กลิ่นอานิโคทเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ บนเสื้อช็อปสีซีดของคนตรงหน้า ช่างเป็นกลิ่นที่รินรดาไม่เคยคิดว่าจะยอมอดทนสูดดมมันได้นานเกินห้าวินาที ทว่าในวินาทีนี้... เธอกลับยืนนิ่งงัน ปล่อยให้ความเงียบงันภายในห้องพยาบาลขนาดกะทัดรัดทำหน้าที่กดทับหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสไหวระริก มองรอยฉีกขาดที่หัวไหล่เสื้อช็อปของธันวา ซึ่งเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและรอยแผลถลอกลึกยาวเป็นทาง สีแดงสดของหยดเลือดที่ซึมออกมาตัดกับเนื้อผ้าสีเข้มอย่างชัดเจน มันไม่ใช่แผลใหญ่โตอะไรนักสำหรับมาตรฐานของนักศึกษาแพทย์ปีสี่อย่างเธอ แต่สำหรับคนที่กำลังนั่งไขว่ห้างทำหน้าตายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นคนนี้... มันกลับทำให้ปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบอย่างประหลาด
"ถ้ายังยืนจ้องแผลฉันแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นอีกสามนาที แผลนี่คงสมานตัวหายไปเองโดยที่เธอไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะคุณหมอ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ธันวาขยับตัวเล็กน้อยด้วยความเจ็บแปลบเมื่อกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ขยับ แต่ใบหน้าคมคายกลับยังคงรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ดวงตาคมกริบคมคายคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความดื้อรั้น ความพยศ และ... บางสิ่งที่อ่อนโยนจนเกินกว่าที่ผู้ชายปากจัดคนหนึ่งควรจะมี
"คุณอยู่นิ่งๆ สิคะ! แผลฉีกกว้างขึ้นกว่าเดิมเห็นไหม" รินรดาเผลอตวาดเสียงดุใส่ด้วยความหงุดหงิดที่ใช้กลบเกลื่อนความสั่นเทาในน้ำเสียง มือเรียวบางรีบคว้าสำลีชุบน้ำเกลือขึ้นมาอย่างลนลาน ทั้งที่ในภาค 10 หัตถการพื้นฐานเธอนิ่งและแม่นยำยิ่งกว่าหุ่นยนต์ แต่พอเป็นแผลบนไหล่กว้างของหนุ่มวิศวะคนนี้ ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้รวนเรจนควบคุมสติไม่ได้เลยสักนิด
"ก็เธอมือสั่นเป็นเจ้าเข้าแบบนั้น ใครมันจะกล้าอยู่นิ่งให้เธอแทงเข็มใส่กันเล่า" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตากลับทอดมองท่าทางเงอะงะของว่าที่แพทย์หญิงด้วยความเอ็นดูที่ฉายชัดเกินกว่าจะปกปิด "กลัวเลือดตัวเองหรือกลัวว่าฉันจะเจ็บจนร้องไห้กันแน่ หื้ม?"
"ฉันเป็นหมอนะคะ ไม่ใช่เด็กอมมือที่จะมากลัวเลือดแค่หยดสองหยด!" รินรดาเถียงกลับทันควัน ใบหน้าเนียนใสเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความอับอายปนโมโห เธอขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงอีกนิด กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือนลงไปทุกที
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลง โคมไฟดวงเล็กบนเพดานส่องแสงสีสวลีลงมาตกกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันของธันวา เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยตามสัญชาตญาณเมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ของเธอแตะลงบนผิวเนื้อข้างแผลเพื่อทำความสะอาดความสกปรกและคราบฝุ่นจากการทำงานช่าง
ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของทั้งคู่ในวินาทีนั้น มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกที่สอดประสานกันอย่างเงียบเชียบ รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อต้องใช้ความระมัดระวังขั้นสุดในการคีบสำลีเช็ดรอบปากแผล สายตาของเธอโฟกัสอยู่ที่เนื้อเยื่อที่ฉีกขาด แต่หางตากลับสัมผัสได้ถึงสายตาคู่คมที่กำลังจ้องมองเธอไม่วางตา สายตาที่ไม่ได้มีแววหยอกล้อเหมือนทุกที แต่มันลึกซึ้งและอบอุ่นจนน่ากลัว
"เจ็บหน่อยนะคะ... อดทนอีกนิดเดียว" เธอพึมพำเสียงแผ่วเบาราวกับกำลังปลอบเด็กน้อย ทั้งที่คนเจ็บคือวิศวกรหนุ่มมาดเซอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความใจกล้าบ้าบิ่นที่สุดในคณะ
