“ถ้าจะรื้อแบบทิ้งขนาดนี้ ก็ช่วยบอกเหตุผลที่ฟังขึ้นกว่าคำว่า ‘มันไม่เข้ากับสไตล์คุณ’ สักข้อได้ไหมครับ คุณเกียร์?”
เสียงของตินสั่นพร่าด้วยความอดกลั้น เขากระแทกปากกาเขียนแบบลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดังสนั่น ลายเส้นที่เขาทุ่มเทเขียนมาตลอดสามคืนถูกยางลบถูจนกระดาษแทบทะลุ มือเรียวสวยที่มักจะดูเนี๊ยบสะอาดตาตอนนี้เต็มไปด้วยคราบแกรไฟต์สีดำคล้ำ
เกียร์ไม่ได้มองหน้าอีกฝ่าย เขาทำเพียงแค่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แผ่นหลังกว้างนั้นดูแข็งเกร็งราวกับกำลังกั้นกำแพงที่ไม่มีวันทลายลงได้
“สไตล์ของสถาปนิกมันก็แค่จินตนาการบนกระดาษ แต่ความจริงหน้างานมันคือน้ำหนักของโครงสร้างที่คุณมองไม่เห็น หรือว่าอีโก้ของคุณมันใหญ่เกินกว่าจะยอมรับว่าสิ่งที่คิดมามัน ‘ใช้งานไม่ได้จริง’ กันแน่ ติน?”
คำว่า ‘อีโก้’ กระแทกเข้ากลางใจตินเหมือนถูกตบหน้า ภายในห้องทำงานเล็กๆ ของคณะสถาปัตย์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษและน้ำยาฟิกซ์ซาร์บัดนี้กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ตินก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายจนเกียร์จำต้องขยับถอยหลังไปชนกับชั้นวางโมเดลกระดาษแข็ง
“ผมพยายามแล้วนะ พยายามทำความเข้าใจคนปากเสียอย่างคุณ พยายามปรับเปลี่ยนตามใจคุณทุกอย่าง แต่คุณกลับเหยียบย่ำงานของผมเหมือนมันไม่มีค่าอะไรเลย!” ตินตวาดลั่น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นไหวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น
เกียร์หันขวับกลับมามอง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่ตัวเล็กกว่าเขาเพียงนิดเดียว ความกวนประสาทที่เคยฉาบหน้าถูกถอดทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความใจร้อน “คุณคิดว่าที่ผมต้องรื้อแบบพวกนี้ เพราะผมอยากเอาชนะคุณงั้นเหรอ? ติน... ผมแค่อยากให้แบบบ้านหลังนี้มันเป็นบ้านที่ ‘ปลอดภัย’ พอที่จะให้คุณอยู่ได้นานๆ โดยไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาจุกจิกทีหลัง คุณไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมผมถึงต้องกังวลขนาดนั้น!”
“เพราะคุณไม่เคยเชื่อใจใคร!” ตินสวนกลับ น้ำเสียงเริ่มแผ่วลงด้วยความอ่อนล้า “คุณกลัวที่จะผูกมัด คุณกลัวที่จะให้ใครเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคุณ จนแม้แต่เรื่องงาน... คุณก็ยังปิดกั้นผมไว้ข้างนอกอยู่ดี”
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางหึ่งอยู่เบื้องหลัง เกียร์เม้มปากแน่น เขาเลื่อนสายตาลงมองมือของตินที่กำหมัดแน่นจนสั่นสะท้าน แรงดึงดูดบางอย่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่กำลังตึงเปรียบเหมือนสายกีตาร์ที่ขึงจนสุดกำลัง หากแตะเพียงนิดเดียวคงขาดสะบั้น
“ผมไม่ได้อยากปิดกั้น...” เกียร์พึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเล็กน้อย “แต่ถ้าผมเปิดใจแล้วคุณต้องมาเจ็บปวดเพราะความไม่เอาไหนของผม... สู้ให้ผมเป็นคนกวนประสาทที่คุณเกลียดขี้หน้าต่อไป ยังจะดีเสียกว่า”
ตินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความโกรธแค้นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยเห็นเกียร์มุมนี้มาก่อน มุมที่ไม่มีมาดวิศวกรจอมกะล่อน มุมที่ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย
“คุณไม่ได้กวนประสาทเพราะคุณเกลียดผม” ตินพูดพลางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนเขาสามารถสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเกียร์ “คุณทำไปเพราะคุณกลัว... กลัวว่าถ้าวันหนึ่งแบบบ้านหลังนี้เสร็จ ผมจะเดินจากไป เหมือนกับทุกคนในอดีตของคุณใช่ไหม?”
