“นายจะเอาแบบร่างนี้ไปทิ้งถังขยะจริงๆ เหรอ ติน?”
น้ำเสียงกวนประสาทของเกียร์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในสตูดิโอคณะสถาปัตย์ เขายืนพิงโต๊ะดราฟต์ร่างสูงโปร่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองเศษกระดาษที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ในมือของคนร่างบางที่กำลังยืนสั่นเทาอยู่ข้างๆ
ตินไม่ตอบ เขาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือที่กำกระดาษไว้แน่นเริ่มสั่นระริก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองสร้างสรรค์ขึ้นมามันไม่มีค่าพอสำหรับโปรเจกต์ใหญ่ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เพราะมันคือผลงานที่เขากับเกียร์พยายามออกแบบร่วมกันมาตลอดหลายสัปดาห์
“ฉันบอกแล้วไงว่ามันผิดสเกล มินเตือนฉันถูกแล้ว... ความคิดแบบวิศวะอย่างนายมันเข้ากับดีไซน์ของฉันไม่ได้หรอก เราไปกันไม่รอดหรอกนะเกียร์” ตินเอ่ยเสียงเรียบพยายามซ่อนความร้าวรานในน้ำเสียง
เกียร์หัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะเดินเข้าไปประชิดตัวคนตรงหน้าจนแผ่นหลังของตินชนเข้ากับขอบโต๊ะดราฟต์ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นดินสอไม้และกระดาษไขที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูก เกียร์โน้มตัวลงมากดดัน สายตาคู่นั้นไม่ได้มีแววกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับดุดันและจริงจังจนตินไม่กล้าสบตา
“มินมันพ่นอะไรใส่หูนายอีกล่ะ? อย่าเอาความไม่มั่นใจของตัวเองมาตัดสินความพยายามของเราสิ ติน” เกียร์คว้ามือที่กำก้อนกระดาษไว้ออกมา แล้วคลี่มันออกช้าๆ รอยยับยู่ยี่บนกระดาษเปรียบเสมือนความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคนที่ดูเหมือนจะราบรื่นแต่กลับเต็มไปด้วยรอยร้าว
“ฉันไม่ได้ไม่มั่นใจ แต่ฉันมองเห็นความจริง!” ตินโพล่งออกมา ดวงตากลมโตเริ่มรื้นไปด้วยหยดน้ำใส เขาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า “นายเกลียดการผูกมัด นายรักอิสระ แล้วนายจะมาทนทำโปรเจกต์บ้าๆ กับคนที่เจ้าระเบียบอย่างฉันไปทำไม? นายแค่สนุกที่ได้เห็นฉันพังใช่ไหมล่ะ?”
เกียร์นิ่งไปครู่หนึ่ง จังหวะหัวใจของเขาเต้นรัวจนเกือบจะหลุดออกมานอกอก เขาไม่ได้เกลียดการผูกมัดเพราะนิสัยส่วนตัว แต่มันคือปมในใจจากอดีตที่เขาไม่เคยบอกใคร ตินเปรียบเสมือนแบบแปลนที่สมบูรณ์แบบเกินกว่าที่คนพังๆ อย่างเขาจะเอื้อมถึง
“นายคิดว่าฉันทำไปเพื่อความสนุกงั้นเหรอ?” เกียร์เลื่อนมือขึ้นไปจับคางมนของติน บังคับให้สบตากับเขา “คนที่เจ้าระเบียบแบบนาย ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าทำไมฉันถึงยอมลดความหัวรั้นของตัวเองเพื่อมานั่งแก้แบบจนดึกดื่นทุกคืน... ถ้าไม่ใช่เพราะคนคนนั้นคือ 'นาย'”
คำพูดนั้นทำให้โลกของตินหยุดหมุน ความเงียบงันในสตูดิโอมีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่ลมกั้น ตินสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้า หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับรวนเรจนควบคุมไม่อยู่
“แต่นายก็เคยบอกว่า... เราต่างกันเกินไป” ตินกระซิบเสียงแผ่ว ความทรงจำในวันที่เกียร์ปฏิเสธความรู้สึกของเขาในคืนงานเฟรชชี่ดั่งฉายซ้ำเข้ามาในหัว
