“ถ้าหมอจะรีบเดินหนีเพราะกลัวคนอื่นเห็นว่ากำลังคุยกับเด็กวิศวะฯ อย่างผมล่ะก็... ผมแนะนำให้หมอถอดเสื้อกาวน์ทิ้งไว้ที่ห้องสมุดเลยจะง่ายกว่านะครับ จะได้ไม่มีอะไรมาคอยตีกรอบชีวิตหมอไง”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความกวนประสาทแต่ทว่าหนักแน่นดังขึ้นท่ามกลางทางเดินเชื่อมระหว่างคณะแพทยศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างเงียบเชียบในเวลานี้ รินรดาสะดุ้งโหยงจนเกือบทำแฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้น เธอชะงักฝีเท้าทันที ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของร่างสูงในชุดช็อปสีซีดที่เปื้อนคราบกาวและฝุ่นชอล์กตามสไตล์เด็กสถาปัตย์ปีสี่
“ธันวา... คุณนี่มันเหลืออดจริงๆ เลยนะ” รินรดาถอนหายใจยาว พยายามกดเสียงให้ต่ำเพื่อไม่ให้ใครผ่านมาเห็นภาพที่เธออยู่กับชายหนุ่มเพียงลำพัง “ที่นี่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ไม่ใช่โรงฝึกงานของคุณ จะมาทำตัวรุ่มร่ามหรือพูดจาไร้สาระแบบนี้ไม่ได้”
ธันวาไม่ได้เกรงกลัวต่อสายตาคู่คมที่พยายามจะดุเขา เขาเพียงแค่ขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับผนังปูนเย็นเยียบ กลิ่นจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อที่ติดตัวหญิงสาวปะทะกับกลิ่นสะอาดๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเสื้อช็อปของเขา มันเป็นส่วนผสมที่ดูย้อนแย้งแต่ลงตัวอย่างประหลาด
“ใครว่าผมไร้สาระครับ” ธันวาเอื้อมมือไปคว้ามุมแฟ้มเอกสารที่รินรดาถืออยู่ แล้วดึงมันออกมาถือไว้เองหน้าตาเฉย “ผมกำลังจริงจัง... จริงจังชนิดที่ว่า ถ้าวันนี้หมอยังไม่ยอมให้ผมไปส่งที่หอพัก ผมคงต้องไปนั่งรอหน้าห้องฉุกเฉินจนกว่าเวรหมอจะเลิก”
“คุณจะทำแบบนั้นทำไม!”
“ก็เพราะหมอเอาแต่หนี” ธันวาลดระดับสายตาลงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มมีความวูบไหว “หมอแคร์คำพูดพี่พายจนไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าผม ทั้งที่จริงๆ แล้ว... หัวใจของหมอไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยใช่ไหมครับ?”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น คำพูดของเขาแทงใจดำจนเธอพูดไม่ออก ความกดดันที่ต้องเป็นลูกหมอผู้สมบูรณ์แบบ แบกรับความคาดหวังของครอบครัว และการถูกหมอพายตอกย้ำว่า ‘ไม่คู่ควร’ มันทำให้เธอกลายเป็นคนขี้ขลาดในความรัก
“มันไม่ใช่เรื่องความรู้สึกอย่างเดียวหรอกธันวา มันคือโลกของเรา... เราอยู่คนละโลกกัน”
“โลกที่ว่าคือโลกที่มีแค่หมอจดจำแต่สูตรยา แต่ไม่มีเวลาให้ตัวเองมีความสุขเลยเหรอครับ?” ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน “ผมไม่สนหรอกนะว่าใครจะมองว่าวิศวะฯ อย่างผมมันเถื่อนหรือไม่มีอนาคตในสายตาครอบครัวหมอ แต่ถ้าวันนี้หมอไม่กล้าก้าวออกมาจากกรอบนั้น... ผมจะเป็นคนพังกำแพงนั่นให้เอง”
เขาวางแฟ้มลงบนม้านั่งข้างทาง ก่อนจะถือวิสาสะคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่น ไม่ใช่การจับแบบรุนแรง แต่เป็นการจับจองที่แสดงถึงความมุ่งมั่นจนหญิงสาวรู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดปกติ
“ไปกับผม... ไปหาอะไรกินข้างนอกซะ รินรดา”
“แต่หมอพายเขา...”
