Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 25

วันหยุดที่แสนวุ่นวาย

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
“ถ้าคุณจะขับรถเร็วกว่ากำหนดอีกนิด ตินว่าเราไปถึงยมโลกก่อนถึงจุดหมายที่ว่านั่นแน่ค่ะ” น้ำเสียงราบเรียบของตินดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มอยู่ในรอบสูง เกียร์ไม่ได้หันมามองคนนั่งข้างๆ ที่กำลังกำสายเข็มขัดนิรภัยจนข้อนิ้วขาวซีด เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก มือซ้ายที่วางอยู่บนเกียร์เลื่อนมาเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะเพลงร็อกหนักหน่วงที่เจ้าตัวเพิ่งเปิดคลอไปเมื่อครู่ “กลัวตายเหรอสถาปนิก หรือกลัวว่าถ้าตายไปตอนนี้ แล้วแบบแปลนชีวิตที่วางไว้จะพังไม่เป็นท่า?” เกียร์สวนกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ เขากระชากพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางสายเปลี่ยวที่ตัดผ่านหุบเขา “วันหยุดทั้งทีแทนที่จะนอนกอดโมเดลในสตูดิโอ กลับต้องมานั่งรถซิ่งกับวิศวะกวนประสาทแบบผม ไม่คิดว่ามันเสียเวลาชีวิตไปหน่อยหรือไง” ตินเม้มริมฝีปากแน่น ภาพเหตุการณ์ที่หน้าต่างสตูดิโอเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับเงาสีดำนั่นฝังรากลึกลงไปในความรู้สึก ความหวาดระแวงยังคงเกาะกุมหัวใจ แต่เขาก็เลือกที่จะปิดปากเงียบ... อย่างน้อยก็ในตอนนี้ “ก็เพราะชีวิตมันมีแค่แบบแปลนไงคะ เลยต้องหาความเสี่ยงมาคั่นเวลาบ้าง” ตินตอบประชดประชัน ก่อนจะหันไปมองเสี้ยวหน้าของคนขับที่ดูจดจ่อกับการมุ่งหน้าไปสู่ที่ไหนสักแห่งที่เขาไม่รู้จัก “ว่าแต่... ที่ที่คุณบอกว่าชอบนักชอบหนาน่ะ มันคือที่ไหนกันแน่คะ? อย่าบอกนะว่าพามาที่ร้างกลางหุบเขาเพื่อฆ่าหมกป่า” เกียร์หัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูหม่นหมองในความรู้สึกของติน “ถ้าผมจะฆ่าคุณ ผมคงไม่เสียเวลาพาออกมาไกลขนาดนี้หรอกติน คนอย่างผมถ้าจะทำลายใคร ผมทำด้วยคำพูดและการกระทำที่ทำให้เขาจมดิ่งจนถอนตัวไม่ขึ้นต่างหาก” บรรยากาศในรถเงียบลงทันที มีเพียงเสียงยางรถยนต์ที่บดไปบนพื้นถนนขรุขระ ตินลอบสังเกตเห็นว่าเกียร์เริ่มลดความเร็วลง ก่อนที่รถกระบะคันโตจะค่อยๆ เคลื่อนผ่านแนวป่าทึบเข้าสู่พื้นที่โล่งกว้าง ลมพัดแรงปะทะเข้ากับตัวรถจนเกิดเสียงหวีดหวิว ก่อนที่สายตาของตินจะเบิกกว้างเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดขึ้น มันไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามหรูหราอย่างที่ตินจินตนาการ แต่มันคือโครงสร้างเหล็กขนาดมหึมาที่ถูกทิ้งร้างอยู่กลางทุ่งหญ้ากว้างขวาง ร่องรอยสนิมเกาะกินโครงสร้างเหล็กกล้าที่เคยถูกคำนวณมาอย่างประณีต ความยิ่งใหญ่ที่ถูกธรรมชาติกลืนกินทำให้คนที่เป็นนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมอย่างตินถึงกับนิ่งงัน “ซากอาคารทดสอบโครงสร้างเก่า...” ตินพึมพำ ดวงตาเป็นประกายวาววับ “นี่คุณ... รู้จักที่นี่ได้ยังไง?” เกียร์ดับเครื่องยนต์แล้วเอนหลังพิงเบาะ เขามองไปยังโครงสร้างเหล็กนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่มีความกวนประสาทหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเศร้าสร้อยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “พ่อผมเคยออกแบบที่นี่ ตอนที่ผมยังเด็ก... เขาบอกว่าที่นี่คือจุดที่วิศวกรรมกับความฝันมาบรรจบกัน แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายความฝันมันก็พังลงเพราะงบประมาณและการเมืองเน่าๆ” ตินหันไปมองคนข้างกาย เขาเพิ่งเคยเห็นด้านที่เปราะบางที่สุดของเกียร์ สถาปนิกหนุ่มค่อยๆ ปลดเข็มขัดนิรภัยออก ก่อนจะก้าวลงจากรถโดยไม่พูดอะไร เขาเดินตรงไปที่โครงเหล็กสนิมเขรอะนั่น มือเรียวแตะลงบนผิวโลหะที่สากระคายด้วยความรู้สึกทึ่งในองศาการรับแรงและการออกแบบที่แม้จะเก่าแก่ แต่กลับดูมีพลังอย่างประหลาด “เกียร์...” ตินเรียกเบาๆ “มันไม่ได้พังเพราะคุณค่าของมันลดลงหรอกนะคะ มันแค่กำลังรอใครสักคนที่เข้าใจว่ามันทำหน้าที่ของมันได้ดีที่สุดตอนไหนต่างหาก” เกียร์ก้าวตามลงมา เขามายืนซ้อนหลังตินโดยทิ้งระยะห่างเพียงคืบ ลมพัดผ่านร่างของทั้งสองจนชายเสื้อพริ้วไหว กลิ่นอายของความเหงาและกลิ่นเหล็กเก่าๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเกียร์ ทำให้ตินใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก “คุณนี่... ปากหวานเหมือนกันนะเนี่ย” เกียร์ก้มลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโทนต่ำที่ทำเอาตินขนลุกวาบ “รู้ไหมว่าทำไมผมถึงพาคุณมาที่นี่? ไม่ใช่แค่เพราะผมชอบที่นี่หรอกนะ แต่มันเป็นที่เดียวที่ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องเก๊ก ไม่ต้องกวนประสาทใคร เพราะขนาดผมยังไม่รู้เลยว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่” ตินหันกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างที่ใกล้จนแทบจะสัมผัสกันทำให้ลมหายใจสะดุด เขาเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคมกริบของเกียร์ “งั้นลองเริ่มจากการบอกความจริงมาสักเรื่องสิคะ... เรื่องที่เกิดขึ้นที่สตูดิโอเมื่อคืน คุณเป็นคนเปิดประตูเข้ามาใช่ไหม?” บรรยากาศที่กำลังโรแมนติกพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบ เกียร์ชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาในทันที เขาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะถอยหลังออกห่างจากตินหนึ่งก้าว “ผมไม่ได้ไปที่นั่น” เกียร์ตอบเสียงเย็น “และถ้าคุณฉลาดพอ คุณควรจะเลิกสงสัยเรื่องไร้สาระพวกนั้น แล้วโฟกัสที่งานของคุณซะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” ตินมองตามหลังเกียร์ที่เดินหันหลังกลับไปที่รถ แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากพงหญ้าหลังซากอาคารก็ทำให้ทั้งสองหยุดชะงัก ตินหันขวับไปมองที่มาของเสียง และภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ชายในชุดสูทสีเทาเข้มยืนเด่นอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่ทำให้ตินรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกฉีกกระชากแบบแปลนชีวิตให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย “ดูเหมือนเราจะมาที่เดียวกันเลยนะ... เกียร์” ชายคนนั้นกล่าวพลางก้าวเข้ามาใกล้ “แล้วก็... สวัสดีครับคุณติน ขอบคุณที่อุตส่าห์พาผมมาถึงจุดที่ไม่มีใครตามหาตัวได้ง่ายๆ แบบนี้” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ พุดดิ้งคาราเมลจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ดีที่สุดค่ะ
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%