บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย•ตอนที่ 6

แมวหลงทางในโลกสถาปัตย์

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“อย่าขยับ” เสียงของพี่พายราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนรินแทบลืมหายใจ คัตเตอร์ในมือของรุ่นพี่สถาปัตย์คนสวยสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะเป็นประกายวับวาว ดวงตาคู่สวยที่เคยเรียบเฉยบัดนี้หรี่ลงเล็กน้อย สายตาของพี่พายไม่ได้มองมาที่ริน แต่มองไปที่ประตูไม้บานหนาที่กั้นระหว่างโลกแห่งความจริงกับสิ่งที่กำลังสั่นประสาทอยู่ภายนอก เสียงตะโกนเรียกชื่อพี่พายจากด้านนอกยังคงดังซ้ำๆ “พี่พาย... พี่พายคะ อยู่ข้างในหรือเปล่า?” มันคือเสียงของริน เสียงของรินที่กำลังยืนอยู่ที่เดิมในขณะที่ตัวจริงกำลังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกายเจ้าของห้อง หัวใจของรินเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความกลัวแล่นริ้วไปตามไขสันหลัง เธอเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อนักศึกษาของรุ่นพี่ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว “พี่พายคะ... นั่นมัน...” รินกระซิบ เสียงสั่นเครือ พี่พายเหลือบมามองรอยนิ้วมือที่จิกแน่นบนเสื้อของริน ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบา ความเย็นเยียบในแววตาจางหายไปแทนที่ด้วยความสงบนิ่งที่น่าประหลาดใจ “นั่งลงไปซะริน อย่าส่งเสียง” พี่พายลุกขึ้นช้าๆ ร่างโปร่งระหงก้าวเดินไปที่ประตูอย่างมั่นคง ทิ้งให้รินนั่งตัวลีบอยู่ท่ามกลางซากโมเดลบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ยังสร้างไม่เสร็จ กลิ่นกาวลาเท็กซ์และกลิ่นกระดาษชานอ้อยอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับจะเตือนว่านี่คือโลกของสถาปัตย์ที่เปราะบางและซับซ้อนเกินกว่าที่คนนอกจะเข้าใจ ทันใดนั้น เสียงจากด้านนอกก็เงียบหายไปอย่างกะทันหัน ความเงียบที่ตามมานั้นน่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงตะโกน พี่พายไม่ได้เปิดประตูออกไป แต่เธอกลับแนบหูฟังไปที่บานประตู ก่อนจะหันกลับมาส่งสายตาให้รินเป็นเชิงว่า ‘ปลอดภัยแล้ว’ “เรื่องเมื่อกี้... ลืมมันไปซะ” พี่พายพูดพลางวางคัตเตอร์ลงบนโต๊ะด้วยท่าทางปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “มาช่วยฉันต่อผนังห้องนั่งเล่นตรงนี้ให้เสร็จเถอะ ถ้าพรุ่งนี้ไม่ส่งงาน ฉันคงได้กลายเป็นศพเฝ้าสตูดิโอแน่ๆ” รินกลืนน้ำลายลงคอ ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ รุ่นพี่คนนี้ทำเหมือนเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องตลกที่น่าเบื่อหน่าย รินจำใจละทิ้งความสงสัยแล้วขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวพี่พายที่เหมือนดอกลิลลี่ผสมกลิ่นสะอาดของกระดาษวาดเขียน ทำให้รินเริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง “ตรงนี้ใช่ไหมคะที่ต้องติดกาว... ให้รินช่วยประคองไว้นะคะ” รินเอ่ยถามพลางยื่นมือไปประคองผนังโมเดลที่พี่พายกำลังบรรจงทาบให้ตรงล็อก สัมผัสจากปลายนิ้วของรินแตะเข้ากับหลังมือของพี่พายเบาๆ ร่างสูงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะผ่อนคลายลง