“หมายความว่ายังไงคะพี่พาย... ที่บอกว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
คำถามของรินสั่นพร่า ลอยเคว้งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของพี่พายที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอ่อนๆ ของกระดาษเขียนแบบและสีน้ำมัน แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะดวงเดียวในห้องทำหน้าที่ขับเน้นให้ใบหน้าสวยคมของรุ่นพี่ดูมีมิติและน่าค้นหาเกินกว่าที่รินจะกล้าสบตาตรงๆ
พี่พายไม่ได้ตอบในทันที เธอถอดแว่นสายตาวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊คช้าๆ ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาคู่นั้นที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลม กลับไหวระริกราวกับมีพายุซ่อนอยู่ข้างใน เธอขยับตัวลุกขึ้นยืน ความสูงที่ต่างกันเล็กน้อยทำให้พี่พายต้องโน้มตัวลงมาหา รินรู้สึกเหมือนลมหายใจของตัวเองถูกสูบหายไปในจังหวะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของคนตรงหน้าแตะลงที่ข้างแก้มอย่างแผ่วเบาเพื่อปัดปอยผมที่ปรกหน้าให้อย่างเบามือ
“ก็หมายความว่า...” พี่พายทอดเสียงต่ำ “...พี่มองรินมานานกว่าที่รินคิดไว้มากเลยยังไงล่ะคะ”
รินนิ่งงัน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า คำพูดของพี่พายไม่ได้มีท่าทีล้อเล่นเลยแม้แต่นิดเดียว มันจริงจังเสียจนรินทำตัวไม่ถูก เธอไม่เคยคาดคิดว่าคนสวยผู้สูงส่งที่ดูเหมือนจะเดินอยู่ในโลกคนละใบกับเด็กปีหนึ่งอย่างเธอ จะเป็นคนเดียวกับที่คอยเฝ้ามองเธอมาตลอด
“พี่... พี่พายพูดจริงๆ เหรอคะ” รินถามเสียงอ้อมแอ้ม
พี่พายหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ดูอบอุ่นและทอดถอนใจไปในคราวเดียวกัน เธอเปลี่ยนจากการจับคางเป็นการดึงเก้าอี้ข้างๆ มานั่งใกล้รินจนระยะห่างแทบจะเป็นศูนย์ ความเงียบระหว่างเราไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนครั้งก่อนๆ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พยายามจะก่อตัวขึ้น
“ถ้ารินอยากรู้รายละเอียด พี่คิดว่าเราคงต้องใช้เวลาด้วยกันนานกว่าแค่การมาขอเลกเชอร์แล้วล่ะค่ะ”
จากวันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของรินก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง พี่พายที่เคยเฉยเมยและมีกำแพงกั้น กลับกลายเป็นคนที่ดูแลใส่ใจรินในทุกรายละเอียด เริ่มจากการที่พี่พายอาสามาส่งรินที่หอพักทุกเย็นโดยอ้างว่า ‘ทางผ่าน’ ทั้งที่จริงๆ แล้วคณะของพี่พายอยู่คนละทิศกับหอพักของรินอย่างชัดเจน หรือแม้แต่ในวันที่รินต้องโหมทำงานกลุ่มจนดึกดื่น ข้อความจากพี่พายก็จะเด้งขึ้นมาในหน้าจอมือถือเสมอ
*‘ทานข้าวหรือยังคะ อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ นะ เดี๋ยวพี่ซื้อแซนด์วิชไปแขวนไว้ที่หน้าประตูห้องให้’*
รินมองข้อความนั้นแล้วยิ้มออกมาจนแก้มปริ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางเอกในนิยายรักที่เฝ้าฝัน แต่ลึกๆ ในใจมันก็ยังมีคำถามที่คอยกัดกินความสุขนั้นอยู่... อะไรคือเหตุผลที่แท้จริงกันแน่ ที่ทำให้คนอย่างพี่พายต้องทำถึงขนาดนี้?
