“ถ้ามึงจะเอาเรื่องนี้ไปปล่อยเพื่อทำลายอนาคตของคนที่เป็นถึง ‘ว่าที่สถาปนิกเกียรตินิยม’ เพียงเพราะมึงรับไม่ได้ที่เขาทำงานเก่งกว่า… มึงก็ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็กขึ้นสนิมที่รอวันถูกทิ้งลงถังขยะหรอกนะ มิน”
เสียงของเกียร์เย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งในความรู้สึกของคนฟัง เขายืนตระหง่านอยู่หน้าโต๊ะทำงานของมินในห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์ ดวงตาคมกริบของหนุ่มวิศวะจ้องเขม็งไปยังหน้าจอโน้ตบุ๊กที่เปิดไฟล์เอกสารลับซึ่งถูกปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายตินโดยเฉพาะ มินแค่นยิ้ม ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน
“เศษเหล็กเหรอ? งั้นไอ้สถาปนิกจอมเนี๊ยบนั่นก็คงเป็นแค่ ‘พิมพ์เขียว’ ที่พับเก็บไว้ในแฟ้ม ไม่มีวันกางออกมาเป็นความจริงได้หรอก ถ้ากูกดปุ่ม ‘Send’ ตอนนี้ ชื่อเสียงที่มันสร้างมาตลอดสี่ปีจะกลายเป็นแค่ขยะ” มินเอื้อมมือไปแตะที่เมาส์ช้าๆ เป็นจังหวะที่ยั่วโมโห
เกียร์ไม่ได้ตะโกนโวยวายเหมือนที่มินคาดหวัง ตรงกันข้าม เขากลับก้าวเข้าไปใกล้จนลมหายใจปะทะเข้ากับใบหน้าของอีกฝ่าย ความกดดันรอบข้างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็งไว้ ณ วินาทีที่เกียร์วางมือหนักๆ ลงบนข้อมือของมิน
“ตินน่ะ... เขาไม่ใช่แค่พิมพ์เขียว แต่เขาเป็นคนวางโครงสร้างชีวิตของเขามาอย่างดี และเขาก็มีกูเป็นโครงเหล็กเสริมที่แข็งแรงพอจะปกป้องเขาจากพวกขี้แพ้ที่เล่นงานลับหลังแบบนี้” เกียร์กดเสียงต่ำลง “ถ้ามึงกล้ากดปุ่มนั้น ข้อมูลที่กูถืออยู่ในมือ... ข้อมูลการทุจริตงบประมาณโครงการที่มึงแอบทำไว้กับรุ่นพี่ปีสี่ จะไปถึงมือคณบดีในอีกห้านาทีถัดไป”
มินชะงัก สีหน้าซีดเผือดลงทันทีที่ได้ยินชื่อโครงการนั้น “มึง... มึงทำแบบนี้ทำไม? มึงกับมันก็แค่เพื่อนร่วมโปรเจกต์ ไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่านั้นสักหน่อย”
เกียร์ไม่ได้ตอบ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของมินด้วยความสมเพช ก่อนจะกระชากโน้ตบุ๊กเครื่องนั้นออกมาแล้วปิดฝามันดังปัง! “สำหรับมึง มันอาจจะเป็นแค่โปรเจกต์ แต่สำหรับกู... ตินคือทุกอย่างที่กูเลือกแล้วว่าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง”
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของสตูดิโอ ตินยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังตู้เก็บอุปกรณ์สถาปัตย์ หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เขาตั้งใจจะมาเอาสมุดสเก็ตช์ที่ลืมไว้ แต่กลับได้ยินทุกคำพูด ทุกการปกป้องที่ออกมาจากปากของเกียร์ ผู้ชายที่ใครต่อใครต่างบอกว่ารักอิสระและไม่แคร์ใคร วันนี้เขากลับเลือกที่จะเอาชื่อเสียงและอนาคตตัวเองไปแลก เพื่อรักษาสิ่งที่เขารักไว้
ตินก้าวขาไม่ออก ความรู้สึกตื้นตันปะทะเข้ากับความสับสน เขาไม่เคยคิดเลยว่าเกียร์จะกล้าตัดสินใจถึงเพียงนี้ เพื่อคนอย่างเขา... คนที่วันๆ เอาแต่วางแผนชีวิตอย่างเป็นระเบียบ แต่กลับไม่เคยวางแผนเรื่องความรู้สึกของตัวเองได้เลย