"รู้ไหม... ตอนที่เธอดุฉันเมื่อกี้ มันทำให้ฉันนึกถึงแมวเปอร์เซียขนฟูที่พยายามทำตัวดุใส่หมาป่า" ธันวาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเบาราวกับเสียงกระซิบ ใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้รินรดาโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว ปลายจมูกเกือบจะชนกันอยู่รอมร่อหากเธอยังขยับเข้าไปใกล้กว่านี้อีกเพียงแค่นิมิตเดียว
รินรดาชะงักกึก ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ หัวใจกระหน่ำรัวยิ่งกว่ากลองเพล "คุณ... ถอยไปไกลๆ เลยนะยะ ธันวา! ฉันกำลังทำแผลอยู่ ถ้ารuกมากๆ ฉันจะเอาเข็มเย็บผ้าปักหัวไหล่คุณจริงๆ ด้วย"
"ปากเก่งชะมัด" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ดวงตาพราวระยับมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่าของเธอ "ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่ก็ยังอุตส่าห์วิ่งหน้าตาตื่นมาลากฉันเข้าห้องพยาบาลแถมยังนั่งเช็ดแผลให้อย่างเบามือขนาดนี้... ปากไม่ตรงกับใจเลยนะคุณหมอ"
"ใครปากไม่ตรงกับใจกันคะ! ฉันแค่มืออาชีพต่างหาก เห็นคนเจ็บอยู่ตรงหน้าจะให้ปล่อยตายหรือไง!" รินรดาเถียงเสียงแข็ง พยายามดันอกแกร่งของเขาให้ออกห่าง แต่วิศวกรหนุ่มกลับนิ่งเฉยราวกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก แถมยังยื่นมือหนามาจับข้อมือบางของเธอที่ถือปากคีบเอาไว้เบาๆ
สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่กุมรอบข้อมือส่งกระแสความร้อนวูบวาบวิ่งพล่านไปทั่วแขน รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านผิวหนัง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หมายจะเอ่ยปากด่ากราดให้สมกับความเจ้าเล่ห์ แต่วินาทีที่สบเข้ากับดวงตาสีนิลที่เต็มไปด้วยความจริงจังและห่วงใยคู่นั้น คำพูดทั้งหมดก็พลันติดอยู่ที่ลำคอ
ในแววตาของธันวา... ไม่มีร่องรอยของการแกล้งเล่นสนุกเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแสงบางอย่างที่สะท้อนเงาของเธออยู่ข้างใน เป็นประกายแสงที่อบอุ่นและโอบกอดหัวใจที่เหนื่อยล้าของเธอได้อย่างประหลาด
"ขอบใจนะริน"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาอย่างเรียบง่าย ทว่าจริงใจและจริงจังจนหัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอไม่เคยได้ยินน้ำเสียงแบบนี้จากผู้ชายคนนี้มาก่อน มันไม่ใช่เสียงของธันวาตัวแสบจอมกวนประสาท แต่เป็นธันวาคนเดิมที่ซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้ภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกระด้าง
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอก้มหน้าลงหลบสายตาคู่นั้นแล้วรีบจัดการปิดแผลด้วยผ้าก๊อซและปิดทับด้วยเทปทางการแพทย์อย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดความสั่นไหวในแววตาของตัวเอง "เสร็จแล้วค่ะ... ทีหลังก็ระวังตัวซะบ้าง ไม่ใช่ทำตัวเป็นภาระให้คนอื่นต้องมาตามเช็ดตามล้างแบบนี้"
เธอพูดรัวเร็วแล้วรีบผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หมายจะเดินหนีออกไปจากบรรยากาศชวนใจสั่นนี้ให้เร็วที่สุด แต่ทว่า...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูห้องพยาบาลจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อคนข้างในอนุญาต
"ริน! อยู่นี่เองเหรอ พี่ตามหาซะทั่ว... อ้าว ธันวา? นายมาทำอะไรในห้องพยาบาลกับน้องรินเนี่ย?"
ร่างสูงโปรดของ 'หมอพาย' ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมปลาบกวาดตามองสภาพของทั้งสองคนอย่างจับผิด รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของรุ่นพี่หนุ่มผู้เพียบพร้อม เมื่อเขาเห็นธันวานั่งถอดเสื้อช็อปอยู่บนเตียงพยาบาล โดยมีรินรดายืนหน้าแดงก่ำอยู่ข้างๆ
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ธันวากลับหุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นคมปราบตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
"ผมจะทำอะไรกับแฟนผม... มันก็เรื่องของผม หรือว่ารุ่นพี่มีปัญหาอะไรเป็นพิเศษเหรอครับ?"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและฟินไปด้วยกันนะคะ 💕 - เกียร์เปื้อนกาวใจ
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 5
ปากเสียแต่ดูแลดี
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!