริ่มตีตื้นขึ้นในอก
“รินกำลังดูถูกความรู้สึกของผม... ของธันอยู่นะ” เขาเน้นเสียงต่ำ “ที่ผ่านมาธันไม่ได้ดูแลรินแค่เล่นๆ นะครับ ธันรู้ว่ารินชอบดื่มชาเอิร์ลเกรย์ตอนเช้า ธันรู้ว่ารินแพ้อาหารทะเลจนต้องพกยาแก้แพ้ไว้ในกระเป๋าเสมอ ธันรู้แม้กระทั่งว่าเวลาที่รินเครียดจากการราวน์วอร์ด รินชอบไปนั่งถอนหายใจที่ดาดฟ้าตึกคณะ”
รินรดาแค่นยิ้ม มือที่เขี่ยหลอดแก้วหยุดลงทันที “ใช่ค่ะ พี่รู้ทุกอย่าง... แต่พี่ไม่เคยรู้เลยว่ารินต้องการอะไรจากความสัมพันธ์นี้ ในขณะที่พี่พายคอยตอกย้ำรินทุกวันว่า ‘คนอย่างวิศวะน่ะเหรอ จะรักหมอจริงจัง’ รินต้องตอบเขาไปว่ายังไงคะ? ในเมื่อสถานะของเรามันไม่มีแม้แต่ชื่อเรียก”
ธันวานิ่งงันไป คำพูดของหมอพายไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา แต่มันกลับเป็นอาวุธที่แหลมคมที่สุดในตอนนี้ เขาอยากจะคว้ามือรินรดามากุมไว้ แต่ความทิฐิในใจของลูกวิศวะที่ถูกสอนมาให้มั่นคงและหนักแน่นกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนติดหล่ม
“รินอยากได้คำจำกัดความมากขนาดนั้นเลยเหรอ” ธันวาถามเสียงพร่า
“ถ้ามันไม่มีคำจำกัดความ... มันก็ไม่มีหลักประกันค่ะว่าวันหนึ่งพี่จะไม่เดินไปหาคนอื่นที่... เหมาะสมกับพี่มากกว่าริน”
บทสนทนาถูกตัดจบลงเมื่อเสียงโทรศัพท์ของรินรดาดังขึ้น ‘พี่พาย’ คือชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ แสงไฟจากหน้าจอสมาร์ทโฟนสะท้อนเข้าตาของธันวา ราวกับกำลังหยามศักดิ์ศรีของเขา รินรดามองดูชื่อนั้นด้วยแววตาที่ฉายชัดถึงความลำบากใจ เธอไม่ได้กดรับ แต่ก็ไม่ได้กดตัดสาย
“ถ้าพี่ไม่พร้อมจะบอกว่าเราเป็นอะไรกัน... ก็ปล่อยให้รินไปเจอคนที่เขาพร้อมจะเปิดเผยตัวตนกับรินดีกว่านะคะ”
รินรดาลุกขึ้นยืน เธอหยิบกระเป๋าเตรียมจะเดินออกไปโดยไม่รอคำตอบ ธันวารีบลุกขึ้นตาม แรงดึงที่ข้อมือรินรดาทำให้เธอต้องหันกลับมาปะทะกับสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและดุดันของคนตัวสูง
“อย่าพูดว่า ‘คนอื่น’ อีก” ธันวาข่มอารมณ์ “ธันอาจจะพูดไม่เก่ง อาจจะเซอร์จนดูไม่น่าไว้ใจในสายตาคนรอบข้างริน แต่ธันไม่เคยให้ความสำคัญกับใครจนถึงขั้นยอมทิ้งแบบงานสำคัญเพื่อไปเฝ้ารินที่หน้าห้องผ่าตัดตอนตีสาม... รินรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอว่ามันหมายถึงอะไร”
รินรดาสะอึก คำพูดของเขาแทงใจดำเธอยิ่งกว่าการถูกหมอพายตำหนิเสียอีก เธอรู้ดี... เธอรู้ดีเสมอว่าธันวาจริงใจแค่ไหน แต่ความกลัวในสายตาครอบครัวและความคาดหวังที่แบกอยู่บนบ่านั้นทำให้เธอเปราะบางเหลือเกิน
“ถ้ารินยอมเดินไปกับพี่ตอนนี้... พี่จะกล้าบอกใครไหมคะว่าเราเป็นอะไรกัน”
รินรดาถามทิ้งท้าย ก่อนจะชักมือกลับแล้วหันหลังเดินออกจากร้านไปทันที ทิ้งให้ธันวายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางสายตาของคนในร้าน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรออกหาใครบางคนด้วยมือที่สั่นเทา
“กวิน... กูว่ากูทำพังหมดแล้วว่ะ”
ในขณะที่ธันวากำลังระบายความในใจกับเพื่อนสนิทอยู่นั้น ที่หน้าประตูร้าน ร่างสูงโปร่งของหมอพายที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ มานานกลับยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เขากดปิดหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังบันทึกเสียงบทสนทนาทั้งหมดไว้ก่อนจะเดินแทรกตัวผ่านรินรดาไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง
รินรดาชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำของหมอพายดังขึ้นข้างหู “หมอครับ... ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกเนี่ย ถ้าปล่อยไว้นานๆ มันก็น่าสมเพชนะครับ ไม่สู้จบๆ ไปซะ ดีกว่าทนคบกับคนที่ไม่มีอนาคตให้คุณหมอหรอก”
หมอพายเดินผ่านไปทิ้งไว้เพียงความเงียบและลมหายใจที่สั่นสะท้านของรินรดา แต่ก่อนที่เธอจะได้ก้าวเดินต่อไป แรงดึงมหาศาลจากทางด้านหลังก็กระชากร่างเธอเข้าไปในซอกตึกมืดมิดข้างร้านกาแฟ ธันวาคว้าตัวเธอเข้าไปกอดแน่น ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาประทับลงที่ข้างหูเธอจนสั่นไปทั้งร่าง
“ถ้ามันคือสิ่งที่รินต้องการ... พรุ่งนี้ที่งานเลี้ยงรุ่นพี่ปี 4 คณะวิศวะ ธันจะประกาศให้ทุกคนรู้เอง ว่ารินรดาคือ ‘คนของธัน’... ถึงตอนนั้นรินจะกล้าจับมือธันต่อหน้าทุกคนไหมล่ะครับ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดของทั้งคู่ในบทนี้นะคะ
เกียร์เปื้อนกาวใจ
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 16
สถานะที่ยังไม่ชัดเจน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!