วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 21

เดทแรกของเรา

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้าคุณยังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนจะผ่าตัดคนไข้แบบนั้น งานศิลปะตรงหน้าผมคงกลายเป็นเศษปูนปลาสเตอร์ไปจริงๆ แน่ครับริน” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงความหยอกเย้าดังขึ้นข้างหู รินรดาชะงัก เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าเผลอจ้องมองประติมากรรมเหล็กดัดรูปร่างบิดเบี้ยวตรงหน้าจนแทบจะกลั้นหายใจ หญิงสาวหันไปมองคนข้างกาย ธันวาในวันนี้ไม่ได้สวมเสื้อช็อปเปื้อนคราบน้ำมันอย่างที่เธอคุ้นตา แต่เขากลับเลือกสวมเสื้อเชิ้ตสีครีมพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักจางๆ ที่ข้อมือซ้าย ซึ่งดูขัดกับบุคลิกวิศวะหนุ่มจอมกวนได้อย่างน่าประหลาด “มันดู... สับสนค่ะ” รินรดาตอบพลางหมุนตัวเดินไปอีกด้าน “เหมือนคนสร้างกำลังโกรธแค้นอะไรบางอย่าง แต่มันก็ยังดูมีระเบียบในความวุ่นวาย เหมือนแปลนอาคารที่ถูกรื้อทิ้งแต่ยังพยายามจะก่อร่างใหม่” ธันวาเลิกคิ้วข้างหนึ่ง แววตาคมกริบของเขาจ้องมองเธอราวกับกำลังวิเคราะห์โครงสร้างที่ซับซ้อนที่สุดในโลก “ไม่เลวนี่ คุณหมอของผมมองเห็นถึงความพยายามรื้อสร้างเลยเหรอ” “ก็แค่คาดเดาน่ะค่ะ” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอยังไม่ชินกับการถูกเรียกด้วยสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของแบบนั้น ตลอดทางในหอศิลป์ที่เงียบสงัด ธันวาทำหน้าที่ไกด์ส่วนตัวได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ เขาไม่ได้อธิบายงานศิลปะด้วยศัพท์แสงวิชาการ แต่เขาวิเคราะห์มันผ่าน ‘วัสดุ’ และ ‘แรงเค้น’ ราวกับว่างานทุกชิ้นคือโครงสร้างที่เขาสามารถจับต้องได้ รินรดาแอบมองเสี้ยวหน้าของเขาขณะที่เขากำลังอธิบายถึงการเชื่อมเหล็กในรูปปั้นชิ้นหนึ่ง จังหวะที่นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังรอยเชื่อมนั้น รอยยิ้มจางๆ ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา มันเป็นรอยยิ้มที่ต่างจากตอนอยู่กับกลุ่มเพื่อน... มันอ่อนโยนและเปราะบางอย่างที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น “คุณธันวาคะ ทำไมถึงเลือกที่นี่คะ” รินรดาถามขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องโถงกว้าง ธันวาหยุดเดิน เขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ปนกับกลิ่นจางๆ ของโลหะและยางรถยนต์ที่ติดตัวเขามันช่างเย้ายวนใจ “เพราะผมอยากให้คุณเห็นว่า วิศวะอย่างผมไม่ได้มีแค่เรื่องเครื่องจักร” เขาเว้นจังหวะ สายตาคู่นั้นวูบไหว “ผมอยากให้คุณเห็นสิ่งที่ผมหลงใหล... นอกเหนือไปจากเรื่องงาน และหวังว่าคุณจะมองเห็นตัวตนของผมในงานพวกนี้ด้วย” คำพูดกำกวมนั้นทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะ เธอเบือนหน้าหนีด้วยความประหม่า ทว่าความเงียบที่แสนหวานกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนเข้ามาในห้องโถง “ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเด็กวิศวะที่นี่ กับว่าที่หมอเกียรตินิยม... โลกมันแคบ หรือว่าคนเรามันเลือกระดับความเหมาะสมไม่ได้กันแน่นะ?” เสียงเยือกเย็นของหมอพายดังขึ้น เขายืนอยู่ตรงทางเข้าพร้อมกับใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความดูถูก รินรดารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านขึ้นมาทันที