วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 18

เซอร์ไพรส์ที่ไม่คาดฝัน

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“หมอรินคะ เคสวอร์ดอายุรกรรมประสาทวันนี้น่าจะหนักพอสมควร เตรียมใจไว้หรือยังคะ?” น้ำเสียงเนิบนาบแต่แฝงไปด้วยความกดดันของ ‘หมอพาย’ ดังขึ้นทันทีที่รินรดาเดินพ้นประตูห้องพักแพทย์ ร่างสูงโปร่งในชุดกราวน์สีขาวสะอาดตาของรุ่นพี่หญิงก้าวเข้ามาขวางทางเธอไว้ สายตาคมกริบมองไล่ตั้งแต่ปลายเท้าจรดศีรษะของรินรดาด้วยความรู้สึกที่ไม่เป็นมิตรนัก “รินเตรียมตัวมาดีแล้วค่ะพี่พาย ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอพยายามเก็บความเหนื่อยล้าจากการเข้าเวรดึกเมื่อคืนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย มือเรียวบางกระชับแฟ้มคนไข้ในอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด ความกดดันจากการแบกรับชื่อเสียงของครอบครัวตระกูลแพทย์ชื่อดังเริ่มกัดกินหัวใจเธอจนรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง “ดีค่ะ หวังว่าจะไม่เอาเรื่องไร้สาระข้างนอกนั่นเข้ามาปนในงานนะคะ โดยเฉพาะพวกเด็กวิศวะที่ชอบทำตัวไร้ระเบียบ... เสียเกียรติหมอหมด” หมอพายพ่นลมหายใจอย่างดูแคลน ก่อนจะเดินกระแทกไหล่รินรดาไปทิ้งให้ร่างบางยืนนิ่งอยู่กลางโถงทางเดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ รินรดาถอนหายใจยาว แววตาที่เคยเข้มแข็งสั่นไหววูบหนึ่ง เธอไม่ได้กังวลเรื่องคำพูดของหมอพาย แต่กังวลว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดสัปดาห์กำลังจะทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาในที่สาธารณะ เธอเดินเลี่ยงไปที่มุมทางเดินใกล้บันไดหนีไฟ ที่นั่นเงียบสงบและเป็นจุดที่เธอใช้พักใจเสมอ ขณะที่เธอกำลังจะเปิดขวดน้ำดื่ม เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากปลายทางเดิน ไม่ใช่เสียงรองเท้าคัทชูของเพื่อนร่วมงาน แต่เป็นเสียงรองเท้าผ้าใบที่คุ้นเคยในจังหวะการเดินที่หนักแน่นและเป็นเอกลักษณ์... รินรดาชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่เชื่อสายตา ชายหนุ่มในเสื้อช็อปวิศวะสีซีดที่ดูจะผ่านการใช้งานมาอย่างหนักหน่วงแต่สะอาดสะอ้านยืนอยู่ตรงนั้น มือหนาข้างหนึ่งถือถุงกระดาษสีน้ำตาลที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มปลาเจ้าดังแถวมหาวิทยาลัยที่เธอชอบที่สุด ส่วนอีกข้างเขากำลังหมุนเฟืองเหล็กตัวเล็กๆ เล่นแก้เบื่อ “ตรงนี้มันโซนห้ามคนนอกเข้าไม่ใช่เหรอคะ... คุณธันวา” รินรดาถามเสียงสั่น แม้ในใจจะอยากวิ่งเข้าไปหาคนตรงหน้าจนแทบบ้า ธันวาเลิกคิ้วขึ้น มุมปากหยักยิ้มในแบบที่ทำให้คนมองใจสั่น “ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะโดนไล่ครับ... อ๊ะ ขอโทษทีติดปากไปหน่อยนะหมอ” เขาแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นรินรดาทำตาเขียวใส่ “ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะโดนไล่ แต่นี่ผมมาในฐานะ ‘คนสำคัญ’ ที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านด่านยามมาได้ด้วยสกิลการเจรจาขั้นสูงสุดน่ะครับ” “สกิลการเจรจาหรือว่าแอบเข้ามาคะ?” “มันก็พอกันนั่นแหละครับ” ธันวาหัวเราะหึๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่รินรดารู้สึกว่ามันหอมกว่าน้ำหอมราคาแพงที่ไหน “เห็นว่าเมื่อคืนเข้าเวรยาว ดูหน้าซีดเหมือนศพแล้วนะยัยคุณหมอ ถ้าไม่หาอะไรลงท้อง เดี๋ยวตอนผ่าตัดมือสั่นผมไม่รับผิดชอบนะ” เขาขยับเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกำแพง มือหนาถือถุงอาหารยื่นมาตรงหน้าเธอ กลิ่นหอมของข้าวต้มปลาทำให้ท้องของเธอประท้วงขึ้นมาทันที “ฉันไม่มีเวลาพักกินหรอกค่ะ เดี๋ยวต้องไปดูเคสต่อแล้ว” เธอปฏิเสธ ทั้งที่ใจอยากจะวางแฟ้มทุกอย่างแล้วนั่งลงกับเขาสักสิบนาที “งั้นกินไปคุยไปไงครับ หรืออยากให้ผมป้อน?” ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นไปอีก สายตาคมกริบของวิศวะหนุ่มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยของเธออย่างเปิดเผย “ผมทำข้อตกลงกับหัวหน้าเวรคุณไว้แล้ว ว่าจะพาคุณไปหาที่นั่งพักสัก 15 นาที... แลกกับการที่ผมจะช่วยงานซ่อมบำรุงอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ในวอร์ดของคุณให้ฟรีๆ โดยไม่คิดค่าแรง” รินรดาชะงัก “คุณไปติดต่อหัวหน้าวอร์ดได้ยังไงคะ? เขาเป็นคนเข้มงวดมากนะ!” “ก็นะ... วิศวะน่ะถนัดเรื่องการวางระบบ แล้วก็นิสัยเสียอยู่อย่างคือถ้าอยากได้อะไร ผมไม่เคยพลาด” ธันวายื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความอบอุ่นไปทั่วหัวใจของคนหมอที่เหนื่อยล้า “ริน... เหนื่อยก็พัก ไม่ต้องแบกทั้งโลกไว้คนเดียวหรอกครับ ผมไม่ได้มาเป็นภาระ แต่ผมมาเป็นฐานให้คุณยืนพัก” ประโยคนั้นทำเอาน้ำตาที่รินรดาพยายามกั้นไว้เอ่อล้นออกมา เธอไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยอมให้ธันวาจูงมือพาเดินไปที่มุมพักผ่อนเล็กๆ ของพยาบาลที่เขาแอบไปเปิดช่องทางพิเศษไว้ให้ ทั้งสองนั่งลงข้างกัน กลิ่นข้าวต้มปลาทำให้บรรยากาศตึงเครียดในโรงพยาบาลดูผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด ธันวาคอยหยิบช้อนคอยตักนั่นตักนี่ให้ ราวกับว่าเขาไม่ได้เป็นหนุ่มวิศวะปากร้าย แต่เป็นคนรักที่ใส่ใจทุกรายละเอียดของคนตรงหน้าอย่างถนุถนอม ความสงบสุขดำเนินไปได้เพียงไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินย้อนกลับมาทางเดิม “หมอริน! บอกแล้วไงว่าอย่าเอาคนนอกเข้ามาเพ่นพ่านในโรงพยาบาล...” เสียงหมอพายดังขึ้นก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นธันวานั่งอยู่ข้างรินรดา แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้รินรดาและธันวาต้องหน้าถอดสีไม่ใช่เพราะหมอพาย แต่เป็นผู้ชายอีกคนที่เดินตามหลังเธอมา ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐาน ท่าทางดุดันและเย็นชาที่รินรดาคุ้นเคยดีเดินแทรกผ่านหมอพายเข้ามา ใบหน้าของเขาเรียบตึงราวกับรูปปั้นที่ไม่มีชีวิต “พ่อคะ...?” รินรดาอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือที่สุดเท่าที่เธอเคยเป็นมา ผู้เป็นพ่อปรายตามองธันวาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม ก่อนจะหันมามองลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง “พ่อบอกกี่ครั้งแล้วรินรดา ว่าที่นี่คือที่ทำงาน ไม่ใช่ที่นัดพบกับเด็กกะโปโลพวกนี้... วันนี้ต้องตัดสินใจเรื่องการไปเรียนต่อเฉพาะทางที่ต่างประเทศได้แล้ว หวังว่าแกจะเลือกสิ่งที่ ‘สมควร’ ที่สุดสำหรับตระกูลเรานะ” ธันวาวางช้อนในมือลงทันที บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนจากความอบอุ่นกลายเป็นความเย็นยะเยือกที่ดูเหมือนว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะก่อตัวขึ้นโดยที่ไม่มีใครตั้งตัวได้ทัน ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามความรักของทั้งคู่มาถึงตอนที่ 18 นี้ และเกียร์เปื้อนกาวใจสัญญาว่าจะพาเรื่องราวไปสู่บทสรุปที่คุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอนค่ะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%