“อาจารย์วิชัยคะ… ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้คะ?”
คำถามของรินหลุดรอดออกไปผ่านริมฝีปากที่สั่นระริก เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ ในร้านกาแฟ เธอจ้องมองเงาร่างหลังกระจกใสบานนั้นที่ขยับตัวหายลับไปหลังมุมตึกอย่างรวดเร็ว ราวกับภาพหลอนที่สร้างขึ้นจากความหวาดระแวงในใจ
“ริน? พูดอะไรน่ะ?” พี่พายเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอไอแพด คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยตามนิสัยคนที่ชอบสังเกตความผิดปกติของคนรอบข้าง
รินสะดุ้งสุดตัว รีบเบือนหน้ากลับมาสบตากับรุ่นพี่ที่เธอหลงรักจนหมดหัวใจ เธอต้องทำอะไรสักอย่าง ต้องดึงความสนใจของพี่พายออกไปจากความตึงเครียดนี้ และที่สำคัญ... เธอต้องหาทางเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวที่พี่พายหวงแหนนักหนาให้ได้
“ปะ...เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร แค่คิดว่าเห็นคนรู้จักน่ะค่ะ” รินฝืนยิ้ม ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาที่ใบหน้า เธอคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพาย พยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุดแม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ “พี่พายคะ รินขอตัวไปห้องน้ำสักครู่นะคะ เดี๋ยวจะรีบกลับมาค่ะ”
รินเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ เธอวางแผนในหัวอย่างรวดเร็ว มือไม้สั่นขณะหยิบสมุดเลกเชอร์เล่มหนาที่พี่พายเพิ่งสอนบทเรียนสถาปัตย์แสนยากให้เมื่อครู่ ออกมาถือไว้ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปที่โต๊ะ โดยจงใจทิ้งสมุดเล่มนั้นไว้บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม
เมื่อกลับมาถึง พี่พายกำลังยืนเตรียมตัวจะกลับ เธอทำเหมือนมองไม่เห็นสมุดที่วางเด่นอยู่บนเบาะรองนั่ง
“พี่พายคะ รินว่าวันนี้รินคงลืมของไว้ที่ห้องสมุดแน่เลย เดี๋ยวขอไปเช็กก่อนนะคะ พี่พายกลับไปก่อนได้เลยค่ะ” รินแกล้งทำหน้าตื่นตระหนก ซึ่งดูสมจริงจนน่าตกใจ
พี่พายชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าของรุ่นน้องอย่างพินิจ ก่อนจะระบายยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะมองทะลุแผนการอันไร้เดียงสานี้ได้ “แน่ใจนะว่าลืมไว้ที่นั่น? ไม่ใช่ลืมไว้ที่ไหนใกล้ๆ แถวนี้?”
รินใจหายวาบ แต่เธอก็ยิ้มตอบอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด “ถ้าหาไม่เจอจริงๆ รินคงต้องรบกวนพี่พายให้ช่วยสอนใหม่ในวันหลังนะคะ”
รินแยกตัวออกมา ทิ้งให้พี่พายเดินออกไปจากร้าน แต่ทันทีที่แผ่นหลังบางของรุ่นพี่ลับตาไป รินก็รีบก้มลงมองที่เก้าอี้... สมุดเลกเชอร์เล่มนั้นยังคงวางอยู่ที่เดิม!
หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ เธอรีบคว้าสมุดเล่มนั้นวิ่งออกไปตามทางที่พี่พายเพิ่งเดินไป เธอเห็นแผ่นหลังของพี่พายกำลังเดินไปทางหอพักหญิงโซนศิลปกรรม รินเร่งฝีเท้าตามไป แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะทันได้เรียกชื่อพี่พาย เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นบนหน้าจอ...
*‘ดูเหมือนน้องรินจะขยันเกินไปนะ... พี่พายของน้องน่ะ ไม่ได้ใสซื่ออย่างที่เห็นหรอก โดยเฉพาะเรื่องคืนวันศุกร์ที่ตึกร้างนั่นน่ะ’*
รินหยุดชะงัก ขาของเธอก้าวไม่ออก ความกลัวจับขั้วหัวใจไม่ใช่เพราะคำขู่ แต่เพราะสถานที่ที่ข้อความระบุถึง... มันคือตึกเดียวกับที่เธอมักจะเห็นพี่พายหายตัวไปบ่อยๆ ในยามค่ำคืน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้จากด้านหลังทำให้เธอต้องรีบหมุนตัวกลับไป แรงบีบที่หัวไหล่ทำให้เธอต้องสะดุ้ง ร่างสูงโปร่งของพี่พายยืนซ้อนอยู่ข้างหลังเธอ พร้อมกับแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แววตาใจดีของรุ่นพี่คนสวยอีกต่อไป แต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวงและเย็นชาจนน่าขนลุก
“อยากรู้อยากเห็นขนาดนั้นเลยเหรอ ริน?” พี่พายกระซิบข้างหู น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและกดดัน “ตามฉันมาถึงนี่... คิดเหรอว่าสมุดเล่มนี้มันสำคัญพอที่จะให้ฉันยอมให้เธอเข้ามาในห้องน่ะ?”
รินตัวแข็งทื่อ สมุดเลกเชอร์ในมือร่วงหล่นลงพื้น ทันทีที่พี่พายผลักประตูห้องพักของเธอเปิดออก สิ่งที่อยู่เบื้องหลังบานประตูนั้นไม่ใช่โต๊ะเขียนแบบหรือเตียงนอนอย่างที่รินจินตนาการไว้ แต่มันคือผนังห้องที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายของใครบางคน... รูปถ่ายของ ‘ริน’ ในทุกๆ อิริยาบถ ตั้งแต่วันแรกที่พวกเธอเจอกัน
พี่พายก้าวเข้ามาประชิดตัว ล็อกกลอนประตูห้องพักเสียงดังลั่น ก่อนจะกดตัวรินให้ติดกับผนังห้องแล้วก้มลงมากระซิบด้วยรอยยิ้มที่ทำให้รินแทบหยุดหายใจ
“ทีนี้... จะขอให้สอนเลกเชอร์ หรือจะขอให้ฉันสอนวิธี ‘อยู่ให้รอด’ ในห้องนี้แทนดีล่ะคะ?”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันหวานล้ำและอันตรายของพี่พายและน้องรินนะคะ - กลิ่นลิลลี่สีขาว
บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย•ตอนที่ 4
ลืมสมุดเลกเชอร์ไว้ที่ไหน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!