“ถ้าจะวางคานรับน้ำหนักตรงนี้โดยไม่คำนึงถึงระยะเซตแบ็ก (Setback) นายก็เอาไดนาไมต์มาถล่มตึกทิ้งไปเลยเถอะเกียร์ ง่ายกว่าเยอะ!”
ตินกระแทกปากกาเขียนแบบลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดังสนั่น ลายเส้นที่เขาร่างด้วยความพิถีพิถันถูกนิ้วหยาบกร้านของคนตรงข้ามปาดทิ้งอย่างไม่ใยดี กลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดวางอยู่ข้างๆ ม้วนกระดาษแปลน แต่บรรยากาศบนโต๊ะทำงานกลางดึกในห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์กลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็ก
เกียร์เอนหลังพิงเก้าอี้ไม้เก่าๆ จนมันส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด เขายกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของการกวนประสาทที่ทำให้ตินอยากจะหยิบไม้ทีฟาดหน้าให้สักครั้ง “คุณชายครับ นี่มันโครงสร้างวิศวะ ไม่ใช่ภาพวาดพู่กันจีนที่จะเอาความ ‘สวยงาม’ มาวัดกันได้ ถ้าคำนวณตามที่คุณสเกตช์มา แรงเฉือนที่เกิดขึ้นฐานรากก็พังพินาศพอดี ผมแค่กำลังช่วยไม่ให้โปรเจกต์เรากลายเป็นกองขยะในวันส่งงาน”
“ไอ้คนปากเสีย!” ตินขยับแว่นสายตาที่เริ่มเลื่อนลงมาอยู่ปลายจมูก ดวงตาคู่เรียวคมวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด “ฉันวางแผนมาเป็นเดือน ส่วนนายเข้ามาวันแรกก็รื้อทุกอย่าง ฉันไม่ใช่พวกประเภททำงานแบบขอไปทีหรอกนะ”
“แล้วผมบอกตอนไหนว่าคุณทำงานขอไปที?” เกียร์โน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ และกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ จากเสื้อช็อปของเขาพุ่งเข้ามาปะทะจมูกตินจนคนตัวเล็กกว่าชะงักไปครู่หนึ่ง “ผมแค่บอกว่า ‘โครงสร้าง’ ของคุณมันขาดความเป็นจริง ถ้าเราอยากจะผ่านวิชานี้ด้วยคะแนนสูงสุดอย่างที่คนเพอร์เฟกต์อย่างคุณต้องการ เราก็ต้อง ‘ดีล’ กันใหม่”
ตินเม้มปากแน่น ลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่ายที่รดรินอยู่ใกล้ๆ ทำให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะตามการคำนวณกลับรวนเรผิดปกติ เขาเบี่ยงหน้าหลบสายตาคมปลาบที่จ้องลึกเข้ามา “จะดีลยังไง”
“เลิกใช้ไม้บรรทัดวัดความเป็นเพื่อนของเราสักพัก แล้วหันมาทำตัวเป็นคู่หูที่ไว้ใจกันได้จริงๆ” เกียร์ลดเสียงลง ทุ้มต่ำและจริงจังจนน่าประหลาดใจ “ผมรู้ว่าคุณเกลียดนิสัยผม และผมเองก็รำคาญความเจ้าระเบียบของคุณ แต่ถ้าเรายังมัวแต่ตีกัน งานนี้จบไม่สวยแน่ คุณติน... ลองเชื่อใจ ‘วิศวะ’ อย่างผมสักครั้งสิ”
คำว่า ‘เชื่อใจ’ ทำให้ตินนิ่งงัน เขาจ้องมองมือที่เปื้อนคราบดินสอของเกียร์ ก่อนจะมองเลยไปเห็นแววตาที่ไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ตินรู้ดีว่าเกียร์เป็นคนเก่ง คนที่ฉลาดที่สุดในรุ่นวิศวะที่เขาเคยรู้จัก เพียงแต่กำแพงแห่งอัตตาที่ทั้งสองคนสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมามันสูงชันเกินกว่าจะก้าวข้ามผ่านไปได้ง่ายๆ
“ถ้าฉันยอมฟังนาย แล้วผลลัพธ์มันห่วย...” ตินเว้นจังหวะ “นายต้องเป็นคนรับผิดชอบต่อหน้าอาจารย์คนเดียว”
“จัดไป” เกียร์แสยะยิ้มกลับมาเป็นคนเดิม “แต่ถ้ามันออกมาเพอร์เฟกต์ยิ่งกว่าที่คุณเคยทำมา... คุณต้องเลี้ยงข้าวผมหนึ่งมื้อ เอาที่ร้านที่อร่อยที่สุดเท่าที่คนอย่างคุณจะรู้จัก”
ตินพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยอมขยับกระดาษแปลนแผ่นใหญ่ไปตรงกลางโต๊ะ “เงื่อนไขข้อแรก ห้ามแตะต้องเส้นนำสายตาของฉันเด็ดขาด”