เกียร์ไม่ตอบ เขาหลับตาลงแน่น แขนแกร่งขยับขึ้นกอดตัวเองเหมือนกำลังปกป้องหัวใจที่ถูกกางกั้นไว้ ตินตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เขาเอื้อมมือไปจับข้อมือหนาของเกียร์ไว้เบาๆ สัมผัสที่แผ่วเบานั้นดูเหมือนจะเป็นจุดเชื่อมต่อเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในความสัมพันธ์ที่แตกร้าว
“ติน อย่า...” เกียร์ครางชื่อคนตรงหน้าออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนการอ้อนวอน
“ผมไม่ไปไหนหรอก” ตินกระซิบ น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น “ไม่ว่าคุณจะแก้แบบกี่ครั้ง หรือจะกวนประสาทผมไปอีกกี่ร้อยหน ผมก็จะไม่ไปไหน... เพราะนี่คือบ้านที่เราสร้างมาด้วยกันนะเกียร์”
เกียร์ลืมตาขึ้นมองอีกฝ่าย แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความแข็งกร้าวละลายหายไปราวกับน้ำแข็งที่เจอแดดจ้า มือของเขาสั่นน้อยๆ ก่อนจะพลิกกลับมาจับมือของตินไว้แน่น แรงบีบนั้นบ่งบอกถึงความรู้สึกมหาศาลที่ถูกอัดอั้นมานานแสนนาน
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความเข้าใจ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกกว้าง โดยไม่ต้องรอการอนุญาตจากคนข้างใน
มินเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มที่ดูเสแสร้งเกินจริง ในมือถือแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ดูสำคัญ “ขอโทษที่ขัดจังหวะความหวานนะครับ พอดีผมได้ข่าวมาจากทางคณะว่าโครงการที่พวกคุณทำกันอยู่... กำลังจะถูกยกเลิกเพราะปัญหาเรื่องโครงสร้างที่ตินเพิ่งทำเสร็จไปน่ะครับ”
คำพูดของมินเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางห้อง เกียร์ปล่อยมือจากตินทันที หันไปมองมินด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาสุดขั้ว ในขณะที่ตินหน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าหากโครงการนี้ถูกระงับ ไม่เพียงแต่ความฝันของเขาจะพังทลาย แต่ความเป็นไปได้ที่เขาและเกียร์จะได้ใกล้ชิดกันต่อหลังจากนี้... ก็แทบจะไม่มีเหลือ
“คุณว่ายังไงนะ?” เกียร์ถามเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงอาฆาต
มินวางแฟ้มลงบนโต๊ะ วางทับลงบนแบบแปลนที่เกียร์และตินเพิ่งจะเถียงกันจนแทบตายเมื่อครู่ “อาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นอนุมัติให้เปลี่ยนทีมทำโปรเจกต์แล้วครับ และผม... คือคนที่ได้รับเลือกให้มาแทนที่พวกคุณตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”
พุดดิ้งคาราเมลหวังว่าตอนจบที่ค้างคาใจในวันนี้ จะทำให้ทุกคนลุ้นไปกับการตัดสินใจของตินและเกียร์ในตอนหน้านะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 18
ความรู้สึกที่อัดอั้น
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!