“ถ้าวันหนึ่งรินต้องเลือก ระหว่างทางเดินที่ครอบครัวขีดเส้นไว้ กับทางเดินที่มีธันวา... รินจะยังกล้าก้าวไปพร้อมกับคนอย่างผมไหมคะ”
คำถามนั้นทิ้งตัวลงกลางความเงียบงัน ราวกับก้อนหินที่ถูกทิ้งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทร รินรดานิ่งค้าง สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่กลุ่มดาวบนท้องฟ้าเหนือหอดูดาวร้างหลังมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ธันวาใช้เวลาหลายคืนในการซ่อมแซมกล้องโทรทรรศน์ตัวเก่าให้เธอกับเขาได้ใช้ร่วมกัน
ธันวาไม่ได้มองดาว เขาเอาแต่มองเสี้ยวหน้าหวานของคนที่เขาเรียกสั้นๆ ว่า 'คุณหมอของผม' มือหนาที่เปื้อนคราบน้ำมันจางๆ จากการซ่อมเกียร์รถตลอดทั้งวันขยับไปวางทาบลงบนขอบระเบียงเหล็กใกล้ๆ กับมือเรียวของเธอ เขาไม่กล้าจับมือเธอตรงๆ เพราะกลัวว่าความหยาบกร้านของชีวิตวิศวะจะทำลายความบอบบางของเส้นทางอนาคตที่เธอต้องแบกรับ
“ทำไมถึงถามแบบนั้นคะ” รินรดาหันมามองเขา ดวงตากลมโตฉายแววตัดพ้อ “ธันวาก็รู้ว่ารินไม่เคยสนเรื่องเส้นทางที่คนอื่นขีดไว้ รินสนแค่... ใครคือคนที่จะยืนอยู่ข้างๆ ในวันที่รินเหนื่อยจนอยากถอดเสื้อกาวน์ทิ้งต่างหาก”
“แต่ผมมันแค่เด็กวิศวะที่ทำได้แค่สเก็ตช์ภาพร่างโครงสร้างชีวิตที่ไม่มีความมั่นคงเหมือนลูกหมออย่างริน” ธันวาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่วางอยู่ข้างๆ เริ่มกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้น “เมื่อกี้ตอนที่หมอพายเดินเข้ามาขวางหน้าตึกคณะ... ผมเห็นแววตาของเขาที่มองมาที่ผม มันไม่ใช่แค่ความเหยียดหยาม แต่มันคือการเตือนว่า ผมกำลังดึงรินลงไปอยู่ในที่ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของครอบครัวริน”
“แล้วธันวาจะปล่อยมือรินเพราะคำพูดของคนอื่นเหรอคะ?” รินรดาก้าวเข้ามาใกล้จนเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อที่ติดตัวเธอมาตลอด
บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ธันวาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ แสงไฟจากเมืองเบื้องล่างสะท้อนผ่านเลนส์แว่นตาของเขาทำให้เห็นแววตาที่สั่นไหวอย่างยากจะปิดบัง เขาไม่ใช่คนโรแมนติกแบบในนิยายรักทั่วไป เขาคือวิศวกรที่มองทุกอย่างเป็นเหตุและผล แต่กับรินรดา... เหตุผลทั้งหมดของเขามักจะพังทลายลงทุกครั้งที่ได้สบตา
“ผมไม่ปล่อยหรอกค่ะ” ธันวาพูดเสียงแหบพร่า “ถึงต่อให้ต้องรื้อโครงสร้างชีวิตใหม่ทั้งหมดเพื่อสร้างฐานรากให้รินยืนได้อย่างมั่นคง ผมก็จะทำ แต่ผมแค่กลัว... กลัวว่าวันหนึ่งรินจะมองย้อนกลับมา แล้วพบว่าความรักของเรามันเป็นแค่เศษเสี้ยวของงานอดิเรกที่รินอยากลองทำก่อนจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ”
รินรดาเอื้อมมือไปคว้าฝ่ามือที่สั่นเทาของเขามากุมไว้ นิ้วเรียวของเธอเกลี่ยไปบนรอยแผลเป็นเล็กๆ บนสันมือของเขาอย่างเบามือ “ธันวาฟังนะคะ... ชีวิตการเป็นหมอของรินมันคือความคาดหวังของคนอื่น แต่ความรักที่มีให้ธันวา มันคือสิ่งเดียวที่รินเลือกเองด้วยหัวใจของรินจริงๆ”
เธอดึงมือเขาขึ้นมาแนบแก้มเนียน ความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากผิวหนังทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของหนุ่มวิศวะคนนี้อ่อนยวบ “ตราบใดที่ธันวายังจับมือรินไว้แน่นแบบนี้ รินสัญญาค่ะ... ว่ารินจะไม่หันหลังกลับไปมองทางอื่นอีก”
ธันวานิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนหน้าผากของเขากับเธอชิดกัน เขาหลับตาลง ซึมซับช่วงเวลาที่เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน “งั้นสัญญานะคะ ไม่ว่าจะมีพายุจากคนรอบข้าง หรือความกดดันที่ถาโถมเข้ามา เราจะใช้ใจสองดวงนี้เป็นเกราะกำบังให้กันและกัน”
“รินสัญญาค่ะ”
ความอบอุ่นที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางอากาศเย็นยามค่ำคืนราวกับจะเยียวยาทุกรอยร้าวในใจ แต่ความสุขนั้นกลับอยู่ได้เพียงไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยดังก้องขึ้นจากบันไดเหล็กทางขึ้นหอดูดาว
“โรแมนติกกันดีนี่” เสียงเย็นชาของหมอพายแทรกผ่านความมืดขึ้นมาทันที ตามมาด้วยแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาจนทั้งคู่ต้องผละออกจากกันด้วยความตกใจ “หมอรินดาครับ คนไข้เคสสำคัญในหอผู้ป่วยวิกฤตกำลังรอคำสั่งจากคุณอยู่... หวังว่าคุณคงไม่มัวแต่เล่นขายของกับคนไร้อนาคตจนลืมหน้าที่ของตัวเองนะครับ”
ธันวาขยับตัวบังรินรดาไว้ทันที สายตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความแข็งกร้าวที่พร้อมจะปะทะ แต่ทว่ารินรดากลับเป็นฝ่ายก้าวออกมาข้างหน้า สีหน้าของเธอที่เคยอ่อนหวานเปลี่ยนเป็นความนิ่งเรียบตามแบบฉบับของนักศึกษาแพทย์ผู้ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
“หมอพายคะ” รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่น “หน้าที่ของริน รินรับผิดชอบได้ดีเสมอมา... แต่การที่หมอพายใช้ความกดดันของคนไข้มาเป็นเครื่องมือในการก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของรินแบบนี้ รินคิดว่ามันเกินหน้าที่ไปหน่อยนะคะ”
“หมอรินดา!” หมอพายก้าวเข้ามาประชิดจนแสงไฟฉายสั่นไหว “เธอรู้ตัวไหมว่าเธอกำลังเลือกทางเดินที่ผิด และถ้าพรุ่งนี้เช้า... ผลการประเมินการฝึกงานของเธอถูกส่งไปที่บอร์ดบริหารด้วยลายเซ็นของฉัน ชีวิตที่เธอพยายามรักษามันไว้อาจจะพังไม่เป็นท่า เพราะความดื้อรั้นของผู้ชายคนนี้!”
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย แต่รินรดากลับกระชับมือที่กุมเขาไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม เธอไม่ได้หันไปมองธันวา แต่เธอกลับเผชิญหน้ากับหมอพายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ถ้าต้องแลกอนาคตกับการที่รินต้องสูญเสียตัวตนและความรักที่รินเลือก... รินก็พร้อมจะยอมรับผลนั้นค่ะ”
ทว่าในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้นถี่ๆ พร้อมกับข้อความจากแผนกฉุกเฉินที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
*‘หมอรินดา ด่วน! เกิดอุบัติเหตุหมู่หน้ามหาลัย คนไข้เคสสีแดงจำนวนมาก... และหนึ่งในนั้นคือผู้บริหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เพิ่งเซ็นคำสั่งระงับทุนการศึกษาของนักศึกษาปี 4 ทั้งหมด’*
รินรดาหน้าซีดเผือดลงทันที เธอเงยหน้าขึ้นมองธันวาที่ยืนนิ่งราวกับถูกสาป เพราะนั่นหมายความว่า ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอกำลังจะถูกตัดหนทางเรียนต่อ และคนที่เขาต้องช่วยชีวิตในฐานะหมอ คือคนที่เพิ่งพรากอนาคตของเขาไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 29 ด้วยหัวใจที่เต้นรัวไปพร้อมกับรินรดาและธันวานะคะ!
วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 29
คำสัญญาใต้แสงดาว
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!