“รับทราบครับคุณสถาปนิก” เกียร์หยิบดินสอขึ้นมาวางไว้ข้างๆ ไม้บรรทัดของติน เป็นครั้งแรกที่สองคนไม่ได้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อโต้เถียงกัน แต่เขยิบเข้ามาใกล้จนไหล่แทบจะชนกัน บรรยากาศความเย็นเยียบเปลี่ยนเป็นความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีข้างนอก
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ ตินพบว่าการทำงานกับเกียร์ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอย่างที่คิด อีกฝ่ายมีตรรกะที่น่าทึ่งและวิธีแก้ปัญหาที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานแบบคาดไม่ถึง ในขณะที่ตินเติมเต็มด้วยการออกแบบที่สวยงามและสมดุล ทุกครั้งที่นิ้วของทั้งคู่เผลอแตะกันขณะชี้ไปยังจุดตัดของโครงสร้าง ตินรู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าแปลกๆ ที่แล่นผ่านผิวหนัง มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความรู้สึกวูบวาบที่เขาไม่เคยนิยามได้
“ตรงนี้...” เกียร์ชี้ที่จุดเซนเตอร์ของอาคาร “ถ้าเราปรับองศาให้รับลมเข้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือแบบที่คุณต้องการ มันจะช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้น แต่เราต้องเสริมคานเหล็กดัดโค้งตรงนี้เพิ่ม”
ตินก้มลงดูตามนิ้วของเกียร์ ระยะห่างที่แนบชิดทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย “นายฉลาดกว่าที่ฉันคิดนะ”
เกียร์เงยหน้าขึ้นจากกระดาษ สบตากับตินในระยะที่ใกล้เสียจนลมหายใจประสานกัน “เพิ่งรู้เหรอครับคุณชาย”
ตินกำลังจะเอ่ยปากด่ากลับด้วยประโยคกวนๆ ตามนิสัย แต่แล้วเสียงเคาะประตูก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ประตูสตูดิโอถูกผลักออกพร้อมกับเงาของใครบางคนที่คุ้นเคยยืนตระหง่านอยู่หน้าห้อง
“ดูเหมือนว่า ‘คู่หู’ จะสนิทกันเกินไปหน่อยนะ” มินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันในมือถือม้วนกระดาษของตัวเองไว้แน่น “ติน... นายลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าตระกูลเรามีข้อตกลงกันไว้อย่างไร เกี่ยวกับโปรเจกต์นี้?”
ตินหน้าซีดลงทันที เขาหันไปมองเกียร์ที่ยังคงนั่งนิ่ง แววตาของเกียร์เปลี่ยนไปเป็นความเย็นชาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เกียร์ไม่ได้แปลกใจกับการปรากฏตัวของมินแม้แต่น้อย ราวกับว่าเหตุการณ์นี้ถูกคาดการณ์ไว้แล้ว
“มิน... ออกไปซะ” ตินเอ่ยเสียงสั่น
“ฉันไม่ได้มาเพื่อไล่ แต่มาเพื่อบอกข่าวดี” มินเดินเข้ามาใกล้จนเกียร์ต้องลุกขึ้นยืนบังตินไว้ “เกียร์... บอกเขาไปสิว่านายไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยเขา แต่มาที่นี่เพื่อ ‘เก็บกวาด’ งานชิ้นสุดท้ายนี้ให้จบตามคำสั่งของใคร”
ตินหันไปมองเกียร์ที่ยืนเงียบงัน มือของเกียร์กำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้น ตินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะเมื่อเกียร์ไม่ยอมปฏิเสธคำพูดนั้น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ พุดดิ้งคาราเมลหวังว่าความลับของเกียร์จะทำให้หัวใจของทุกคนสั่นไหวไปพร้อมกับตินในตอนหน้านะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 19
เริ่มต้นความสัมพันธ์แบบแปลกๆ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!