บ่ายวันศุกร์ ณ มุมโปรดในห้องสมุดคณะ พี่พายกำลังนั่งจดบันทึกอะไรบางอย่างลงในสมุดปกหนังสีดำสนิทเล่มหนา รินนั่งมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของรุ่นพี่อย่างลืมตัว แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงทำให้เห็นไรผมสีน้ำตาลอ่อนนั่นชัดเจน พี่พายขมวดคิ้วเล็กน้อยยามที่ใช้สมาธิ ดูเป็นธรรมชาติและเข้าถึงง่ายกว่าภาพจำที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว
“มองหน้าพี่แบบนี้ มีอะไรจะถามหรือเปล่าคะ?” พี่พายเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากสมุด
รินสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะรีบก้มหน้าลงมองหนังสือเล่มหนาในมือ “เปล่าค่ะ... แค่คิดว่าพี่พายวันนี้ดู... ใจดีจังค่ะ”
“ปกติพี่ใจร้ายเหรอคะ?” พี่พายวางปากกาลงแล้วหันมาเผชิญหน้าเต็มๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของริน เหมือนจะอ่านใจให้ทะลุปรุโปร่ง “ที่พี่ทำแบบนี้... พี่ไม่ได้หวังอะไรนอกจากอยากให้รินรู้สึกปลอดภัย เวลาที่อยู่ใกล้พี่”
คำพูดนั้นทำเอารินไปไม่เป็น เธอรู้สึกเหมือนกำลังจมลงไปในห้วงลึกของความรู้สึกที่พี่พายหยิบยื่นให้ มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งหอมหวานและอันตรายในเวลาเดียวกัน
“รินอยากรู้... ทำไมต้องเป็นรินคะ” รินตัดสินใจรวบรวมความกล้าถามออกไป “ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องบังเอิญ งั้นรินก็ต้องมีอะไรบางอย่างที่พี่พายต้องการ... ใช่ไหมคะ?”
บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ พี่พายถอนหายใจแผ่วเบา เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างหลังริน มือเรียวเอื้อมมาจับไหล่ของรุ่นน้องไว้เบาๆ สัมผัสของเธอแผ่ความอบอุ่นผ่านเสื้อนักศึกษาเข้ามาจนรินขนลุกซู่
“มันเป็นสิ่งที่ริน ‘เคย’ มี... และพี่ก็เคย ‘ทำหาย’ ไปในวันเดียวกัน” พี่พายกระซิบข้างใบหู เสียงของเธอก้องสะท้อนอยู่ในความรู้สึกของริน “แต่รินอย่าเพิ่งถามตอนนี้เลยนะคะ รอให้ถึงวันที่พี่พร้อมจะเปิดหน้าบันทึกเล่มนั้นให้รินอ่านเอง... ถึงตอนนั้น รินอาจจะอยากหนีไปจากพี่เลยก็ได้”
รินเงยหน้าขึ้นมองคนข้างหลังด้วยความสับสน ความอบอุ่นที่พี่พายมอบให้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลลึกๆ ในใจ มันเหมือนกับว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่เขาวงกตที่มองไม่เห็นทางออก
ทว่า ในขณะที่รินกำลังจะอ้าปากถามต่อ เสียงโทรศัพท์ของพี่พายก็ดังขึ้นขัดจังหวะหน้าจอโชว์ชื่อบุคคลที่รินไม่เคยคาดคิดว่าจะเห็น...
หน้าจอระบุชื่อว่า ‘อาจารย์คณา’ คนที่เคยเป็นหัวข้อข่าวฉาวในอดีตเกี่ยวกับโปรเจกต์สถาปัตย์ที่ถูกยุบไปอย่างไร้ร่องรอย
พี่พายกดรับสายทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที “ค่ะ... พี่ทราบแล้วค่ะ ว่ารินอยู่กับหนู... ไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องนี้หนูจัดการเอง”
พี่พายกดวางสายแล้วหันมามองรินด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เธอคว้ากระเป๋าแล้วคว้าข้อมือของรินให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เราต้องไปเดี๋ยวนี้ค่ะริน... มีบางอย่างที่รินต้องเห็นด้วยตาตัวเอง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
กลิ่นลิลลี่สีขาวจางๆ ที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นความเย็นยะเยือกในความรู้สึกของริน เมื่อเธอมองออกไปนอกหน้าต่างห้องสมุด แล้วเห็นรถยนต์คันสีดำคุ้นตาจอดนิ่งสนิทอยู่ตรงทางออก... นั่นไม่ใช่รถของพี่พาย และนั่นไม่ใช่คนที่ควรจะมาอยู่ในที่แห่งนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินและพี่พายมาถึงตอนนี้ หวังว่าหัวใจของทุกคนจะเต้นไปพร้อมกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนะคะ กลิ่นลิลลี่สีขาวค่ะ
บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย•ตอนที่ 13
ระยะห่างที่เริ่มหายไป
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!