“คุณธันวา... ถ้าทุกอย่างที่เพิ่งพูดมามันเป็นแค่การทดลองเพื่อดูความพ่ายแพ้ของฉัน งั้นเชิญคุณรื้อพรมผืนนั้นออกมาให้ละเอียดเลยค่ะ แต่อย่าหวังว่าคุณจะเป็นคนเดียวที่ได้เห็นความเน่าเฟะข้างใต้ เพราะฉันเองก็นั่งดูมันมานานพอที่จะรู้วิธีจัดการกับฝุ่นพวกนั้นแล้วเหมือนกัน”
รินรดากดเสียงต่ำ สายตาคู่สวยที่ปกติมักจะอ่อนโยนเสมอในยามนี้กลับแข็งกร้าวราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลายหากถูกบีบแรงเกินไป เธอยืนเผชิญหน้ากับธันวาอยู่ท่ามกลางโถงทางเดินหลังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เงียบสงัด กลิ่นไอของสนิมเหล็กและเศษผงปูนที่ลอยมาตามลมดูจะจางหายไปเมื่อปะทะกับบรรยากาศมาคุระหว่างคนสองคน
ธันวาเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น ใบหน้าคมสันที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มยียวนบัดนี้กลับเรียบเฉย แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าที่คนตรงหน้าจะตีความได้ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขามันทำให้รินรดาต้องเผลอเบนสายตาหนี
“ปากกล้าขึ้นเยอะเลยนะว่าที่คุณหมอ” ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตากลับวูบไหว “พูดเหมือนคนถือไพ่เหนือกว่า ทั้งที่ในมือคุณตอนนี้มันว่างเปล่า ไม่กลัวผมต้อนจนมุมบ้างหรือไง”
“ต้อนสิคะ” รินรดาเงยหน้าสบตาเขาท้าทาย “ถ้าการต้อนของคุณมันทำให้ฉันได้เห็นว่าคนอย่างคุณ... ธันวา วิศวะจอมยโสคนนี้ จะยอมวางแผนที่วางไว้เพื่อหยุดฟังสิ่งที่ฉันจะพูดจริงๆ หรือเปล่า”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ตรงนั้นชั่วขณะ ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสังเกตเห็นมือเล็กๆ ของรินรดาที่กำแน่นจนสั่นเทาอยู่ข้างลำตัว ความมั่นใจที่เขามีดูเหมือนจะถูกสั่นคลอนด้วยความจริงใจที่ฉายชัดออกมาจากแววตานิ่งสงบคู่นั้น
“งั้นก็พูดมา” เขาขยับตัวออกห่างเล็กน้อยเพื่อสร้างพื้นที่ให้อีกฝ่าย “ผมมีเวลาไม่มากหรอกนะ งานส่งด่วนอาจารย์เพิ่งสั่งเพิ่มเมื่อกี้”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายความอึดอัดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์เริ่มระบายออกมาผ่านทางลมหายใจที่สั่นพร่า เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงเลือกช่วงเวลานี้ แต่ถ้าปล่อยให้ความลับในใจเน่าเปื่อยไปมากกว่านี้ คนที่จะแตกสลายไม่ใช่ธันวา แต่เป็นตัวเธอเอง
“ฉันไม่ได้แคร์เรื่องการประชดประชันของคุณหรอกค่ะ” เธอเริ่มพูดช้าๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าสั่นเครือ “ที่ฉันยอมให้คุณเข้ามาวุ่นวาย... ที่ฉันยอมให้คุณทำลายระเบียบวินัยในชีวิตอันน่าเบื่อของฉัน เพราะฉัน... ฉันแค่อยากรู้ว่า ถ้าความผิดพลาดมันเกิดจากความตั้งใจของหัวใจคนสองคนจริงๆ เรายังจะเรียกมันว่า ‘ความล้มเหลว’ เหมือนที่คุณชอบพูดหรือเปล่า”
ธันวาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย คำพูดของรินรดาเหมือนก้อนหินที่ถูกเขวี้ยงลงไปในน้ำนิ่งๆ ของหัวใจเขาจนเกิดแรงกระเพื่อมรุนแรง เขานิ่งค้างไป ปากที่เคยขยับจิกกัดได้ตลอดเวลาบัดนี้กลับสนิทแน่น
“ริน...” เขาเรียกชื่อเธอเสียงแผ่ว เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงนั้นไม่มีความกวนประสาทเจือปน
