“ถ้าจะเดินวนอยู่ตรงชั้นหนังสืออักษรศาสตร์ครบสิบรอบ พี่ว่ารินควรจะหาที่นั่งพักบ้างนะคะ ตรงนี้มีคนมองอยู่ไม่น้อยเลย”
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่ากังวานใสแทรกเข้ามากลางความเงียบของห้องสมุดคณะสถาปัตย์ รินชะงักฝีเท้าจนเกือบเสียหลัก สมุดบันทึกในมือสั่นไหวน้อยๆ จนขอบกระดาษครูดกับปกเสื้อสีขาวสะอาด รินไม่กล้าเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะตัวยาวใกล้หน้าต่างบานสูง เพราะเธอมั่นใจว่าวินาทีนี้ใบหน้าของตัวเองคงขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู
‘พี่พาย’ นั่งอยู่ที่นั่น เหมือนภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกจัดวางไว้ในมุมที่สงบที่สุดของโลก เส้นผมสีน้ำตาลเข้มรวบขึ้นลวกๆ ปล่อยให้ปอยผมตกลงมาคลอเคลียลำคอระหง ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอกำลังตวัดปากกาเขียนแปลนลงบนกระดาษไขอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางที่ดูเย็นชาและเข้าถึงยากนั่นแหละ คือสิ่งที่ดึงดูดรินให้ก้าวเข้ามาใน 'อาณาจักร' ที่เธอไม่ควรจะย่างกรายเข้ามาแต่แรก
รินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นอาการหัวใจเต้นรัวที่ดังจนเกือบจะได้ยินไปถึงโต๊ะตัวนั้น เธอตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก้าวเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น
“ขอ... ขอโทษนะคะพี่พาย”
ร่างสูงระหงชะงักมือที่กำลังวาดเส้นวงเวียน เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยที่แฝงแววห่างเหินจ้องมองมาราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงหัวใจคนตรงหน้า
“ว่าไงคะ?” คำถามสั้นๆ แต่ทำเอาคนฟังใจสั่นไหว
“ริน... รินเรียนวิชาพื้นฐานปรัชญาปีหนึ่งค่ะ แต่ว่าช่วงสัปดาห์ที่แล้วรินป่วย... เลยตามเลกเชอร์เพื่อนไม่ทัน” รินโกหกคำโตออกไป ใจหนึ่งก็เกลียดตัวเองที่ต้องใช้มุกตื้นๆ แบบนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็ร้องบอกว่านี่คือโอกาสเดียวที่จะได้คุยกับรุ่นพี่ในฝัน “ได้ยินมาว่าพี่พายเคยลงวิชานี้ตอนปีหนึ่ง... รินเลย... รินอยากจะขอถ่ายรูปเลกเชอร์ของพี่พายได้ไหมคะ?”
พี่พายเลิกคิ้วเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองรินตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ใช่การดูถูก แต่เป็นการสำรวจแบบที่ทำให้รินรู้สึกตัวลีบลงเรื่อยๆ บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังห้องสมุดดังก้องชัดเจนขึ้นทุกที
“เลกเชอร์ปรัชญาของพี่เหรอ?” พี่พายทวนคำพลางหัวเราะแผ่วๆ ในลำคอ “มันค่อนข้างรกนะคะ รินแน่ใจเหรอว่าอยากได้?”
“ค่ะ! แน่ใจค่ะ!” รินตอบรับทันควันโดยไม่ต้องคิด
พี่พายก้มลงหยิบสมุดเล่มหนาสีดำสนิทที่วางอยู่ใต้กองแบบแปลนขึ้นมา แล้วเลื่อนมันมาตรงหน้าเธอ ปลายนิ้วของรุ่นพี่แตะขอบสมุดค้างไว้ไม่ยอมปล่อย รินเผลอจ้องมองมือคู่นั้นจนลืมหายใจ
“ปกติพี่ไม่ค่อยให้ใครยืมของส่วนตัวหรอกนะ โดยเฉพาะอะไรที่จดด้วยลายมือตัวเอง” พี่พายโน้มตัวเข้ามาใกล้จนรินได้กลิ่นหอมจางๆ ประหนึ่งกลิ่นไม้สนและกระดาษเก่าจากตัวรุ่นพี่ “รินต้องมีอะไรแลกเปลี่ยน... อย่างน้อยก็ต้องบอกเหตุผลจริงๆ ว่าทำไมถึงต้องเจาะจงมาขอที่พี่ ทั้งที่เพื่อนในรุ่นรินก็น่าจะมีคนจดสวยกว่าพี่เยอะ”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนดาบที่แทงทะลุข้ออ้างทั้งหมดของริน ใบหน้าของรุ่นน้องปีหนึ่งร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอจะให้ตอบอย่างไร? ว่าเธอยืนมองพี่จากมุมตึกทุกเย็น? ว่าเธอยอมลงเรียนวิชาเลือกเสรีที่อยู่ตึกเดียวกันเพียงเพื่อจะได้เดินสวนกับพี่พายในโถงทางเดิน?
