Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 37

ข่าวลือในคณะ

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
“ลบมันทิ้งซะ” ตินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยที่ปกติจะนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม บัดนี้กลับไหวระริกด้วยโทสะที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ มือเรียวของสถาปนิกหนุ่มกำโทรศัพท์มือถือไว้แน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน มินไม่ตอบ แต่กลับเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูน่ารังเกียจพอๆ กับเสียงแจ้งเตือนข้อความที่ยังคงสั่นถี่รัวอยู่ในเครื่องของติน ข้อความจาก ‘เบอร์แปลก’ ที่ส่งไฟล์ภาพและคลิปเสียงเมื่อครู่ คือหลักฐานมัดตัวชั้นดีว่าสิ่งที่เขาทุ่มเทมาตลอดการทำงานโปรเจกต์ใหญ่ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้เลยแม้แต่น้อย “นายคิดว่าการหักหลังเพื่อนร่วมงานด้วยวิธีสกปรกแบบนี้ จะทำให้แบบแปลนของนายมันออกมาสมบูรณ์แบบขึ้นงั้นเหรอ มิน?” ตินขยับเข้าไปใกล้ ระยะห่างที่ลดลงทำให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนเกือบจะหายใจไม่ออก “สมบูรณ์แบบ? ไม่หรอกติน...” มินก้าวเข้ามาประชิด ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ข้างใบหูไม่ได้ทำให้ตินรู้สึกหวั่นไหว แต่กลับสร้างความสะอิดสะเอียน “ฉันแค่ต้องการให้คนทั้งคณะเห็นว่า ‘ไอ้หนุ่มสถาปัตย์ผู้น่าสงสาร’ คนนี้ มันก็แค่ตุ๊กตาไขลานที่ถูกวิศวะขี้คุกอย่างไอ้เกียร์ปั่นหัวเล่น” คำว่า ‘วิศวะขี้คุก’ เหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจ ตินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่หาดูได้ยาก “ถ้าสิ่งที่นายอยากได้คือความพินาศของโปรเจกต์นี้ นายก็เตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ” ตินหมุนตัวเดินออกมาทันที เขาไม่ได้ต้องการฟังคำแก้ตัวหรือคำขู่ของมินอีกต่อไป สิ่งที่เขากังวลไม่ใช่เรื่องงาน แต่มันคือเรื่องของเกียร์... ชายหนุ่มผู้ที่เขาเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้ที่จะไว้ใจกลับกลายเป็นคนที่อาจจะหักหลังเขาในวินาทีสุดท้ายตามเกมที่วางไว้ กลิ่นสีสเปรย์และกลิ่นกาแฟในสตูดิโอคณะสถาปัตย์ที่เคยคุ้นชิน วันนี้กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกอึดอัด เสียงซุบซิบดังแว่วมาจากมุมห้องทันทีที่เขาปรากฏตัว สายตาหลายคู่ที่จ้องมองมาไม่ใช่สายตาแห่งความชื่นชมในความสามารถอีกต่อไป แต่มันคือความสมเพชและตั้งคำถาม “เฮ้ย ติน!” วิน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนเคียงข้างเขาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา “มึงเห็นข่าวในกรุ๊ปลับของคณะหรือยัง?” “อืม... เห็นแล้ว” ตินตอบสั้นๆ ดวงตานิ่งเรียบขณะเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ดูโพสต์ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในกลุ่ม ‘รวมมิตรเด็กสถาปัตย์-วิศวะ’ ภาพถ่ายที่เขาและเกียร์แอบไปนั่งคุยกันในมุมอับของตึกเมื่อคืนถูกนำมาตัดต่อจนดูเหมือนทั้งคู่กำลังตกลงเรื่อง ‘ผลประโยชน์’ บางอย่างที่เป็นการโกงโปรเจกต์ “มันคือเรื่องโกหกทั้งเพ!” วินตบโต๊ะเสียงดัง “คนปล่อยมันจ้องจะเล่นงานมึงตั้งแต่วันแรกที่มึงทำโปรเจกต์คู่กับไอ้เกียร์แล้วนะเว้ย มึงต้องไปคุยกับเกียร์ให้รู้เรื่อง มันอาจจะรู้เห็นเป็นใจหรือโดนใส่ร้ายเหมือนมึงก็ได้!” “ถ้าเขาเป็นคนทำล่ะวิน...” ตินพึมพำเบาๆ ราวกับถามตัวเอง “มึงพูดอะไรของมึงวะ? มึงรู้จักเกียร์ดีกว่าใครนะเว้ย ต่อให้มันกวนตีนแค่ไหน แต่มันไม่เคยหักหลังใครถ้ามันถือว่าคนนั้นคือคนสำคัญ!” ตินไม่ได้ตอบ เขามองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นร่างสูงโปร่งในชุดช็อปสีซีดของเด็กวิศวะที่เดินเตะฝุ่นมาทางตึกสถาปัตย์ เกียร์ดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับข่าวลือที่กำลังพุ่งเป้ามาที่ตัวเองเลยสักนิด เขายังคงหยอกล้อกับรุ่นน้องระหว่างทางด้วยท่าทางกวนประสาทตามสไตล์ แต่เมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานกัน รอยยิ้มของเกียร์ก็เลือนหายไปทันที “มึงเห็นแล้วใช่ไหม?” เกียร์เปิดฉากถามทันทีที่ก้าวเข้ามาในระยะที่คนอื่นไม่ได้ยิน น้ำเสียงของเขาไม่ได้กวนเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็น “เรื่องข่าวลือนั่นน่ะ” “นายต้องการอะไรกันแน่ เกียร์?” ตินถามออกไปตรงๆ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย “ทุกอย่างที่เกิดขึ้น... การที่เราต้องมาเจอกัน งานที่ฉันต้องแบกรับ หรือแม้แต่ข้อความนั่น นายเป็นคนวางแผนทั้งหมดใช่ไหม?” เกียร์นิ่งไปครู่ใหญ่ เขายกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าท่าทางหงุดหงิด ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา “ถ้ากูบอกว่าใช่ มึงจะทำยังไง? จะไล่กูไปตาย หรือจะวิ่งหนีไปให้พ้นๆ ชีวิตมึงเหมือนที่มึงเคยทำกับทุกคน?” “ฉันแค่ต้องการความจริง!” ตินตะคอกเบาๆ แม้ในใจจะร้าวรานเพียงใดเขาก็ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมา “ฉันเชื่อใจนาย... ถึงมันจะดูโง่ แต่ฉันก็เชื่อไปแล้ว!” เกียร์ขยับตัวเข้ามาใกล้จนตินสัมผัสได้ถึงความร้อนจากตัวอีกฝ่าย มือหยาบกร้านของชายหนุ่มวิศวะเอื้อมมาคว้าข้อมือของตินไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซ่อนเร้น “ความจริงเหรอ? งั้นเอาความจริงไปเลยไหมล่ะ” เกียร์โน้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชนกัน “ข่าวลือนั่นน่ะ... ไม่ได้มีแค่เรื่องโกงงานหรอก แต่มันกำลังพูดถึงเรื่อง ‘ความสัมพันธ์’ ที่คนเขาสงสัยกันทั้งมหาลัยว่ามึงกับกู... เราเป็นอะไรกันแน่” วินที่แอบฟังอยู่ถึงกับหน้าถอดสี เพราะเขารู้ดีว่าหากเรื่องนี้ลุกลามใหญ่โตขึ้นไปถึงหูอาจารย์ประจำภาควิชา ชีวิตนักศึกษาของทั้งคู่จบสิ้นแน่นอน “ถ้านายจะเล่นกับความรู้สึกของฉันแบบนี้...” ตินสะบัดมือออกด้วยความสั่นเทา “งั้นก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก ฉันจะไปบอกอาจารย์เองว่างานนี้ฉันขอทำคนเดียว” “อย่าฝันไปเลยติน” เกียร์คว้าแขนตินไว้ได้อีกครั้ง คราวนี้เขาดึงร่างของตินเข้าไปประชิดตัวจนตินแทบจะล้มไปอยู่ในอ้อมกอด “เพราะตอนนี้ ไม่ใช่แค่มึงหรือกูที่ตกเป็นจำเลย... แต่ทั้งคณะกำลังจะถูกรื้อโปรเจกต์ใหม่หมด เพราะอาจารย์เพิ่งได้รับ ‘หลักฐานชิ้นใหม่’ ที่มินเป็นคนส่งให้เองกับมือ” ตินตัวแข็งทื่อ เขาเบิกตากว้างเมื่อเห็นอาจารย์ที่ปรึกษาเดินตรงมาทางพวกเขาพร้อมกับแฟ้มงานที่มีตราประทับสีแดงเข้ม... ตราประทับที่หมายความว่า ‘การทุจริต’ “พวกเธอสองคน... ตามฉันมาที่ห้องพักครูเดี๋ยวนี้!” เสียงของอาจารย์ประกาศกร้าว ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่รุมจับจ้องมาที่พวกเขา เกียร์ปล่อยมือจากตินแล้วกระซิบที่ข้างหูเสียงแผ่ว “ทีนี้... มึงจะเชื่อหรือยัง ว่านอกจากกูแล้ว มึงไม่มีใครให้พึ่งพาได้อีกแม้แต่คนเดียว” ตินมองแผ่นหลังของอาจารย์ที่เดินห่างออกไป สลับกับรอยยิ้มที่ดูราวกับปีศาจของมินที่ยืนกอดอกมองดูผลงานอยู่ไกลๆ เขาหันกลับมาหาเกียร์ที่ยืนอยู่ข้างกาย ความรู้สึกโกรธ เกลียด และโหยหาตีรวนอยู่ในอกจนแทบจะระเบิดออก เขาควรรู้ตั้งนานแล้วว่า การไว้ใจคนอย่างเกียร์... คือแบบแปลนที่พังทลายลงตั้งแต่วันแรกที่เริ่มขีดเส้น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางความรักอันซับซ้อนนี้ไปพร้อมกับพุดดิ้งคาราเมลนะคะ
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%