“บอกแล้วไงว่าแบบแปลนนี้มันมีจุดผิดพลาด... หรือว่าสถาปนิกเกียรตินิยมอย่างคุณตินจะอ่านแบบไม่ออกกันแน่ครับ?”
น้ำเสียงเย้ยหยันของมินดังก้องไปทั่วห้องประชุมโปรเจกต์พิเศษ เขาจงใจกางพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ทับลงบนสเกตช์งานของตินที่วางอยู่บนโต๊ะ แรงกดจากมือของมินทำให้นิ้วเรียวยาวของตินที่กำลังถือดินสอเขียนแบบสั่นไหวเล็กน้อย ตินเม้มปากแน่น ความเนี๊ยบที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิตกำลังถูกท้าทายด้วยคำพูดที่ปราศจากเหตุผล
ตินพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามคุมสติให้คงที่ตามแบบฉบับคนเจ้าระเบียบ “ผมตรวจสอบรายละเอียดโครงสร้างนี้มาสามรอบแล้วคุณมิน จุดที่คุณว่าผิด จริงๆ แล้วมันเป็นจุดปรับเปลี่ยนเพื่อการระบายอากาศตามมาตรฐานสถาปัตยกรรม ถ้าคุณไม่เข้าใจก็ควรกลับไปอ่านคู่มือใหม่ ไม่ใช่มากล่าวหาด้วยอคติแบบนี้”
“อคติเหรอ?” มินแค่นหัวเราะพลางโน้มตัวลงมาใกล้ตินมากขึ้นจนอีกฝ่ายต้องเอนหลังถอยหนี “ผมว่าที่มันผิดน่ะ ไม่ใช่ตัวเลขหรอก แต่เป็นตัวคนออกแบบต่างหากที่เอาแต่ใจจนลืมนึกถึงความปลอดภัยของคนใช้งานจริง”
ตินกำดินสอในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาไม่ใช่คนไม่สู้คน แต่เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดันและถูกจี้จุดอ่อนเรื่อง ‘ความมั่นใจ’ เขามักจะเลือกที่จะเงียบมากกว่าจะโต้เถียงด้วยอารมณ์ ซึ่งนั่นทำให้มินได้ใจมากขึ้นเรื่อยๆ
“ผมว่าที่คนออกแบบจะลืมนึกถึงน่ะ... น่าจะเป็นเรื่องมารยาทมากกว่านะ”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากประตูห้องประชุม พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ ‘เกียร์’ ที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางสบายๆ แต่แววตาที่มองไปยังมินกลับเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง เกียร์ไม่รอช้า เขาเดินตรงเข้าไปแทรกกลางระหว่างตินกับมิน ก่อนจะใช้มือหนาหยิบพิมพ์เขียวแผ่นนั้นขึ้นมาดูเพียงครู่เดียวแล้ววางกลับลงไปอย่างแม่นยำ
“สถาปนิกเขาออกแบบเผื่อการยืดหดตัวของวัสดุไว้แล้ว นี่เป็นความรู้พื้นฐานปีหนึ่งของวิศวะด้วยซ้ำ มิน... นายสอบตกวิชานี้หรือเปล่าถึงได้ดูไม่ออก?” เกียร์เลิกคิ้วกวนๆ แต่ดวงตากลับจับจ้องไปที่มินอย่างกดดัน
มินหน้าเปลี่ยนสี “เกียร์! นายอย่ามาออกตัวปกป้องคนที่ทำผิดสิ งานนี้มันเป็นงานกลุ่ม และฉันในฐานะหัวหน้าทีมวิศวะมีสิทธิ์ที่จะทักท้วง!”