รินอ้าปากจะตอบ แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
“พาย... งานที่อาจารย์สั่งถึงไหนแล้ว เดี๋ยวเย็นนี้เรามีนัดไปดูงานที่สตูดิโอต่อนะ อย่าลืมสิ”
ร่างสูงโปร่งของ ‘พี่กานต์’ รุ่นพี่คณะเดียวกันก้าวเข้ามาหยุดข้างโต๊ะ เขาวางมือลงบนไหล่พี่พายอย่างสนิทสนม สายตาของเขามองผ่านรินไปราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ
พี่พายชะงักไปชั่วครู่ แววตาที่เคยนิ่งเรียบวูบไหวขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะปรับเป็นปกติ เธอถอนหายใจยาวพลางเก็บสมุดเล่มนั้นกลับไปถือไว้แนบอก “กานต์ไปรอที่รถก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันตามไป”
“ทำไมต้องรอ? งานก็ต้องทำด้วยกันไม่ใช่เหรอ?” พี่กานต์ยังคงรุกไล่ด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัก เขาหันมามองรินด้วยสายตาตำหนิ “แล้วนี่ใคร? น้องรหัสเธอเหรอพาย? ถึงได้มาเกาะแกะที่ห้องสมุดแบบนี้”
“ไม่ใช่ค่ะ” พี่พายตอบเสียงเรียบ แต่กระชับสมุดในมือแน่นขึ้น “เขาแค่มาขอเลกเชอร์... และดูเหมือนฉันจะยังไม่ได้ให้เขา”
พี่พายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินเลี่ยงพี่กานต์มาหยุดอยู่ตรงหน้าริน ระยะห่างที่ใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกันทำให้รินกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ พี่พายยื่นสมุดเล่มดำส่งให้ริน แต่แทนที่จะปล่อยมือ เธอโน้มลงมากระซิบที่ข้างหูของคนตัวเล็กกว่าด้วยน้ำเสียงที่ทำเอารินใจสั่นจนแทบทรงตัวไม่อยู่
“เอาไปได้... แต่ต้องเอามาคืนที่ห้องทำงานของพี่หลังตึกสถาปัตย์ ตอนห้าโมงเย็นวันนี้เท่านั้น ห้ามสาย... และห้ามให้ใครรู้เรื่องนี้นอกจากเราสองคน เข้าใจไหมคะ?”
รินเบิกตากว้าง ความงุนงงสับสนก่อตัวขึ้นในหัว พี่พายที่แสนเย็นชาคนนั้นกำลังยิ้ม... ยิ้มที่มุมปากแบบที่มองยังไงก็ไม่ใช่ความใจดีปกติ แต่มันคือคำท้าทายที่น่าขนลุกที่สุด
ก่อนที่รินจะได้ถามอะไรต่อ พี่พายก็หมุนตัวเดินตามพี่กานต์ออกไป ทิ้งให้รินยืนถือสมุดเล่มดำนั้นอยู่กลางห้องสมุดคนเดียว พร้อมกับความรู้สึกที่ว่า... ระยะห่างระหว่างเธอกับรุ่นพี่คนสวยคนนี้ ไม่ได้ลดลงตามที่หวัง แต่มันกลับกำลังถูกฉุดลงไปในวังวนที่อันตรายและน่าค้นหายิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกปั่นป่วนในหัวใจของรินนะคะ กลิ่นลิลลี่สีขาวสัญญาว่าจะพาทุกคนไปสัมผัสความรักครั้งนี้ให้ลึกซึ้งที่สุดในตอนถัดไปค่ะ
บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย•ตอนที่ 1
ข้ออ้างแรกคือวิชาพื้นฐาน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!