“ถ้าจะมาเพื่อพิสูจน์ความจริง ก็เชิญรื้อค้นให้พอใจเลยค่ะ แต่ถ้าจะมาเพื่อเรียกร้องความสงสาร… รินคะ พี่ว่าเราจบเรื่องนี้ไว้แค่ตรงนี้ดีกว่า”
เสียงของพี่พายราบเรียบ ทว่าบาดลึกราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบในห้องทำงานส่วนตัวที่เต็มไปด้วยแปลนอาคารและกลิ่นอายของสีสเปรย์ พี่พายไม่ได้หันมามองฉัน ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนยามที่ฉันขอเลกเชอร์ บัดนี้กลับเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานสูงที่กั้นขวางโลกภายนอกไว้
ฉันกำสมุดโน้ตในมือแน่นจนปกยับย่น ความรู้สึกปวดหนึบที่หัวใจไม่ใช่เพราะคำประชดประชัน แต่เป็นเพราะแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำนั่นต่างหากที่ทำให้ฉันตระหนักได้ว่า กำแพงที่พี่พายสร้างขึ้น ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกันคนแปลกหน้า แต่มันมีไว้เพื่อกักขังตัวเองไม่ให้เจ็บปวดอีกครั้ง
“รินไม่ได้ต้องการความสงสารจากพี่พายค่ะ” ฉันก้าวเข้าไปใกล้ แผ่นหลังของพี่พายเกร็งขึ้นเล็กน้อย “รินแค่ไม่อยากเห็นพี่ต้องยืนอยู่หลังกำแพงนั้นเพียงลำพังอีกต่อไป”
พี่พายแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า แววตาของเธอสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว “รู้ไหมคะว่าทำไมสถาปนิกถึงต้องให้ความสำคัญกับโครงสร้างมากที่สุด? เพราะถ้าฐานรากมันห่วย ต่อให้ตกแต่งสวยหรูแค่ไหน วันหนึ่งมันก็พังลงมา… เหมือนกับความเชื่อใจของพี่ ที่รินไม่มีวันเข้าใจว่ามันพังพินาศไปในรูปแบบไหน”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างตึงเครียด ฉันค่อยๆ วางแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำครึที่พยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์ประกวดแบบเมื่อสามปีก่อนลงบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่
“รินรู้เรื่องพี่ภัทรค่ะ”
ร่างสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่ที่ฉันชอบซื้อมาฝากดูเหมือนจะจางหายไปแทนที่ด้วยบรรยากาศกดดัน พี่พายจ้องมองแฟ้มนั้นราวกับมันเป็นระเบิดเวลา ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือมาแตะมัน แต่แล้วเธอก็ชักมือกลับราวกับถูกลวก
“ใครบอกริน” เสียงของเธอสั่นพร่า
“มันไม่สำคัญว่าใครบอกหรอกค่ะ สำคัญที่ว่า พี่พายแบกความผิดที่พี่ภัทรเป็นคนทำไว้คนเดียวมานานเกินไปแล้ว พี่ปล่อยให้คนทั้งคณะตราหน้าว่าพี่ขโมยผลงาน เพียงเพราะพี่ไม่อยากทำลายอนาคตของคนที่พี่เคยรัก... ทั้งที่คนคนนั้นไม่เคยเหลือความเห็นใจให้พี่เลยแม้แต่น้อย”
ฉันก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะ มือของฉันสั่นเทาแต่กลับมีความกล้าที่รวบรวมมาตลอดทั้งบทเรียนชีวิตที่ผ่านมา “พี่พายคะ ความผิดพลาดในอดีตไม่ได้นิยามว่าพี่เป็นใครในวันนี้ แต่กำแพงที่พี่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความจริงต่างหากที่กำลังฆ่าพี่ให้ตายทั้งเป็น”
พี่พายลุกขึ้นพรวดพราดจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้น เธอคว้าข้อมือฉันไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้ฉันนิ่วหน้า แต่ดวงตาที่จ้องมองมากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยออกมาจากส่วนลึกที่สุดของจิตใจ
“รินไม่มีทางเข้าใจ!” พี่พายตวาดเสียงสั่น “รินเป็นแค่เด็กที่เดินเข้ามาในชีวิตพี่เพียงชั่วครู่ รินมองทุกอย่างเป็นเรื่องของความรักและความเข้าใจ แต่สำหรับพี่… มันคือการสูญเสียทุกอย่าง! สูญเสียความฝัน สูญเสียเพื่อน และสูญเสียตัวตนของตัวเองไปจนหมดสิ้น!”
เธอดึงตัวฉันเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายที่กำลังสั่นเทา พี่พายซบหน้าลงกับไหล่ของฉันอย่างหมดแรง เสียงสะอื้นที่กลั้นไว้มานานนับปีถูกปล่อยออกมาในจังหวะนี้เอง กำแพงที่ดูมั่นคงกำลังแตกร้าวทีละนิด เสียงแห่งความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉยกำลังเปิดเปลือยให้เห็นว่าภายใต้หน้ากาก ‘รุ่นพี่สุดเฟี้ยว’ คือหญิงสาวที่แตกสลายเพียงใด
ฉันกอดตอบเธอไว้แน่น พลางลูบหลังอย่างปลอบประโลม หัวใจของฉันบีบแน่นด้วยความสงสารที่ผสมปนเปไปกับความรักที่ไม่อาจนิยามได้
“พี่พายคะ… รินอาจจะเป็นแค่เด็กที่ผ่านเข้ามา แต่รินสัญญาว่ารินจะไม่เดินออกไปไหน”
ฉันผละออกมาเล็กน้อยเพื่อจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำ “รินจะช่วยพี่พังกำแพงนี้เอง ไม่ใช่เพื่อจะรื้อฟื้นอดีต แต่มันถึงเวลาแล้วที่พี่พายต้องได้รับความยุติธรรมที่พี่ควรจะได้มาตั้งนานแล้ว”
ขณะที่เรากำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งการปลดปล่อย เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ตามด้วยการเปิดประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูสุภาพผิดปกติ แต่ทว่าดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเย็นชาที่ทำเอาฉันรู้สึกหนาวสันหลัง
“ยังคุยเรื่องเก่าๆ กันอยู่เหรอครับ พาย?”
พี่พายผละออกจากฉันทันที ร่างกายของเธอแข็งทื่อราวกับถูกสาป สายตาที่เธอใช้มองผู้มาใหม่นั้นเปลี่ยนไปเป็นความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด มือที่ฉันเพิ่งกุมไว้เมื่อครู่ตอนนี้เย็นเฉียบและสั่นเทาอย่างรุนแรง
“คุณมาที่นี่ทำไม… ภัทร” พี่พายถามเสียงแผ่ว โดยที่มืออีกข้างหนึ่งของเธอไขว่คว้าหาสิ่งใดไม่ได้นอกจากชายเสื้อของฉันเพื่อยึดเหนี่ยว
“ก็แค่มาดูว่า ‘ความลับ’ ที่พายพยายามจะปิดตาย มันยังถูกขังอยู่ในห้องนี้ดีหรือเปล่า” เขาแสยะยิ้มก่อนจะกวาดสายตามองฉันด้วยแววตาเหยียดหยาม “และดูเหมือนว่าวันนี้… พายจะมีหนูตัวน้อยมาเป็นพยานในความพินาศของตัวเองเพิ่มอีกคนสินะครับ”
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินกับพี่พายในบทที่เข้มข้นที่สุดบทนี้ด้วยนะคะ จากกลิ่นลิลลี่สีขาวค่ะ
บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย•ตอนที่ 16
กำแพงที่พี่พายสร้างไว้
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึก(ไม่)ลับฉบับขอเลกเชอร์ยัยรุ่นพี่คนสวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!