“ถ้าคุณคิดว่าซองเอกสารนั่นคือคำตัดสินทั้งหมดของชีวิตเรา ผมก็คงไม่มีอะไรจะพูด... แต่นอกจากใบปริญญาหรือฐานะทางสังคม ผมก็มีแค่นี้ครับ”
เสียงของธันวาสั่นพร่า ทว่าแววตากลับแน่วแน่ เขาวางม้วนพิมพ์เขียวโปรเจกต์จบที่ผ่านการแก้ไขมานับครั้งไม่ถ้วนลงบนโต๊ะไม้โอ๊กของพ่อรินรดา นิ้วมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการจับเครื่องมือช่างสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อปะทะกับสายตาเย็นชาของชายวัยกลางคนตรงหน้า
รินรดายืนตัวแข็งอยู่ด้านหลัง ความเงียบงันในห้องทำงานนี้กดดันเสียยิ่งกว่าการเข้าเวรผ่าตัดยี่สิบสี่ชั่วโมง เธอเห็นพ่อขยับซองเอกสารสีน้ำตาลที่บรรจุประวัติการทำงานและข้อพิพาททางธุรกิจของครอบครัวธันวา—เรื่องที่เขาไม่เคยปริปากบอกใคร—เลื่อนไปไว้ใต้กองเอกสารของโรงพยาบาล
“นายคิดว่าวิศวกรที่ชีวิตเปื้อนฝุ่นกับลูกสาวคนเดียวของตระกูลหมอที่เตรียมตัวมาทั้งชีวิต มันจะไปกันรอดงั้นเหรอธันวา?” พ่อของรินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งมีดผ่าตัด “หมอพายเขาเข้าใจโลกของรินดีกว่านาย เขาไม่เคยปล่อยให้รินต้องมานั่งอธิบายว่าทำไมถึงลากสังขารกลับบ้านในสภาพที่ไม่ได้นอนมาสองวัน”
“เพราะเขาไม่ได้เป็นคนที่รินอยากแชร์ความเหนื่อยด้วยไงคะ!”
รินรดาก้าวออกมาข้างหน้า ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนโยนกลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอคว้ามือธันวาเอาไว้แน่น สัมผัสที่เย็นเฉียบของเขาทำให้อกข้างซ้ายของเธอปวดหนึบ “รินไม่ได้ต้องการใครที่มาประคบประหงมรินในโลกที่รินคุ้นเคย แต่รินต้องการคนที่เป็น ‘บ้าน’ ให้รินในเวลาที่โลกข้างนอกมันพังทลาย ซึ่งธันวา... เขาเป็นคนนั้น”
ธันวามองคนตัวเล็กกว่าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เขาไม่ได้ต้องการคำปกป้อง แต่เขากำลังทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ว่า ‘วิศวกร’ คนนี้มีความมั่นคงพอที่จะเป็นที่พึ่งพาให้ ‘คุณหมอ’ ที่ใครต่อใครต่างฝากความหวังไว้
“ผมไม่ได้มีแค่ใจครับคุณอา” ธันวาเอ่ยทำลายความเงียบ เขาเปิดม้วนพิมพ์เขียวที่ออกแบบด้วยตนเอง “นี่คือโมเดลระบบจัดการความปลอดภัยในโรงพยาบาลที่ผมทำวิจัยร่วมกับคณะวิศวะฯ มันไม่ได้เปลี่ยนโลก แต่จะช่วยลดความผิดพลาดของทีมศัลยแพทย์ในห้องฉุกเฉินได้มหาศาล ผมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผมไม่ได้รักแค่ตัวริน แต่ผมรักและให้เกียรติในสิ่งที่รินทำ... ผมขอเวลาพิสูจน์ตัวเองเพียงแค่นี้ครับ”
ชายสูงวัยเลิกคิ้วมองพิมพ์เขียวซับซ้อนสลับกับใบหน้าที่จริงจังของเด็กหนุ่มผู้มี ‘เกียร์’ ห้อยอยู่ข้างเอวเป็นสัญลักษณ์แห่งความภูมิใจ
ธันวาเดินออกมาจากบ้านรินรดาในเวลาเกือบเที่ยงคืน บรรยากาศเงียบสงัด กวินยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์รออยู่ไม่ไกล เห็นเพื่อนสนิทเดินคอตกออกมาก็ถอนหายใจยาว
“ไอ้ธัน... มึงไหวไหมวะ?” กวินถามพลางยื่นขวดน้ำให้ “หมอพายเพิ่งขับรถออกไปเมื่อกี้ แววตามันดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลยนะมึง ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี”
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่แหงนหน้ามองท้องฟ้าไร้ดาว หัวใจของเขายังเต้นรัวด้วยความกังวล แต่ในกระเป๋ากางเกง มือของเขาสัมผัสได้ถึงเศษกระดาษใบเล็กๆ ที่รินรดาแอบยัดใส่มือเขาก่อนออกมา—มันคือโน้ตที่มีลายมือหวัดๆ ว่า *‘รินจะรอวันที่เราได้เดินเข้าบ้านหลังนี้ด้วยกัน ในฐานะคนของริน’*
ทว่าความเงียบของค่ำคืนกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหา พวกเขาหันไปตามเสียงนั้นทันที หมอพายยืนอยู่ภายใต้แสงไฟสลัว ใบหน้าเรียบเฉยนั้นเปื้อนรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ธันวารู้สึกถึงความไม่ปกติ
“นายพยายามได้ดีนี่ธันวา” หมอพายเอ่ยเสียงต่ำ “แต่บางอย่างในชีวิตน่ะ... ต่อให้ใช้ความพยายามระดับวิศวกรหัวกะทิแค่ไหน นายก็ไม่มีวันซ่อมมันได้หรอก โดยเฉพาะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเช้าวันพรุ่งนี้”
หมอพายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเปิดคลิปวิดีโอหนึ่งให้ธันวาดูก่อนจะเดินจากไป ทันทีที่เห็นภาพบนหน้าจอนั้น ร่างของธันวาก็ชะงักนิ่งไปราวกับถูกสาป
เข็มนาฬิกาบนข้อมือเตือนว่าเวลาผ่านไป แต่ธันวากลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนเมื่อเห็นสิ่งที่บันทึกอยู่ในคลิป... หลักฐานชิ้นนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเขามดนิดเดียว แต่มันเป็นรูปถ่ายของรินรดาที่กำลังยืนร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พร้อมกับเอกสารคำสั่งย้ายด่วนที่ถูกเซ็นอนุมัติโดยใครบางคนที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน
รินรดากำลังจะถูกส่งตัวไปในที่ที่ไกลที่สุด เพื่อหนีจากเขาไปตลอดกาล!
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เกียร์กับคุณหมอมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ!
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 40
พิสูจน์ตัวเอง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!