วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 12

กลางเต็นท์และเสียงฝน

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“จดหมายนั่น... รินจะอ่านมันอีกกี่รอบคะ ถ้ามันไม่ได้ทำให้คำตอบในใจรินชัดเจนขึ้น” เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังแทรกความเงียบงันขึ้นมาทันที ราวกับมีดคมที่กรีดผ่านบรรยากาศตึงเครียด รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือกระดาษแผ่นนั้นสั่นเทา เธอรีบพับมันเก็บลงกระเป๋าเสื้อกาวน์ที่พกติดตัวมาด้วย ท่ามกลางบรรยากาศแคมป์ปิ้งริมเขื่อนที่เดิมทีควรจะโรแมนติก แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยมวลอารมณ์อึดอัดที่ก่อตัวขึ้น “ธัน... คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” รินรดาถามเสียงเบา พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แต่นัยน์ตาที่วูบไหวของเธอนั้นปิดธันวาไม่มิด ธันวาไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นหอมสะอาดของสบู่เด็กที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาทำให้รินรดารู้สึกหายใจติดขัด เขาขยับหมวกแก๊ปสีดำคู่ใจให้เข้าที่ ก่อนจะก้มลงมองใบหน้าเรียวสวยที่ตอนนี้กำลังก้มหลบสายตา “ผมไม่ได้เข้ามา ผมอยู่ตรงนี้มาตลอด... ตั้งแต่ตอนที่คุณเริ่มอ่านมัน” ธันวาพูดพลางถอนหายใจยาว “คุณกำลังกลัวอะไรคะ กลัวว่าความสัมพันธ์ของเราจะทำให้คุณดูต่ำต้อยในสายตาครอบครัว หรือกลัวว่าไอ้หมอพายนั่นจะเอาเรื่องนี้ไปประจานจนคุณเสียประวัติ” “มันไม่เกี่ยวกับหมอพายค่ะ!” รินรดาเงยหน้าขึ้นเถียง ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา “คุณไม่เข้าใจหรอกว่าโลกของหมอกับวิศวะมันต่างกันแค่ไหน สำหรับคุณ... ความรักคือการออกแบบตามใจชอบ แต่สำหรับริน มันมีทั้งความคาดหวังของคนรอบข้างและหน้าที่ที่ต้องแบกรับไว้ การที่หมอพายบอกให้รินถอยห่างจากคุณ มันไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือการเตือนสติว่ารินกำลังทำลายอนาคตของตัวเอง!” เปรี้ยง! เสียงฟ้าร้องคำรามดังก้องเหนือหัว ราวกับท้องฟ้ากำลังประท้วงความอัดอั้นในใจของคนทั้งคู่ เม็ดฝนเม็ดแรกหล่นลงมาแตะผิวดิน ตามมาด้วยสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งในชั่วพริบตา “โธ่เว้ย!” ธันวาสบถเบาๆ ก่อนจะคว้าข้อมือรินรดาแล้วดึงเธอให้วิ่งตามไปยังเต็นท์สนามของเขา “เข้าไปข้างในก่อน! เดี๋ยวก็เป็นไข้หรอกคุณหมอ!” ภายในเต็นท์ขนาดเล็กดูคับแคบลงถนัดตาเมื่อมีคนสองคนเบียดเสียดกันอยู่ข้างใน แสงไฟจากตะเกียงดวงเล็กที่ธันวาเปิดทิ้งไว้สะท้อนให้เห็นรอยเปียกชื้นบนเสื้อเชิ้ตของเขาที่แนบไปกับแผ่นอกแกร่ง ส่วนรินรดาก็ดูไม่ต่างกัน เสื้อนักศึกษาบางๆ ของเธอเปียกจนแทบจะมองเห็นผิวขาวเนียนภายใต้เนื้อผ้า เธอพยายามถดตัวไปติดมุมเต็นท์ด้วยความประหม่า “หนาวไหม” ธันวาถามพลางหยิบผ้าขนหนูผืนสะอาดขึ้นมาเช็ดผมให้ตัวเอง ก่อนจะโยนอีกผืนมาให้เธอ “ไม่เท่าไหร่ค่ะ...” รินรดาตอบเสียงสั่น ไม่ใช่เพราะความหนาวจากสายฝนภายนอก แต่เป็นเพราะสายตาที่เขามองมามันร้อนแรงเกินกว่าจะตั้งตัว ธันวาขยับเข้าไปใกล้ พื้นที่แคบๆ ทำให้เขาสามารถโอบล้อมเธอไว้ได้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว เขาไม่ได้ทำอะไรล่วงเกิน เพียงแค่นั่งจ้องมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “ผมออกแบบโครงสร้างมานับไม่ถ้วน