“พี่พายไม่ใช่เจ้าชีวิตหมอครับ” ธันวาขัดขึ้นทันที สายตาของเขาเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความจริงจังที่หาได้ยาก “และผมก็ไม่ใช่เด็กที่คอยตามหลังใคร ถ้าหมอไม่กล้าบอกเขา เดี๋ยววันนี้ผมจะเดินไปบอกพี่พายเองว่า คนที่หมอกำลังศึกษาดูใจอยู่... คือวิศวะฯ ปากจัดคนนี้”
รินรดาเบิกตากว้าง เธอพยายามสะบัดมือออกแต่ก็ทำไม่ได้ ความห่วงใยที่แฝงมากับความเผด็จการของธันวามันทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นจนน่ากลัว เธอไม่เคยได้รับความกล้าหาญแบบนี้จากใคร คนรอบข้างมีแต่จะสั่งให้เธอเดินตามทางที่ขีดไว้ แต่ธันวากลับยื่นมือมาดึงเธอออกนอกเส้นทางที่แสนอึดอัดนั้น
ขณะที่ทั้งคู่กำลังยื้อยุดกันอยู่กลางทางเดิน จู่ๆ เสียงส้นสูงที่กระทบพื้นปูนก็ดังสะท้อนมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างระหงในชุดเสื้อกาวน์สะอาดสะอ้านของหมอพายจะปรากฏตัวขึ้นพร้อมสายตาที่อ่านไม่ออก
“ทำอะไรกันน่ะ?” หมอพายเอ่ยเสียงเย็น เย็นเสียจนรินรดารู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
ธันวาไม่เพียงแค่ไม่ปล่อยมือ แต่เขากลับกระชับมือรินรดาแน่นขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะหันไปยิ้มกวนประสาทให้รุ่นพี่คนเก่งของคณะแพทย์
“ก็แค่มาพาน้องหมอไปหาข้าวกินครับพี่พาย... อ้อ แล้วก็ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ต้องรบกวนเวลาส่วนตัวของหมอเขานิดหน่อย พอดีผมมีความอดทนต่ำน่ะครับ เลยทนดูคนเขาทรมานกับความกดดันนานๆ ไม่ไหว”
หมอพายชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก แล้วก้าวเข้ามาใกล้ธันวาจนระยะห่างเหลือเพียงคืบ “เธอคิดว่าเธอเป็นใครถึงจะมาเปลี่ยนอะไรในชีวิตรินรดาได้? เธอเป็นแค่วิศวะฯ ที่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ อย่าให้ความหลงระเริงมาทำให้รินรดาต้องเสียอนาคตไปเพราะคนอย่างเธอเลยนะ”
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอกำลังจะเอ่ยปากห้าม แต่ธันวากลับหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ดูมั่นใจและดุดันจนแม้แต่หมอพายยังต้องชะงัก
“พี่พายครับ... อนาคตของรินรดา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเธอคบกับใคร แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเธอมีความสุขไหมต่างหาก” ธันวาหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่อ่อนโยนจนหญิงสาวแทบละลาย “ไปกันเถอะครับริน... ผมจองโต๊ะไว้แล้ว และถ้าพี่พายอยากจะติเตียนอะไรผมอีก ก็เชิญตามมาที่ร้านได้เลย ผมยินดีที่จะแลกเปลี่ยนทัศนคติกับพี่ต่อหน้าเพื่อนๆ ของผมด้วย”
ธันวาจูงมือรินรดาเดินผ่านหน้าหมอพายไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้รินรดาสับสนระหว่างความหวาดกลัวต่อสิ่งที่จะตามมา กับความรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาดที่ได้หลุดออกมาจากจุดนั้น
แต่ทว่า ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะพ้นประตูตึก เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อ ‘คุณพ่อ’ ทำเอาหัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ธันวากดหยุดเดิน เขาจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ของเธอนิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้รินรดารู้สึกถึงบางสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล “รับสิครับ... ถ้าหมอไม่รับ พ่อหมอจะโทรมาหาผมแทนในอีกห้านาทีข้างหน้า”
“คุณพูดอะไร... คุณรู้จักพ่อฉันได้ยังไง!”
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยิ้มมุมปาก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของเขาเองออกมาโชว์ให้เห็นข้อความที่เพิ่งส่งมาจากเบอร์แปลกประหลาดที่รินรดาคุ้นตาเป็นอย่างดี... เบอร์ห้องทำงานของพ่อเธอเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงเป็นกำลังใจให้ความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของธันวาและรินรดานะคะ เกียร์เปื้อนกาวใจจะรอพบทุกคนในบทถัดไปค่ะ
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 17
เมื่อธันวาเริ่มรุกหนัก
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!