ความใกล้ชิดในพื้นที่แคบๆ ท่ามกลางแสงไฟดวงเดียวทำให้โลกของรินหมุนวนไปรอบตัวรุ่นพี่คนนี้เพียงคนเดียว “มือเธอสั่นนะริน” พี่พายเอ่ยเสียงนุ่ม “เพราะว่า... รินกลัวค่ะ” รินยอมรับตามตรง ไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า พี่พายวางมือจากงานชั่วครู่ เธอยื่นมือมาปัดปอยผมที่ปรกหน้าของรุ่นน้องอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความอบอุ่นไปถึงหัวใจ รินเงยหน้าขึ้นมองพี่พายด้วยสายตาที่ซื่อตรง แววตาของพี่พายในเวลานี้ไม่ได้เย็นชาเหมือนเมื่อครู่ แต่มันมีความนุ่มนวลและเงาบางอย่างซ่อนอยู่ “ในสตูดิโอนี้มีความลับเยอะแยะเลยล่ะ” พี่พายกระซิบ “ยิ่งเธอเข้ามาใกล้ฉันมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งต้องเจออะไรที่อธิบายไม่ได้มากขึ้นเท่านั้น... ยังอยากจะช่วยฉันต่อโมเดลนี้จนจบไหม?” รินหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “รินอยากอยู่ตรงนี้ค่ะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม” ทั้งสองคนกลับมาตั้งใจทำงานต่อ ความเงียบยามดึกถูกแทนที่ด้วยเสียงขูดคัตเตอร์เบาๆ และการสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างอาคารที่กลายเป็นการปรับทุกข์ของกันและกัน รินได้รู้ว่าภายใต้มาดนิ่งขรึม พี่พายเองก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องแบกความคาดหวังของคณะและความโดดเดี่ยวของชีวิตเอาไว้ เวลาล่วงเลยไปจนเกือบตีสาม โมเดลบ้านจำลองเสร็จสมบูรณ์อย่างงดงาม พี่พายถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงาน รินมองรุ่นพี่ที่กำลังหลับใหลด้วยความเหนื่อยล้า เธอค่อยๆ ถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกมาห่มให้พี่พายอย่างทะนุถนอม รินกำลังจะหันตัวกลับไปเก็บเศษกระดาษที่พื้น แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ขอบหน้าต่าง... เงาสีดำสนิทรูปคนกำลังเกาะอยู่นอกกระจกหน้าต่างบานนั้น มันไม่ได้มีใบหน้าชัดเจน แต่รูปร่างของมัน... รูปร่างของมันเหมือนกับรินไม่มีผิดเพี้ยน! เงามืดนั้นยกนิ้วขึ้นแตะที่ริมฝีปากเป็นเชิง ‘ชู่ว์’ ก่อนจะชี้มาที่พี่พายที่กำลังหลับอยู่ แล้วค่อยๆ เอียงคอจนคอหักพับลงมาในมุมที่ผิดธรรมชาติ รินอ้าปากค้างจะกรีดร้อง แต่ในวินาทีนั้นเอง พี่พายก็ลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ริน... อย่าหันไปมอง” เสียงพี่พายสั่นเครือมากกว่าทุกครั้งที่รินเคยได้ยิน “นั่นไม่ใช่เงา... แต่เป็นสิ่งที่ฉันพยายามจะซ่อนมันเอาไว้จากตัวเธอมาตลอดทั้งคืน” รินตัวแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ว่ามือของพี่พายที่เอื้อมมาจับมือเธอไว้นั้น ไม่ใช่ความอบอุ่นแบบมนุษย์อีกต่อไป แต่มันกลับเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง และในวินาทีที่เงาสีดำนอกหน้าต่างยื่นมือผ่านกระจกเข้ามา แสงไฟในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างหูของริน “ยินดีต้อนรับสู่โลกสถาปัตย์ที่ไม่มีวันออกไปได้นะ... ตัวฉันอีกคน” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ กลิ่นลิลลี่สีขาวสัญญาว่าจะพาทุกคนไปพบกับความจริงในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%