“สิทธิ์น่ะมี... แต่มีสิทธิ์ที่จะโง่ให้คนอื่นเห็นจนขายหน้าแบบนี้หรือเปล่าล่ะ” เกียร์ขยับเข้าไปใกล้มินอีกก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้บรรยากาศในห้องคุกรุ่นขึ้นทันที “ตินเขาทำงานของเขามาดีที่สุดแล้ว ถ้าครั้งหน้าฉันได้ยินนายพูดดูถูกเขาแบบไม่มีข้อมูลรองรับอีก ต่อให้เป็นงานโปรเจกต์ระดับชาติ ฉันก็จะขอยกเลิกความร่วมมือนี้ทันที เพราะฉันไม่มีวันปล่อยให้คู่หูของฉันโดนคนไม่มีสมองมาคอยจิกกัดอยู่ฝ่ายเดียว”
ตินมองแผ่นหลังกว้างของเกียร์ด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความอบอุ่นวาบขึ้นในอกในขณะที่ความกลัวเริ่มจางหายไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกียร์ปกป้องเขา แต่ทุกครั้งที่เกียร์ทำ... มันกลับทำให้หัวใจของตินสั่นคลอนในทิศทางที่เขาไม่เคยเตรียมแผนรับมือมาก่อน
มินกำมือแน่นจนสั่น เขาสบตาตินผ่านไหล่ของเกียร์ด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด
เมื่อมั่นใจว่ามินออกไปพ้นเขตประตูแล้ว เกียร์ก็ถอนหายใจยาว พลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับติน สีหน้ากวนประสาทเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงแววตาที่ดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“เป็นอะไรไป? ปกติเห็นเงียบใส่เขาตลอด นี่ตกลงเป็นใบ้หรือว่าลืมวิธีเถียงไปแล้วหืม... คุณสถาปนิกเพอร์เฟกต์?”
ตินหลุบสายตามองพื้น ไม่ยอมสบตาคนตัวสูงที่ยังคงยืนค้ำหัวเขาอยู่ “ฉันแค่ไม่อยากเสียเวลาเถียงกับคนที่ไม่มีเหตุผล... ขอบใจนะที่ช่วย”
“ไม่อยากเสียเวลาหรือว่ากลัวกันแน่?” เกียร์เอื้อมมือไปคว้าดินสอในมือตินมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาในระดับเดียวกัน “จำไว้นะติน นายมีหน้าที่ออกแบบสิ่งที่สวยงามและสมบูรณ์แบบที่สุด ส่วนเรื่อง ‘หมาเห่า’ รอบข้างน่ะ... มันเป็นหน้าที่ของวิศวะอย่างฉันที่จะต้องจัดการให้”
คำพูดของเกียร์ทำให้ตินต้องเงยหน้าขึ้นสบตา ทั้งสองคนยืนสบตากันในห้องที่เงียบสนิท กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาเขียนแบบผสมกับกลิ่นสเปรย์ฉีดผมของเกียร์ทำให้ตินรู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง
“นายทำแบบนี้... ทำไม?” ตินถามเสียงแผ่ว ความสงสัยที่สะสมมานานหลุดออกมาจากริมฝีปาก
เกียร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ “อยากรู้เหรอ? ถ้าอยากรู้... ก็ลองเลิกทำหน้าเครียดเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ แล้วหันมาโฟกัสที่งานตรงหน้าให้เสร็จเร็วๆ สิ พอถึงตอนนั้นฉันอาจจะบอกนายเองว่าทำไมถึงต้องคอยปกป้องจนตัวเองดูเป็นคนอารมณ์ร้ายไปหมด”
ตินมองคนตรงหน้าอย่างพินิจ เขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ซ่อนอยู่หลังท่าทางกวนประสาทนั้น แต่มันก็ยังมีความลับบางอย่างที่เกียร์ไม่ยอมเผยออกมาเสียที
ขณะที่ตินกำลังจะอ้าปากถามต่อ เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็ดังมาจากทางเดินหน้าห้องประชุม ประตูห้องถูกผลักเปิดออกกะทันหันโดย ‘วิน’ เพื่อนสนิทของตินที่ดูตื่นตระหนกจนผิดสังเกต
“ติน! เกียร์! แย่แล้ว! พวกนายต้องไปดูที่เวิร์กช็อปเดี๋ยวนี้!” วินหอบหายใจถี่ สายตาที่มองมาที่ทั้งคู่เต็มไปด้วยความกังวล “มีคนแอบเข้าไปรื้อแบบจำลองของพวกเราจนพังไม่เหลือชิ้นดี... แถมหลักฐานที่ทิ้งไว้ มันบอกชัดเจนว่าคนที่ทำคือ...”
วินเว้นจังหวะไว้แค่นั้น แล้วมองหน้าตินกับเกียร์ด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของงานนี้
“คนที่ทำ... คือคนในโปรเจกต์เราเองที่อยู่ข้างนอกห้องนี้ และมันไม่ได้มีแค่คนเดียว!”
พุดดิ้งคาราเมลหวังว่าตอนจบที่ค้างคาใจในวันนี้ จะทำให้ทุกคนลุ้นไปกับการตัดสินใจของตินและเกียร์ในตอนหน้านะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 17
ปกป้องในแบบของเรา
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!