“พี่ไม่ได้จะมาหาเธอที่นี่... แต่กุญแจดอกนี้มันเรียกร้องหาเจ้าของที่แท้จริง”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูแต่ทว่ากลับเย็นเยียบกว่าทุกครั้งดังก้องขึ้นในความมืด พายที่กำลังกอดกุญแจดอกนั้นไว้แนบอกสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองเงาร่างที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าประตูซึ่งเปิดอ้าออก ความใจหายวาบแล่นผ่านอกเมื่อแสงสลัวจากระเบียงหลังห้องส่องกระทบใบหน้าของ ‘พี่นัท’ รุ่นพี่ในคณะสถาปัตย์ที่พายพยายามหนีห่างมาตลอดทั้งเทอม
นัทเดินย่างสามขุมเข้ามา ความกดดันแผ่ซ่านราวกับอากาศในห้องกำลังถูกสูบออกไปจนหมด พายถอยกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางจมูกจนเธออยากจะอาเจียน
“พี่เข้ามาได้ยังไง... ริน... รินไปไหน!” พายเค้นเสียงถาม มือสั่นเทาพยายามซ่อนสมุดเลกเชอร์ของรินไว้ข้างหลัง
“รินเหรอ? เด็กอักษรฯ คนที่เธอคอยตามห่วงใยจนออกนอกหน้าน่ะเหรอ” นัทหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่สมุดปกสีน้ำตาลในมือพาย “เอาของที่ไม่ใช่ของเธอคืนมาดีกว่านะพาย... หรือจะให้พี่ช่วย ‘รื้อ’ มันออกมาจากมือเธอเอง”
หัวใจของพายเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมากลัว ในสมุดเลกเชอร์เล่มนี้ไม่ได้มีแค่บทเรียนวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม แต่มันมี 'ความลับ' ที่รินเขียนถึงเธอ—ความลับที่พายไม่เคยกล้าอ่านจนจบ
“ถ้าอยากได้... ก็ลองเข้ามาเอาสิคะ” พายสูดหายใจลึก เผชิญหน้ากับอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะภาวนาให้รินกลับเข้ามาในห้องนี้เสียที
วินาทีที่นัทขยับตัวจะพุ่งเข้าหา เสียงเคาะประตูด้านหน้าห้องก็ดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงรินที่ฟังดูหอบเหนื่อยและร้อนรน
“พี่พายคะ! พี่อยู่ในนั้นใช่ไหม เปิดประตูให้รินหน่อย! ริน... รินลืมของสำคัญไว้!”
ความชะงักงันเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที แต่นั่นก็เพียงพอให้พายฉวยจังหวะผลักชั้นวางหนังสือข้างตัวล้มลงกั้นขวางทางเดิน นัทสบถอย่างหัวเสียก่อนจะรีบถอยหลบเศษไม้และหนังสือที่ร่วงหล่น พายใช้โอกาสนั้นคว้าข้อมือของรินที่เพิ่งวิ่งกรูเข้ามาหลังจากพังประตูเข้ามาได้สำเร็จ
“ริน! ไปค่ะ!” พายตะโกนบอกก่อนจะลากคนตัวเล็กวิ่งฝ่าความมืดออกไปสู่แสงไฟทางเดินหอพัก ทั้งคู่หอบหายใจจนตัวโยนเมื่อมาหยุดอยู่ที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าตึก
รินมองพายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความเป็นห่วง มือบางของรุ่นน้องค่อยๆ เอื้อมมาจับมือพายที่ยังคงสั่นไม่หยุด
“พี่พาย... เกิดอะไรขึ้นคะ? แล้วทำไม... ทำไมพี่ถึง...” รินก้มมองสมุดเลกเชอร์ที่พายยื่นคืนให้เธอ “พี่อ่านมันหรือยังคะ?”