“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยค่ะ” รินรดารีบขัดขึ้นก่อนที่ความกล้าจะหดหายไปหมด “แค่ฟัง... ฉันอาจจะเป็นคนหัวโบราณที่ต้องทำทุกอย่างตามแบบแผน แต่การที่ได้เห็นคุณพยายาม ‘ร่างแบบ’ ชีวิตของฉันด้วยความเอาแต่ใจ... มันทำให้ฉันรู้สึกว่าความผิดพลาดพวกนั้น มันน่าหลงใหลกว่าสูตรคำนวณใดๆ ในโลก”
เธอหลบสายตาเขา มองไปที่พื้นคอนกรีตที่มีรอยร้าวเล็กๆ “ฉันไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันเรียกว่าอะไร หรือคุณวางแผนจะเล่นสนุกกับมันแค่ไหน แต่ถ้าวันหนึ่งคุณรื้อพรมผืนนั้นออกมาดูจริงๆ... อย่ารื้อแค่ฝุ่นเลยนะคะ รื้อหัวใจของฉันที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ไปด้วยเลยก็ได้”
คำสารภาพนั้นทิ้งความเงียบงันไว้ราวกับถูกสะกด ธันวานิ่งอึ้ง เขาพยายามจะหาคำพูดมาโต้ตอบเหมือนทุกครั้งที่เคยทำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า ความรู้สึกอบอุ่นวาบประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนเขาต้องยกมือขึ้นนวดขมับ
“เธอรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา” ธันวาพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำและสั่นพร่า “ถ้าผมรื้อพรมผืนนั้น... แล้วผมไม่หยุดแค่การ ‘ดู’ แต่ผมจะขย้ำมันให้พังคามือล่ะ เธอจะรับผิดชอบไหวเหรอ”
รินรดากำลังจะอ้าปากตอบ แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังแทรกเข้ามาจากทางเดินฝั่งซ้ายทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งในเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาของหมอพายเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความดูแคลน สายตาของหมอพายกวาดมองทั้งคู่ด้วยความเหยียดหยามก่อนจะหยุดลงที่ธันวา
“นึกว่าใคร ที่แท้ก็เด็กวิศวะที่ชอบทำตัวไร้สาระไปวันๆ” หมอพายเหยียดยิ้ม “รินรดา อย่าบอกนะว่าเธอยังเสียเวลากับเรื่องพรรค์นี้ แทนที่จะเอาเวลาไปเตรียมเคสผ่าตัดพรุ่งนี้เช้า?”
ธันวาขมวดคิ้วแน่น แววตาทอประกายความโกรธวูบหนึ่ง เขาขยับก้าวไปข้างหน้าเพื่อจะบังตัวรินรดาไว้ แต่รินรดากลับดึงแขนเขาไว้เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
“หมอพายคะ งานของฉัน ฉันจัดการเองได้ค่ะ ไม่ต้องรบกวนพี่มาเตือน” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หมอพายหัวเราะในลำคอ “จัดการเองงั้นเหรอ? งั้นก็ดี... งั้นเธอก็คงรู้แล้วใช่ไหมว่าชื่อของเธอถูกถอดออกจากรายชื่อผู้ช่วยผ่าตัดหลักในโปรเจกต์ของอาจารย์ใหญ่แล้ว... เพราะมีคนไปรายงานว่าเธอมี ‘ความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม’ กับนักศึกษาต่างคณะจนเสียการเสียงาน”
ธันวาตัวแข็งทื่อ เขาหันขวับไปมองรินรดาที่หน้าถอดสีจนขาวซีด ในขณะที่หมอพายหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาตบลงบนฝ่ามือตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินผ่านไปพร้อมทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ให้ทั้งคู่
“ถ้าจะคบกัน ก็เตรียมรับผลของการเป็น ‘ความผิดพลาด’ ของคณะแพทย์ให้ดีล่ะ... เพราะเส้นทางนี้มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแบบที่พวกเธอฝันไว้หรอกนะ”
หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะไปพร้อมกับรินรดานะคะ
เกียร์เปื้อนกาวใจ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะคะ
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 20
คนปากแข็งกับใจที่สั่น
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!