"ถ้ามึงจะแก้แบบตรงจุดนี้อีกรอบ กูว่าไม่ต้องสร้างหรอกครับ... เอาไปกางเต็นท์นอนกลางสนามบอลดีกว่าไหม?"
เสียงทุ้มติดกวนประสาทของเกียร์ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์ ตินที่กำลังก้มหน้าก้มตาใช้ปากกาเขียนแบบขีดเส้นอย่างแม่นยำชะงักกึก ปลายปากกาที่ลากยาวทิ้งรอยหมึกหยดเล็กๆ ลงบนกระดาษไขราคาแพงจนมันกลายเป็นตำหนิที่แก้ไขไม่ได้
ตินเงยหน้าขึ้นมองคนพูดด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาไม่ได้โกรธที่อีกฝ่ายกวนประสาท แต่มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก... ความรู้สึกที่ว่าทำไมคนที่อยู่คนละโลกอย่างวิศวะโยธาจอมซ่าถึงต้องมาวนเวียนอยู่ในชีวิตเขาช่วงที่ยุ่งที่สุดแบบนี้
"ถ้าว่างมากนัก ก็ไปทำโปรเจกต์ของตัวเองไปเกียร์ อย่ามาป้วนเปี้ยนแถวโต๊ะดราฟต์ของคนอื่น มันขวางทาง" ตินตอบกลับเสียงเรียบ พยายามรักษาจังหวะการหายใจให้ปกติที่สุด ทั้งที่หัวใจในอกมันเต้นผิดจังหวะตั้งแต่เห็นแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายเดินเข้ามาในห้องแล้ว
"ขวางทาง? หรือขวางใจกันแน่?" เกียร์เลิกคิ้วกวนๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปสีเข้มเดินเข้ามาใกล้จนชิดโต๊ะทำงานของติน กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มราคาถูกที่มักจะทำให้ตินใจสั่นเสมอโชยมาแตะจมูก
"ไอ้เกียร์! มึงหยุดกวนเพื่อนกูสักพักไม่ได้หรือไงวะ" วินที่นั่งฝนโมเดลอยู่ข้างๆ ตะโกนขัดจังหวะพลางเขวี้ยงคัตเตอร์ลงบนโต๊ะอย่างแรง "งานนิทรรศการคณะจะเริ่มในอีกสามวัน แต่มึงมาทำตัวเป็นสเปรย์ฉีดแมลงรบกวนคนทำงานแบบนี้ มึงจะเอาอะไรไปชนะมินที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ตินอยู่ล่ะ"
ชื่อของ 'มิน' ทำให้ตินชะงักไปเล็กน้อย คู่แข่งที่เพียบพร้อมไปทุกอย่าง ทั้งฐานะและฝีมือการออกแบบที่เฉียบคม หากเป็นเมื่อก่อน ตินคงจะกังวลจนนอนไม่หลับ แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำให้เขากังวลมากกว่าคืองานที่ยังไม่เสร็จ กับสถานะความสัมพันธ์ที่เหมือนเส้นขนานระหว่างเขากับเกียร์
"ใครจะเลื่อยขาเก้าอี้ใครก็ช่างเถอะ แต่คนที่จะมาดู 'ผลงาน' ของตินวันนี้... คือท่านประธานบริษัทที่มินมันกำลังประจบอยู่นะครับ" เกียร์เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจัง ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววตึงเครียดอย่างที่หาดูได้ยาก "แล้วถ้ามึงยังแก้แบบวนไปวนมาแบบนี้ โปรเจกต์ที่มึงทุ่มเทมาสามปีก็จบเห่"
ตินนิ่งอึ้ง เขาไม่รู้มาก่อนว่าคนสำคัญจะมาตรวจงานวันนี้ มินไม่เคยบอกอะไรเขาเลย นอกจากเรื่องที่พยายามทำให้ตินเสียสมาธิมาตลอดทั้งสัปดาห์
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ดังมาจากโถงทางเดิน หน้าประตูสตูดิโอมีกลุ่มชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบเดินนำโดยมินที่แย้มยิ้มอย่างผู้ชนะตามหลังมาติดๆ
"สวัสดีครับอาจารย์และเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ท่านประธานบริษัทโครงการพัฒนาเมืองอยากจะมาชมความคืบหน้าของแบบจำลองโครงการ... โดยเฉพาะของติน ผมเชื่อว่าตินคงเตรียมตัวมาพร้อมแล้วใช่ไหม?" มินเอ่ยเสียงดังฟังชัด สายตาที่มองมาที่ตินไม่ได้มีความปรารถนาดี แต่มันคือการประกาศชัยชนะล่วงหน้า
ตินมองแบบจำลองที่ยังประกอบไม่เสร็จดีบนโต๊ะ แล้วหันไปมองเกียร์ที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ข้างๆ สายตาของเกียร์ที่ส่งมาให้ในตอนนี้ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันเป็นสายตาที่เหมือนจะบอกว่า *'มึงเชื่อใจกูไหม'*
"ครับ ผมพร้อม" ตินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขารู้ดีว่าหากแพ้ในวันนี้ ความฝันที่จะสร้างอาคารสาธารณะให้คนเมืองได้ใช้ประโยชน์จะเป็นเพียงแค่กระดาษเปล่า
"แต่ก่อนจะพรีเซนต์..." เกียร์แทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ก้าวออกมาข้างหน้ายืนขวางหน้ามินไว้ "ผมในฐานะวิศวกรที่ปรึกษาของโปรเจกต์นี้ มีบางอย่างจะเสริมในตัวโครงสร้างครับ เพราะถ้าตินออกแบบมาสวยแต่คำนวณโครงสร้างพลาดไปนิดเดียว... ผลลัพธ์มันอาจจะถล่มลงมาทับหัวคนใช้บริการก็ได้ ว่าไหมครับคุณมิน?"