ริน... แต่ผมไม่เคยออกแบบความรักให้มันเป็นเรื่องง่ายเลย เพราะถ้ามันง่าย มันก็คงไม่ใช่ความรัก... จริงไหม” รินรดาเงียบไปครู่หนึ่ง เธอรู้ดีว่าคำพูดของเขาคือความจริงที่เธอพยายามหนีมาตลอด เธอหยิบจดหมายฉบับเดิมออกมาอีกครั้ง นิ้วเรียวไล้ไปตามตัวอักษรที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดอันเย็นชา ‘จงเลือกระหว่างอนาคตในฐานะศัลยแพทย์ หรือชายหนุ่มไร้อนาคตที่ชื่อธันวา’ “ถ้าคนคนนั้นสั่งให้รินเลือกล่ะคะ ถ้าความสุขของรินกลายเป็นอุปสรรคของความสำเร็จ คุณจะยังดึงรินไว้แบบนี้ไหม” ธันวายื่นมือไปแย่งจดหมายจากมือเธอ แล้วขยำมันทิ้งไปที่มุมเต็นท์อย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเขาจรดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวหน้า “ผมไม่ให้คุณเลือกครับ เพราะผมจะทำลายอุปสรรคพวกนั้นทิ้งให้หมด ต่อให้ผมต้องกลายเป็นตัวร้ายในสายตาใครก็ตาม ผมก็จะไม่ปล่อยให้คุณไปเป็นหุ่นเชิดของใครหน้าไหนทั้งนั้น” มือหนาของเขาค่อยๆ เลื่อนมาประคองใบหน้าของเธอไว้ นิ้วโป้งเกลี่ยที่ข้างแก้มอย่างแผ่วเบา รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสที่อบอุ่นและหวามไหวในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกหนักกระทบหลังคาเต็นท์ราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน “ธัน... อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ รินกลัว...” “กลัวอะไรคะ กลัวว่าจะรักผมจนถอนตัวไม่ขึ้นงั้นเหรอ” ธันวากระซิบชิดริมฝีปากของเธอ จังหวะที่รินรดากำลังจะตอบกลับ เสียงรูดซิปเต็นท์จากภายนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเงาตะคุ่มที่ทาบทับลงมาบนผืนผ้าใบที่กันฝนอยู่ “ธันวา! อยู่ข้างในหรือเปล่า... รินรดา! เธอก็อยู่ด้วยใช่ไหม ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!” เสียงของหมอพายที่ดังทะลุพายุฝนเข้ามาทำให้รินรดาเบิกตากว้าง ความหนาวเย็นเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เธอหันไปมองธันวาที่ตอนนี้แววตาเปลี่ยนไปเป็นความดุดันดุจนักล่าที่ถูกรบกวนเวลาอันมีค่า เขาไม่ได้ถอยห่าง แต่กลับรวบเอวบางของเธอไว้แน่นขึ้นกว่าเดิมราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของ “อย่าเพิ่งขยับไปไหน” ธันวากระซิบเสียงเย็น ก่อนจะหันไปทางซิปเต็นท์ที่กำลังถูกดึงเปิดออก “คนเขากำลังคุยกันเรื่องสำคัญ... คุณหมอไม่มีมารยาทขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?” แสงไฟฉายจากภายนอกสาดส่องเข้ามาภายในเต็นท์ เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความโกรธจัดของหมอพายที่ยืนเปียกปอนอยู่ท่ามกลางสายฝน พร้อมกับเอกสารในมือที่ดูเหมือนจะเป็นคำสั่งย้ายประจำการของรินรดาที่ถูกเซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้ว "ฉันไม่ได้มาเพื่อคุยเรื่องมารยาทธันวา... ฉันมาเพื่อบอกเธอว่า พรุ่งนี้รินต้องเดินทางไปฝึกงานที่เชียงใหม่ทันที และเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!" รินรดาสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่เอวจากธันวาที่เพิ่มมากขึ้นจนเจ็บ... ทุกอย่างที่เธอกลัวกำลังจะกลายเป็นจริง และเส้นด้ายที่ยึดเหนี่ยวใจเธอกับเขากำลังจะขาดสะบั้นลงในวินาทีนี้ เกียร์เปื้อนกาวใจขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่ซับซ้อนของหมอและวิศวะในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%