“นั่นมันเรื่องของเมื่อก่อน ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าแบบแปลนที่สวยงามที่สุด ไม่ใช่แบบที่วาดออกมาเป๊ะๆ แต่มันคือแบบที่มีคนร่วมสร้างไปกับเรา” เกียร์ลดเสียงลงจนเกือบกลายเป็นเสียงกระซิบที่สั่นไหว เขาค่อยๆ เลื่อนมือลงมาแตะที่หน้าอกซ้ายของติน “และหัวใจของฉัน... มันก็สั่งให้ฉันเลือกแบบแปลนที่มีนายเป็นส่วนประกอบหลักเพียงอย่างเดียว”
ตินใจหายวาบ คำสารภาพที่ดูไม่เป็นธรรมชาติของเกียร์กลับทำให้อารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดพังทลายลง ความขัดแย้งในใจที่มินเคยหว่านล้อมไว้ดูไร้ความหมายไปในทันที เขาไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบ เขาแค่ต้องการคนที่เข้าใจและยอมรับในตัวตนที่เปราะบางของเขาจริงๆ
“ถ้าเป็นแบบนั้น... นายต้องสัญญานะ ว่าจะไม่ทิ้งฉันไว้กลางคันเหมือนที่นายชอบทำกับงานอื่นๆ” ตินพูดพร้อมกับหลุบตาลง แต่รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากกลับปรากฏขึ้น
เกียร์ยิ้มตอบ เป็นยิ้มที่ดูจริงใจที่สุดตั้งแต่เขาได้รู้จักกับติน เขาขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก่อนจะหยิบดินสอกดคู่ใจขึ้นมาแล้วดึงตินให้นั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะดราฟต์ “เอาล่ะ คุณสถาปนิก ถ้าเราจะรื้อแบบนี้ใหม่ นายคิดว่าเราควรจะเริ่มจากตรงไหนดีล่ะ? จะให้วิศวะคนนี้รื้อโครงสร้างใหม่ให้หมดเลยไหม?”
เสียงหัวเราะเบาๆ ของตินดังขึ้น บรรยากาศความตึงเครียดจางหายไปแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจดจ่ออยู่กับการวางโครงสร้างใหม่ ประตูสตูดิโอที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของใครบางคนที่ยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น
“ว้าว... ดูเหมือนว่าพวกนายสองคนจะมีความสุขกับการสร้างวิมานบนอากาศกันจังเลยนะ” เสียงเย็นเยียบของมินดังขึ้น พร้อมกับเอกสารโครงการที่ถูกปาลงบนโต๊ะกลางห้อง “แต่เสียใจด้วยนะที่ต้องทำลายบรรยากาศ เพราะคำสั่งไล่ออกจากการร่วมโปรเจกต์นี้เพิ่งจะถูกอนุมัติลงมาเมื่อครู่นี้เอง”
ตินหน้าซีดเผือดทันที เขาเงยหน้าขึ้นมองมินที่ยิ้มเยาะเย้ยด้วยสายตาของผู้ชนะ ก่อนจะเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลในมือมินที่มีตราประทับของภาควิชาชัดเจน
เกียร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตากลับมาดุดันและพร้อมจะปะทะอีกครั้ง แต่มือของตินที่คว้าข้อมือเขาไว้แน่นกลับสั่นเทามากกว่าเดิม
“หมายความว่ายังไง มิน... เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับโครงการนะ!” ตินตะโกนออกไปในขณะที่น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มไหลริน
มินเดินตรงเข้ามาใกล้ แล้วโน้มตัวกระซิบที่ข้างหูติน “มันเกี่ยวสิ เพราะคนที่จะรับผิดชอบความผิดพลาดของนายสองคน ก็คือคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้... ลาก่อนนะ ติน หวังว่านายจะจำวันนี้ได้ดี ว่าทำไม 'ภาพจำ' ของนายถึงได้พังลงไม่เป็นท่า”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้และคอยเป็นกำลังใจให้พุดดิ้งคาราเมลเสมอนะคะ
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 26
ภาพจำที่ไม่อาจลืม
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!