มินหน้าเสียไปถนัดตา "วิศวกรที่ปรึกษา? ตินจ้างนายตั้งแต่เมื่อไหร่?"
เกียร์แค่นยิ้ม ยื่นมือไปคว้าพิมพ์เขียวส่วนที่ตินคิดว่ามีปัญหาที่สุดขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะหันไปสบตาติน "จ้าง? เปล่าหรอก... คนอย่างฉันไม่รับเงินค่าจ้าง แต่รับเป็นอย่างอื่น"
เกียร์ก้มลงกระซิบข้างหูตินเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของตินลุกซู่อย่างควบคุมไม่ได้
"ถ้าโปรเจกต์นี้ผ่าน มึงต้องไปเที่ยวกับกูสองคนหนึ่งอาทิตย์... ตกลงไหม?"
ยังไม่ทันที่ตินจะได้ให้คำตอบ บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปทันทีเมื่อท่านประธานเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะของเขา ก่อนจะหยิบโมเดลที่ตินทำขึ้นมาดูอย่างละเอียด สายตาของผู้มีอำนาจกวาดมองไปที่จุดเชื่อมต่อโครงสร้างที่เกียร์เพิ่งจะช่วยแก้ให้เมื่อครู่ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาในห้อง
มือของผู้ทรงอิทธิพลหยุดอยู่ที่รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า ก่อนจะวางโมเดลลงแล้วหันไปหาตินพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่มีใครคาดคิด
"การออกแบบของเธอถือว่าโดดเด่น... แต่จุดนี้ที่เธอแก้ไขใหม่" ท่านประธานเว้นจังหวะพลางมองสลับไปมาระหว่างตินกับเกียร์ "ใครเป็นคนคิดโครงสร้างส่วนนี้ให้?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสตูดิโอราวกับไม่มีใครกล้าหายใจ ตินเหลือบมองเกียร์ที่ยืนนิ่ง มือที่อยู่ใต้โต๊ะของตินกำแน่นจนสั่น เขารู้ดีว่าหากตอบว่าเกียร์ช่วย มันอาจจะหมายถึงการถูกตัดสิทธิ์เพราะถือว่าไม่ใช่งานเดี่ยว แต่ถ้าตอบว่าเขาทำเอง...
"ผมเป็นคนเสนอแนะ ส่วนตินเป็นคนสรุปแบบครับ" เกียร์ตอบแทนด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
ท่านประธานหรี่ตาลง มองทะลุเข้าไปในดวงตาของเกียร์ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "น่าสนใจ... งั้นฉันขอตัดสินใจตรงนี้เลยว่า ผลงานที่ฉันเลือกคือของติน แต่ฉันมีเงื่อนไขเดียว คือพวกเธอสองคนต้องทำงานนี้ร่วมกันจนจบโครงการ ไม่อย่างนั้นฉันจะยกเลิกการสนับสนุนทั้งหมด"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาดังขึ้นในห้อง มินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับ ส่วนตินรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนคว้าง... นี่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาหวังไว้เลยสักนิด
ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังยินดีหรือเสียดาย เสียงโทรศัพท์ของตินก็ดังขึ้น สายเรียกเข้าแสดงชื่อที่เขาไม่ได้ติดต่อมานานเกินกว่าสามปี... พ่อของเขา
ตินรับสายมือสั่นๆ เสียงของพ่อที่ปลายสายไม่ได้นุ่มนวลเหมือนในความทรงจำ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็น "ติน... ที่นั่นมีคนของตระกูลเราไปดูงานใช่ไหม อย่าเพิ่งรีบตกลงเซ็นสัญญาอะไรถ้าไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากทางบ้าน... โดยเฉพาะกับคนข้างๆ เธอตอนนี้"
ตินชะงักไป ดวงตาสีเข้มสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาเงยหน้ามองเกียร์ที่กำลังหันมาสบตาเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม หรือว่าการที่เกียร์เข้ามาใกล้เขาในครั้งนี้... ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ?
ความลับที่เกียร์ซ่อนไว้ หรือความจริงที่ครอบครัวเขากำลังปิดบัง... อะไรกันแน่ที่กำลังจะพังทลายลงในวินาทีนี้?
หวังว่าตอนที่ 35 นี้จะทำให้คุณรี้ดตื่นเต้นไปกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของทั้งคู่นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ด้วยรักจากใจ
พุดดิ้งคาราเมล
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 35
วันแห่งความทรงจำ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!