“ถ้ารับตอนนี้... ทุกอย่างจะจบจริงๆ”
คำพูดของตินในตอนนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเกียร์ราวกับแผ่นเสียงตกร่อง เกียร์ชะงักมือที่กำลังจะคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกลางสตูดิโอ สถาปัตย์ที่วุ่นวาย สายตาของเขาไม่ได้อยู่ที่หน้าจอที่กำลังสั่นไหวด้วยสายเรียกเข้าจาก 'มิน' แต่มันกลับเหลือบมองไปที่ร่างบางของตินที่นั่งกัดริมฝีปากแน่นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวของตินรัวแป้นพิมพ์แรงกว่าปกติราวกับต้องการระบายความอัดอั้น
“รับสิ... จะมัวลีลาทำไม” เสียงของตินไม่ได้หันมามอง แต่ความสั่นเครือในน้ำเสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในใจของวิศวะหนุ่ม
เกียร์ไม่ตอบ เขาคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับพื้นโต๊ะเสียงดัง 'ปึก' ก่อนจะผลักเก้าอี้ออกจนเกิดเสียงลากครูดกับพื้นดังสนั่นไปทั่วทั้งสตูดิโอที่กำลังเงียบสงัด
“ไม่รับ” เกียร์ตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา
“เกียร์! นายจะไปไหน งานยังไม่เสร็จนะ!” ตินตะโกนไล่หลัง แต่นั่นกลับทำให้เกียร์เร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
ความเงียบที่เหลืออยู่ทำให้บรรยากาศภายในสตูดิโออึดอัดจนน่าหายใจไม่ออก วินซึ่งนั่งดูเหตุการณ์อยู่มุมห้องขยับแว่นสายตาพลางมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่ซับซ้อน เขาเดินเข้ามาใกล้ตินที่กำลังทำท่าจะร้องไห้แต่กลับกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ
“ติน... แกกับเกียร์ นี่มันอะไรกันวะ?” วินถามเสียงต่ำ “ช่วงนี้พวกแกดู... แปลกไป ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันมีอะไรที่มากกว่านั้น”
ตินชะงักมือที่กำลังจัดระเบียบสเกลงานบนโต๊ะ เขาหันมามองวินด้วยสายตาที่เหนื่อยล้า “ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเขา วิน... เราแค่ต้องทำงานด้วยกัน”
“อย่าโกหกเพื่อนตัวเองเลย” วินย่อตัวลงนั่งข้างๆ “สายตาที่เกียร์มองแกตอนนายไม่รู้ตัว มันไม่ใช่สายตาเพื่อนที่มองกัน แต่มันเหมือนคนที่มีความลับ... แล้วนายเอง ก็ดูจะยอมให้เขาข้ามเส้นเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น”
ตินนิ่งเงียบ เสียงลมหายใจของเขาสม่ำเสมอขึ้น แต่ความสับสนในดวงตายังคงชัดเจน วินรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนประเภทที่ 'วางแผนชีวิตไว้ดีเยี่ยม' แต่กลับพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกที่ไม่ได้อยู่ในแบบแปลน
ในขณะเดียวกัน เกียร์เดินออกมาถึงบริเวณโถงทางเดินของคณะวิศวะฯ เขายืนพิงกำแพงปูนเปลือย หายใจหอบถี่ พยายามระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่าน มินเดินเข้ามาหาเขาจากทางด้านหลังพร้อมรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยัน
“ทำไมไม่รับสายล่ะเกียร์?” มินถามเสียงใส “หรือว่ากลัวตินเขาจะเห็นว่าฉันส่งอะไรไปให้ดู?”
เกียร์หันขวับมามอง “นายต้องการอะไรมิน อย่าล้ำเส้น”
“ฉันก็แค่กำลังจะบอกว่า โปรเจกต์นี้มันจบลงตั้งแต่วันที่นายยอมลดตัวไปคลุกคลีกับพวกสถาปัตย์แล้ว” มินก้าวเข้ามาใกล้จนเกียร์สัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึก “นายมีอนาคตที่สดใสรออยู่ อย่าให้คนอย่างตินมาฉุดรั้งนายไว้แค่เพราะความสงสารเลย”
“นายเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า” เกียร์เหยียดยิ้มกวนประสาท “ตินไม่ได้น่าสงสาร... คนที่น่าสงสารคือนาย ที่คิดว่าตัวเองมีค่าพอจะบงการชีวิตคนอื่น”
มินหน้าชาไปทันที แต่เขาก็ยังฝืนยิ้ม “งั้นเรามาดูกันว่า ‘ความรัก’ ของพวกนายจะไปได้ไกลแค่ไหน ถ้าตินรู้ความจริงเรื่องที่นายแอบไปเจรจากับฝ่ายบริหารเรื่องงบประมาณลับหลังเขา”
เกียร์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้นที่หลังมือ เขารู้ดีว่าถ้าเรื่องนี้หลุดไป ตินที่ยึดถือความถูกต้องเป็นที่ตั้งจะต้องไม่มีวันให้อภัยเขาแน่
บรรยากาศเริ่มมืดลงเมื่อเวลาผ่านไปถึงช่วงเย็น ตินตัดสินใจเดินไปตามหาเกียร์ที่คณะวิศวะฯ เขาเดินมาจนถึงห้องแล็บเงียบๆ และเห็นร่างสูงยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าต่างเพียงลำพัง แผ่นหลังของเกียร์ดูโดดเดี่ยวและว่างเปล่าอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“เกียร์...” ตินเรียกเบาๆ
เกียร์หมุนตัวกลับมามอง สีหน้าของเขาว่างเปล่าเสียจนตินใจหาย “นายกลับไปเถอะติน... อย่าเอาตัวเองเข้ามาพัวพันกับฉันเลย”
“แต่เราเป็นคู่หูกันนะ เกียร์” ตินก้าวเข้าไปใกล้
“มันไม่ใช่แค่นั้นไง!” เกียร์ตะคอกออกมาอย่างเหลืออด ก่อนจะดึงตัวตินเข้ามาประชิดกำแพง “นายไม่รู้เหรอว่าสายตาคนอื่นเขามองเรายังไง? วิน... มิน... ทุกคนเขามองออกหมดแล้วว่าเราไม่ได้แค่ทำงานด้วยกัน! แล้วถ้านายรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำลงไปมันทำร้ายนาย... นายจะยังกล้ามายืนตรงนี้ไหม!”
ตินนิ่งอึ้ง หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อเห็นแววตาที่เจ็บปวดของคนตรงหน้า สายตาที่เขาไม่เคยเห็นในร่างกวนประสาทของวิศวะหนุ่ม
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุม เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องแล็บ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ
“น่าประทับใจจริงๆ... นี่หรือคือผลงานชิ้นเอกที่พวกนายซุ่มทำกันอยู่?”
บุคคลที่ยืนอยู่หน้าประตูคืออาจารย์หัวหน้าโครงการที่ตินเคารพรักที่สุด แต่วันนี้ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความเย็นชา ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างดี ซึ่งมันเป็นเอกสารชุดเดียวกับที่เกียร์แอบนำไปเสนอฝ่ายบริหารโดยที่ตินไม่เคยล่วงรู้มาก่อน
“เอาล่ะ... ทีนี้จะอธิบายอย่างไรดี ในเมื่อความลับที่พวกคุณพยายามปกปิด มันเปิดเผยออกมาให้เห็นจนหมดเปลือกแบบนี้?”
พุดดิ้งคาราเมลขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะคะ
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 12
สายตาของคนนอก
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!