บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย•ตอนที่ 11

ฝนตกกับเพลงที่ชอบ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“ถ้าไม่เลือกตอนนี้ ก็ถือว่าคุณพายเลือกที่จะให้เราดำเนินการในทางที่รุนแรงกว่าเดิมนะครับ” เสียงนิ่งเรียบของชายในชุดสูทสีดำดังกังวานอยู่ในโสตประสาทของฉัน ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความหายนะ พี่พายตัวแข็งทื่อ มือที่กำตะเกียบสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะค่อยๆ วางมันลงอย่างใจเย็น แววตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามปกติ บัดนี้กลับไหวระริกเหมือนใบไม้ที่กำลังจะร่วงหล่นจากขั้วท่ามกลางพายุ “ริน... กลับไปก่อนเถอะค่ะ” พี่พายเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามองหน้าฉัน เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน “ไม่ค่ะ พี่พาย... นี่มันเรื่องอะไรกันคะ? ทำไมเขาต้องขู่พี่ด้วย!” ฉันคว้าข้อมือเธอไว้แน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัวและสับสน ชายชุดสูทคนนั้นเพียงแค่เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา ก่อนจะเดินเลี่ยงหายไปในฝูงชน ทิ้งไว้เพียงซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางโดดเด่นอยู่บนโต๊ะราวกับระเบิดเวลา พี่พายคว้ามันไว้แล้วลุกขึ้นยืนทันที เธอไม่ได้อธิบายอะไร นอกจากดึงแขนฉันให้ก้าวตามเธอออกไปจากร้านอาหารท่ามกลางสายตาของผู้คน ข้างนอกนั่น... ท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนในพริบตา ก้อนเมฆสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นราวกับจะถล่มลงมา สายฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาทันทีที่เราก้าวพ้นประตูร้าน พี่พายไม่ได้หยุดรั้ง เธอพากฉันวิ่งฝ่าสายฝนจนมาถึงที่พักของเธอ หอพักสถาปัตย์ที่เงียบสงัดและเป็นส่วนตัว เมื่อบานประตูห้องปิดลง ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจของเราสองคนและเสียงฝนที่กระหน่ำลงบนกระจกหน้าต่าง พี่พายทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวยาว เธอทิ้งเอกสารในมือลงบนโต๊ะก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้า แผ่นหลังบางสั่นไหวน้อยๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอผสมกับกลิ่นไอฝนที่ติดมากับเสื้อผ้า ทำให้บรรยากาศในห้องดูบีบคั้นและเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก “พี่พายคะ...” ฉันค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ วางมือลงบนไหล่ของเธออย่างแผ่วเบา “รินไม่รู้หรอกนะคะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่รินไม่อยากให้พี่แบกรับมันไว้คนเดียว” เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองฉัน ดวงตาคู่สวยที่ฉันหลงใหลบัดนี้แดงก่ำ คราบน้ำตาผสมกับละอองฝนที่เปียกชื้นอยู่บนแก้ม “ริน... ถ้าพี่บอกว่าพี่ไม่ใช่คนที่รินเห็นอยู่ทุกวันนี้ล่ะคะ? ถ้าพี่เป็นแค่หุ่นเชิดของครอบครัวที่รอวันถูกทิ้ง พี่จะยังอยากรู้จักพี่อยู่ไหม?” “ไม่ว่าพี่พายจะเป็นใคร จะมีอดีตแบบไหน หรือกำลังเจอเรื่องเลวร้ายอะไรอยู่ รินก็ยังเป็นรินคนเดิม... คนที่อยากนั่งข้างๆ พี่พาย คนที่อยากขอเลกเชอร์พี่พายไม่ว่าวันนั้นมันจะยากแค่ไหนก็ตามค่ะ” คำพูดของฉันดูเหมือนจะปลดล็อกบางอย่างในใจเธอ พี่พายดึงมือฉันไปกุมไว้แน่น เธอเริ่มเล่าเรื่องราวความฝันที่ถูกตีกรอบ ความกดดันจากการแบกรับชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล และข้อตกลงที่ผูกมัดชีวิตของเธอไว้กับคนพวกนั้น—คนที่มองว่าความสุขของเธอเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่ง เรานั่งคุยกันอยู่บนพื้นห้องพรมหนานุ่มท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียง เสียงฝนด้านนอกเริ่มซาลงจนเหลือเพียงเสียงปรอยๆ ที่แผ่วเบา พี่พายหยิบแผ่นเสียงแผ่นหนึ่งขึ้นมาวางบนเครื่องเล่นเพลงคลาสสิกของเธอ เสียงเปียโนบรรเลงคลอไปกับคำสารภาพที่หลั่งไหลออกมาจากใจของคนตรงหน้า “พี่อยากเป็นสถาปนิกที่ออกแบบบ้านเพื่อความสุขของคนอื่น... ไม่ใช่สร้างกรงทองให้ตัวเองขังอยู่อย่างนี้” เธอพูดพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง “รินรู้ไหมว่าคืนนี้... พี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังได้หายใจจริงๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี” ฉันขยับเข้าไปใกล้เธอจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย ความใกล้ชิดที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นรัวจนแทบทะลุออกมา ในวินาทีนั้น ความกลัวเรื่องซองเอกสารหรือชายชุดสูทหายไปสิ้น เหลือเพียงเราสองคนในห้องที่อบอวลไปด้วยไออุ่นและความรู้สึกที่ก่อตัวลึกซึ้งเกินกว่าจะนิยามได้ “ถ้าพี่พายอยากหนี... รินจะหนีไปกับพี่เองค่ะ” ฉันเอ่ยกระซิบเบาๆ พี่พายหันกลับมามองฉัน สายตาของเธออ่อนโยนลงอย่างประหลาด เธอโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเราประสานกัน ฉันหลับตาลงเตรียมรับสัมผัสที่เฝ้ารอมาตลอด แต่ทว่า... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและไร้ความปรานีดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน มันไม่ใช่เสียงของเพื่อนบ้านที่มาหา แต่เป็นจังหวะที่จงใจแสดงถึงอำนาจและคำสั่ง พี่พายชะงัก เธอผละออกจากฉันทันที ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองไปยังซองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ เสียงฝนที่เงียบลงไปแล้วกลับดูเงียบงันจนน่ากลัว เสียงเคาะประตูครั้งที่สองดังขึ้นอีกครั้ง... หนักกว่าเดิม คราวนี้มันมาพร้อมกับเสียงผู้ชายคนที่คุยกับเราในร้านอาหารเมื่อตอนเย็น “คุณพายครับ... ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน และผมคิดว่าคุณคงทราบดีว่าถ้าผมต้องพังประตูนี้เข้าไป สัญญาฉบับนั้นจะไม่ได้มีแค่เรื่องข้อตกลง แต่มันจะเป็นเรื่องของ ‘ความลับ’ ที่คุณพยายามซ่อนไว้จากรุ่นน้องคนนี้ด้วย” พี่พายหันมามองหน้าฉัน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและน้ำตาที่คลอเบ้า เธอไม่ได้มองที่ประตู แต่เธอกลับมองที่ฉันด้วยสายตาที่เหมือนกำลังจะกล่าวคำอำลาครั้งสุดท้าย กลิ่นลิลลี่สีขาวขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับรินและพี่พายมาจนถึงตอนนี้ด้วยหัวใจนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%