"พี่พายคะ! รินช่วยถือไปให้ค่ะ... งานชิ้นนี้มันใหญ่เกินกว่าที่พี่จะแบกคนเดียวไหวนะคะ"
น้ำเสียงของฉันอาจจะดูสั่นไปสักนิด แต่ความกล้าที่รวบรวมมาตลอดทางจากห้องสมุดจนถึงตึกสถาปัตย์ฯ ก็มากพอจะทำให้ฉันเดินตามแผ่นหลังเพรียวบางนั้นขึ้นมาได้ทัน รินมองคนตรงหน้าที่หยุดชะงักลงครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แววตาคู่นั้น... ที่มักจะทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงละอองฝุ่นในจักรวาลของเธอ
"ริน... พี่บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องตามมา" พี่พายเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความนิ่งงันที่น่าเกรงขาม มือเรียวสวยที่ถือโมเดลสถาปัตยกรรมชิ้นยักษ์กระชับแน่นขึ้นจนเห็นเส้นเลือดจางๆ
"รินไม่ได้ตามมาเฉยๆ ค่ะ รินจะช่วย... แค่นี้เอง" ฉันรีบอาสาก่อนจะเอื้อมมือไปรับน้ำหนักโมเดลส่วนที่ยื่นออกมา พี่พายชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วยอมปล่อยให้ฉันช่วยประคองเข้าสู่อาณาเขตที่คนนอกไม่ค่อยจะมีโอกาสได้สัมผัส
ประตูเหล็กบานหนาถูกผลักเปิดออก กลิ่นจางๆ ของไม้ คัตเตอร์ และสารเคมีสำหรับทำโมเดลอบอวลไปทั่วบริเวณ นี่คือสตูดิโอส่วนตัวของพี่พาย... สถานที่ที่ฉันเคยฝันถึงนับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อได้เข้ามาจริงๆ ฉันกลับรู้สึกเหมือนเป็นผู้บุกรุกโดยไม่ตั้งใจ
ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยกองแบบแปลนที่ถูกม้วนไว้เหมือนป้อมปราการ แสงไฟสลัวจากโคมไฟโต๊ะทำงานที่เปิดทิ้งไว้สะท้อนกับพื้นไม้เก่าๆ สร้างเงาที่ดูซับซ้อนราวกับเขาวงกต พี่พายเดินไปวางงานไว้บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางความโกลาหลของวัสดุเหลือใช้
"ที่นี่... ไม่ค่อยต้อนรับแขกเท่าไหร่หรอกนะ" เธอพูดลอยๆ ในขณะที่ก้มลงจัดระเบียบโมเดลที่เบี้ยวไปจากการเคลื่อนย้าย
ฉันยืนนิ่ง มองแผ่นหลังของคนตรงหน้าอย่างเผลอไผล ความเงียบในสตูดิโอช่างต่างจากเสียงจ้อกแจ้กในห้องสมุดอย่างสิ้นเชิง มันเป็นความเงียบที่ทำให้ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัว ผสมกับเสียงการขูดขีดของคัตเตอร์ที่พี่พายใช้ตกแต่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
"พี่พายทำส่วนนี้คนเดียวหมดเลยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ มันไม่ใช่กลิ่นดอกไม้หวานเลี่ยน แต่มันเหมือนกลิ่นฝนแรกบนพื้นดิน... เย็นชื้นและน่าค้นหา
พี่พายหยุดมือที่กำลังกรีดกระดาษ เธอไม่หันกลับมา แต่ไหล่ที่ตั้งตรงนั้นสั่นไหวเล็กน้อย "งานสถาปัตย์ฯ มันไม่มีทางเสร็จด้วยมือของคนสองคนหรอกนะริน... ถ้าคนหนึ่งไม่ได้ตั้งใจจะเดินไปข้างหน้าด้วยกันจริงๆ"
คำพูดนั้นแทงใจฉันอย่างจัง รินรู้ดีว่านี่อาจจะเป็นคำเปรียบเปรยถึงเรื่องอื่นที่มากกว่าแค่เรื่องงาน ฉันขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนเงาของฉันทาบทับลงบนโต๊ะทำงานของเธอ พี่พายชะงักไปจริงๆ คราวนี้เธอหันกลับมา ดวงตาคู่สวยดุจกวางป่าจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน แววตานั้นไหววูบเหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมพัด
"พี่พายคะ... เรื่องเลกเชอร์ที่รินขอ..."
"เลกเชอร์เหรอ?" เธอเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความร่าเริง แต่มันกลับทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ "เธอคิดว่าเข้ามาที่นี่เพื่อขอเลกเชอร์จริงๆ น่ะเหรอ ริน?"
ฉันพูดไม่ออก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้มองที่สมุดในมือฉัน แต่กำลังมองที่... ริมฝีปากของฉัน พี่พายค่อยๆ วางคัตเตอร์ลงบนโต๊ะด้วยท่วงท่าที่ช้าและตั้งใจ เธอขยับกายเข้ามาใกล้ จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว ฉันสัมผัสได้ถึงความร้อนจากไอตัวของเธอที่แผ่ซ่านเข้ามา
"พี่พาย..." ฉันเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับเป็นเสียงกระซิบที่แทบไม่ได้ยิน
"ริน" เธอเรียกชื่อฉันกลับ เสียงของเธอแหบพร่าลงอย่างประหลาด มือเรียวยาวของเธอเอื้อมมาแตะที่ปลายคางของฉัน แตะเพียงเบาๆ แต่กลับทำให้ฉันไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่
ในวินาทีที่บรรยากาศดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าประตูสตูดิโอ มันดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขัดจังหวะความเงียบที่แสนเปราะบางนั้นลง
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
"พาย... พี่เองนะ กานต์ลืมกุญแจห้องไว้ที่โต๊ะพายหรือเปล่า?"
พี่พายชะงัก ร่างกายที่รุกคืบเข้ามาเมื่อครู่ถอยห่างออกไปทันที เธอหันกลับไปทางประตูด้วยแววตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในพริบตา ทิ้งให้ฉันยืนตัวสั่นอยู่ข้างโต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกที่ทั้งหวิวไหวและตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่
พี่พายก้าวไปที่ประตู แต่ก่อนจะเอื้อมมือไปจับลูกบิด เธอหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่ยากจะตีความ
"อยู่ในนี้ ห้ามส่งเสียง... ห้ามออกมาเด็ดขาด ถ้าไม่อยากให้เรื่องของเราไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น"
เธอพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะแง้มประตูออก ทิ้งให้ฉันยืนค้างอยู่ในความมืดสลัวของห้องสตูดิโอ เพียงลำพังกับสมุดเล่มดำที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะ—สมุดที่จู่ๆ ก็เปิดกางออกในหน้าสุดท้าย โดยที่ฉันไม่ได้เป็นคนแตะต้องมันเลยแม้แต่นิดเดียว... และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษนั้น ทำเอาเลือดในกายฉันเย็นเฉียบไปถึงขั้วหัวใจ
ขอบพระคุณนักอ่านที่แสนน่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินและพี่พายในตอนนี้นะคะ กลิ่นลิลลี่สีขาวสัญญาว่าจะพาทุกท่านไปค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ในเงามืดนี้ด้วยกันในตอนถัดไปค่ะ
บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย•ตอนที่ 2
หลงทางในห้องสตูดิโอ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!