พายมองสมุดเลกเชอร์เล่มนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงจากเหตุการณ์เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดอั้นมานาน เธอหยิบสมุดเล่มนั้นคืนมา แต่คราวนี้เธอไม่ได้ส่งมันให้ริน เธอเปิดหน้าสุดท้ายที่คั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีขาว
“พี่อ่านแล้วค่ะ... รินคะ” พายเงยหน้าขึ้น สบตาคู่สวยที่สั่นระริกของรุ่นน้อง “ทำไมถึงเพิ่งบอกกันล่ะคะ... พี่เกือบจะสายเกินไปที่จะเป็นคนเปิดอ่านมัน”
ในหน้าสุดท้ายของสมุดเลกเชอร์ มีข้อความเขียนด้วยลายมือบรรจงที่พายจำได้ขึ้นใจ แต่มันไม่ใช่แค่ลายมือของริน มันยังมีลายมือของใครอีกคนที่เขียนแทรกไว้... ลายมือที่เธอคุ้นเคยดีที่สุด
*‘ถ้าพี่พายได้อ่านข้อความนี้... นั่นหมายความว่าหนูรวบรวมความกล้าได้มากพอที่จะบอกรักพี่แล้ว แต่ถ้ามีใครอื่นอ่านเจอ... ขอให้เขาได้รับรู้ว่า คนอย่างพี่พายไม่ควรค่าแก่การถูกทำลาย แต่ควรค่าแก่การถูกรักให้ดีที่สุด’*
รินเม้มปากแน่น น้ำตาคลอเบ้า “หนูเขียนไว้ตั้งแต่วันแรกที่ยืมสมุดพี่ไป... หนูกลัวว่าถ้าหนูไม่เขียนไว้ พี่จะไม่มีวันรู้เลยว่ามีคนคนหนึ่งที่แอบมองพี่อยู่ตรงนี้เสมอมา”
พายก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของริน เธอเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบา ความเงียบของยามค่ำคืนทำให้หัวใจของทั้งสองเต้นประสานเป็นจังหวะเดียวกัน พายขยับเข้าไปใกล้จนไรฟันแทบสัมผัสกัน
“ริน... พี่ไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะ” พายกระซิบชิดริมฝีปาก “พี่อาจจะใจร้าย... อาจจะชอบสร้างกำแพง แต่ตั้งแต่มีรินเข้ามา... กำแพงพวกนั้นมันก็พังทลายลงไปหมดแล้ว”
“งั้นก็ไม่ต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่นะคะ” รินกระซิบตอบ “อยู่ข้างๆ รินแบบนี้ตลอดไปได้ไหมคะ?”
พายยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง เป็นรอยยิ้มที่อ่อนหวานจนรินแทบละลาย เธอโน้มตัวลงไปประทับจูบแผ่วเบาที่หน้าผากของรุ่นน้อง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนลงมาที่ริมฝีปากอย่างช้าๆ ดั่งคำสัญญาที่ไม่ได้ใช้เพียงคำพูด แต่ใช้หัวใจเป็นเครื่องยืนยัน
แต่แล้ว... ความอบอุ่นนั้นก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังสะท้อนมาตามทางเดิน พายผละออกจากรินอย่างรวดเร็ว สายตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ใต้โคมไฟถนนที่ดับๆ ติดๆ
ไม่ใช่พี่นัท... แต่เป็นแม่ของพายที่ยืนกอดอก มองมาทางทั้งสองด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่าขนลุก “พาย... แม่เตือนแล้วใช่ไหมว่าห้ามยุ่งกับเด็กคนนี้”
แม่ของพายก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวขับให้ใบหน้าของท่านดูดุดันกว่าที่เคยเห็น พายถอยไปบังรินไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแม่กลับพูดประโยคที่ทำให้พายถึงกับตัวชาไปทั้งร่าง “ถ้าแกยังไม่หยุดพฤติกรรมน่าสมเพชนี้ แม่จะทำให้สมุดเลกเชอร์เล่มนี้กลายเป็นสิ่งสุดท้ายที่แกได้เห็นจากมัน”
ในมือของแม่พาย... คือสมุดเลกเชอร์อีกเล่มที่เหมือนกับเล่มของรินไม่มีผิดเพี้ยน แต่เล่มนั้นมีรอยเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ที่สันสมุดอย่างชัดเจน
กลิ่นลิลลี่สีขาวหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้ความรักของพี่พายและน้องรินในบทถัดไปนะคะ
บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย•ตอนที่ 21
จดหมายในสมุดเลกเชอร์
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!