“ถ้าคุณจะเอาแบบแปลนนี้ไปเสนอผู้ว่าฯ ด้วยท่าทีออเซาะแบบนั้น ก็เชิญไปคนเดียวเถอะครับติน ผมคงไม่มีปัญญาไปยืนเป็นไม้ประดับให้คุณทำคะแนนกับไอ้หมอนั่นหรอก”
เสียงทุ้มต่ำของเกียร์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องสตูดิโอออกแบบ กลิ่นกาแฟจางๆ ที่ตินเพิ่งชงไว้กลายเป็นรสขมปร่าเมื่อปะทะกับสายตาคมกริบที่จ้องเขม็งมายังร่างเพรียวบางของคนตรงหน้า ตินวางปากกาตัดเส้นลงบนโต๊ะดราฟต์อย่างใจเย็น แม้ในอกจะสั่นไหวด้วยความไม่เข้าใจ แต่เขาก็เลือกที่จะรักษามาดนิ่งขรึมตามนิสัยสถาปนิกผู้เจ้าระเบียบ
“ออเซาะ? คุณใช้คำว่าออเซาะกับมินงั้นเหรอเกียร์” ตินเลิกคิ้วมอง อีกฝ่ายยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แผ่นหลังกว้างของหนุ่มวิศวะดูบึกบึนและทรงพลัง ทว่าในเวลานี้มันกลับดูเต็มไปด้วยรังสีของความหงุดหงิดที่พุ่งพล่าน “ผมกำลังคุยเรื่องโปรเจกต์กับพาร์ตเนอร์ มันคือการทำงาน ไม่ใช่การทอดสะพาน”
“การคุยเรื่องโปรเจกต์ที่ต้องถึงเนื้อถึงตัวขนาดนั้นเลยเหรอ?” เกียร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็ไม่อยากยอมรับ “เมื่อครู่ผมเห็นเขาวางมือบนไหล่คุณ แล้วคุณก็ไม่ได้ขยับหนี ทั้งที่ปกติแค่คนเดินเฉียดโต๊ะคุณ คุณยังแทบจะกางแปลนกั้นอาณาเขต”
ตินชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่ย้อนกลับเข้ามาในหัว จริงอยู่ที่มินพยายามรุกเข้าหาด้วยท่าทีคุกคามความเป็นส่วนตัว แต่เพราะเขามัวแต่โฟกัสกับจุดบกพร่องของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กตรงหน้า จนละเลยระยะห่างที่ควรจะเป็น
“ผมแค่โฟกัสเรื่องงานจนลืมตัว คุณไม่มีสิทธิ์มาใช้น้ำเสียงแบบนี้กับผม” ตินโต้กลับ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “หรือที่คุณหงุดหงิดเนี่ย เป็นเพราะคุณห่วงงาน หรือว่า... คุณห่วงความรู้สึกผมกันแน่”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เกียร์ชะงักไปราวกับถูกตบหน้าด้วยคำถามนั้น เขาสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ปลายนิ้วเคาะขอบโต๊ะเป็นจังหวะถี่รัวซึ่งเป็นสัญญาณของความประหม่าที่เขากำลังพยายามซ่อนไว้
“อย่าหลงตัวเองให้มากนักติน” เกียร์พูดเสียงรอดไรฟัน “ผมก็แค่ไม่อยากให้งานที่ผมลงแรงไปตั้งครึ่งค่อนชีวิตต้องพังลงเพราะความไม่เป็นมืออาชีพของคุณ ถ้าอยากจะเสียตัวให้ใครก็เชิญที่อื่น แต่อย่าที่นี่”
คำพูดที่เหมือนใบมีดบาดลึกเข้าที่หัวใจตินจนแทบกระอัก ความหวังที่เคยจุดประกายขึ้นเพียงน้อยนิดพังทลายลงในพริบตา ตินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความรู้สึกที่ล้นปรี่จนจุกอก เขาหยิบสมุดสเกตช์ขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเพื่อซ่อนแววตาที่กำลังไหวระริก ก่อนจะเดินหันหลังให้ร่างสูงนั้น
“ถ้าคิดแบบนั้นก็เชิญคุณทำงานคนเดียวไปเถอะครับ” ตินกล่าวเบาหวิว “ผมจะไปเตรียมตัวที่ห้องประชุมเอง ไม่ต้องตามไปก็ได้ครับ”
เกียร์มองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน เขาอยากจะดึงคนตรงหน้าเข้ามาใกล้ อยากจะเอ่ยขอโทษกับคำพูดใจร้ายที่เพิ่งพ่นออกไป แต่กำแพงทิฐิที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีมันสูงชันเกินกว่าจะข้ามผ่านได้ง่ายๆ เขาเดินตามตินออกไปอย่างลืมตัว โดยไม่รู้เลยว่าการก้าวเดินครั้งนี้จะนำไปสู่ความจริงที่เขาอาจรับมือไม่ไหว
ในโถงทางเดินที่เงียบสงัดมุ่งหน้าสู่ห้องประชุม ตินหยุดชะงักเมื่อเห็นมินยืนรออยู่หน้าประตู อีกฝ่ายยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรเกินควร มินยื่นมือออกไปหาตินพร้อมกับกระดาษชุดหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นแบบร่างลับที่มินเคยแอบอ้างสิทธิ์ไว้
“ติน... ผมว่าเรื่องปรับโครงสร้างคราวนี้ เรามีทางออกที่ดีกว่าเดิมนะ ถ้าคุณตกลงร่วมมือกับผมแบบเต็มตัว ไม่ต้องสนไอ้คนวิศวะปากเสียคนนั้นหรอก” มินโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู
ตินกำลังจะเบี่ยงตัวหลบ แต่ก่อนที่มินจะได้สัมผัสตัวเขา ร่างสูงใหญ่ของเกียร์ก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางอย่างรวดเร็ว เกียร์คว้าข้อมือของมินไว้แน่นจนอีกฝ่ายหน้าเหยเก ดวงตาของหนุ่มวิศวะในวินาทีนี้น่ากลัวราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องถิ่นที่อยู่
“กูบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาแตะต้องคนของกู” เกียร์กดเสียงต่ำ แววตาที่จ้องมองมินดุดันจนแทบจะแผดเผา
“คนของคุณ?” มินแค่นหัวเราะ พยายามดึงมือออก “เขาสั่งคุณหรือไงว่าห้ามแตะ? หรือว่าคุณแค่หวงก้างไปวันๆ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้รักเขาจริงๆ”
เกียร์ไม่ตอบโต้ด้วยคำพูดอีกต่อไป เขาโน้มตัวลงจูบที่ขมับของตินท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งคู่ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่มั่นคงนั้นส่งผ่านไออุ่นที่ทำให้หัวใจของตินเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ก่อนที่เกียร์จะหันกลับมามองมินด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ
“ไม่ใช่ก้าง... แต่เป็น 'หัวใจ' ที่มึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมอง” เกียร์ขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง ขณะที่ในมือของมินแอบกดอัดเสียงไว้ พร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากที่ตินไม่ทันได้สังเกตเห็น ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของตินก็สั่นรัวขึ้นมาพร้อมข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดคิด... ข้อความที่เผยให้เห็นว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเพียง 'กับดัก' ที่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันแรกที่เขาเริ่มโปรเจกต์นี้
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจให้กันเสมอมาค่ะ พุดดิ้งคาราเมลนะคะ
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 36
ความรู้สึกที่ล้นปรี่
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!