ธันวาไม่ได้แสดงท่าทีหวั่นเกรง เขาขยับตัวไปขวางรินรดาไว้กึ่งหนึ่งเหมือนเป็นการปกป้องโดยสัญชาตญาณ มุมปากของเขาเหยียดยิ้ม “ความเหมาะสมไม่ได้วัดกันที่คณะที่เรียนหรอกครับพี่หมอ แต่วัดกันที่ว่าใครทำให้คนข้างๆ ยิ้มได้มากกว่ากัน... จริงไหมครับริน?” รินรดานิ่งงัน เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาหมอพาย ความกดดันที่เธอพยายามหนีมาตลอดกำลังตามมาถึงที่นี่ หมอพายเดินเข้ามาใกล้จนเกือบประชิด ทั้งคู่จ้องตากันราวกับจะประลองกำลัง “นายคงคิดว่าจีบติดสินะ แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าตระกูลรินรดาเขามีแผนที่วางไว้ให้เธอหมดแล้ว นายมันก็แค่เศษเหล็กที่เข้ามาแทรกระหว่างรอยต่อของความสำเร็จที่สวยงามเท่านั้น” ธันวาแค่นหัวเราะ “ถ้าผมเป็นแค่เศษเหล็ก ผมก็จะเชื่อมมันให้แน่นจนไม่มีใครแยกออกได้ครับ” “งั้นก็ลองดู” หมอพายกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูธันวา ก่อนจะเบนสายตามาทางรินรดา “เย็นนี้มีงานเลี้ยงฉลองการจบการฝึกงานของแผนกศัลย์ หวังว่าเธอคงไม่ลืมนะรินรดา... เพราะถ้าเธอไม่ไป สิ่งที่พ่อของเธอคาดหวังไว้ อาจจะพังไม่เป็นท่าเหมือนงานศิลปะเน่าๆ พวกนี้” หมอพายเดินจากไป ทิ้งให้ความกดดันหนักอึ้งจมลงสู่ก้นบึ้งของหัวใจรินรดา เธอรู้สึกว่ามือของตัวเองเย็นเฉียบ ธันวาคว้ามือเธอไว้แน่น สัมผัสจากฝ่ามือที่หยาบกร้านแต่ทว่าอบอุ่นนั้นทำให้เธอแทบหลุดสะอื้น “ไม่ต้องฟังเขา” ธันวากระซิบเสียงนุ่ม “ริน... ถ้าคุณอยากจะหนีไปจากตรงนี้ ผมจะพาไป เดี๋ยวนี้เลย” รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า แววตาของธันวาในยามนี้ไม่มีความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่ซื่อตรงจนน่าใจหาย เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจในสิ่งที่ตัวเองก็คาดไม่ถึง “ไม่ค่ะ... ฉันจะไปงานนั้น แต่ต้องมีคุณไปด้วย” ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา—เป็นยิ้มที่ไม่ได้สว่างไสวเหมือนแสงอาทิตย์ แต่เป็นยิ้มที่หนักแน่นเหมือนรากฐานของตึกที่ไม่มีวันพังทลาย “ตกลงครับ ผมจะไปกับคุณ” ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะได้ก้าวออกจากหอศิลป์ เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นไปที่ตาตุ่ม... ‘คุณพ่อ’ ธันวามองเห็นชื่อนั้น แววตาของเขาเปลี่ยนไปทันที เขาคว้ามือถือจากมือเธอแล้วกดรับแทน พร้อมกับเปิดลำโพงเสียงก้องไปทั่วโถงเงียบงัน เสียงปลายสายไม่ได้เอ่ยทักทายลูกสาว แต่กลับเป็นเสียงที่เย็นชาจนน่าขนลุก “รินรดา... ทำไมถึงยังมีข่าวว่าเธอไปเดินกับเด็กวิศวะคนนั้นอีก? เย็นนี้ถ้าไม่มางานเลี้ยงพร้อมกับ ‘คู่หมั้น’ ที่พ่อเลือกไว้ให้ เธอรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอนาคตของคนคนนั้น” รินรดาทรุดลงกับพื้นทันที ธันวายืนตัวแข็งทื่อ สายตาทอประกายความโกรธแค้นสลับกับความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในขณะที่เงาของชายปริศนาคนหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากมุมมืดของหอศิลป์ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูชั่วร้าย... คนที่เป็นคนเดียวกับในรูปถ่ายคู่หมั้นที่รินรดาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่แสนวุ่นวายของรินรดาและธันวานะคะ เตรียมใจรับแรงกระแทกในตอนหน้าให้ดีเลยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%