เกียร์เดินกึ่งวิ่งออกมาจากสตูดิโอด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เขายังคงกำฮาร์ดไดรฟ์ที่บรรจุความลับของมินไว้แน่น ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นตินยืนอยู่ที่หน้าทางออก แสงสลัวจากหลอดไฟนีออนในโถงทางเดินสะท้อนใบหน้าของตินที่ดูซีดเซียวและสั่นไหวน้อยๆ
“ติน...?” เกียร์อุทานออกมาเบาๆ สัญชาตญาณความกวนประสาทของเขาหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความกังวลที่ฉายชัดออกมาจากแววตา
“ทำไปทำไม... เกียร์” ตินถามเสียงสั่น “ถ้ามึงทำแบบนั้น นายจะโดนลูกหลงไปด้วยนะ การเปิดโปงเรื่องงบประมาณ... มึงก็รู้ว่าฝ่ายบริหารเขาไม่ปล่อยเรื่องนี้ไว้เฉยๆ หรอก มึงจะเอาอนาคตไปเสี่ยงกับเรื่องของกูทำไม!”
เกียร์ขยับเข้าไปหาตินอย่างรวดเร็ว เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของร่างบางไว้แน่น “มึงคิดว่ากูเป็นใคร? กูวิศวะนะเว้ย เรื่องความมั่นคงของโครงสร้างน่ะกูเชี่ยวชาญ... และกูจะไม่ยอมให้โครงสร้างความฝันของมึงพังลงเพราะคนอย่างมัน”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่!” เกียร์ตัดบท เสียงของเขาเปลี่ยนจากความแข็งกร้าวเป็นความนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด “มึงรู้ไหมติน... ที่ผ่านมา กูอาจจะทำตัวกวนประสาท มึงอาจจะมองว่ากูไร้ระเบียบ แต่ถ้ากูต้องเลือกระหว่าง ‘อิสระของกู’ กับ ‘ความปลอดภัยของมึง’ ... กูเลือกมึงตั้งแต่วันแรกที่กูยอมให้มึงเข้ามาวุ่นวายในชีวิตกูแล้ว”
ตินเม้มปากแน่น น้ำตาคลอเบ้า เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน แต่ก่อนที่เขาจะได้โต้ตอบอะไรไปมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในมือของเกียร์ก็ดังขึ้นถี่ๆ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความจากกลุ่มงานวิศวะที่ดังไม่หยุดหย่อน
เกียร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ใบหน้าที่เคยดูมั่นใจกลับเปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งเครียดสุดขีดในชั่วพริบตา เขาอ่านข้อความเพียงไม่กี่วินาทีก่อนจะเบิกตากว้าง
“เกิดอะไรขึ้น?” ตินถามด้วยหัวใจที่หล่นวูบ
เกียร์เงยหน้าขึ้นมองติน แววตาของเขาสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “มินไม่ได้มีแค่โน้ตบุ๊กเครื่องนั้น... มันแอบติดตั้งซอฟต์แวร์สอดแนมไว้ในเครื่องของมึงตั้งแต่วันที่มึงให้มันยืมอุปกรณ์... ตอนนี้ทุกอย่างที่มึงกำลังทำอยู่... ทุกความลับ ทุกการสนทนาของมึง... มันหลุดออกไปถึงมือของคณบดีฝ่ายวินัยแล้ว!”
ตินหน้าชาไปทั้งตัว ความรู้สึกเหมือนพื้นดินใต้เท้ากำลังแตกสลายลงไปต่อหน้าต่อตา ในขณะที่เกียร์พุ่งตัวคว้ามือตินให้วิ่งหนีไปทางบันไดหนีไฟ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยที่กำลังกรูเข้ามาตามระเบียงทางเดิน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตินกับเกียร์มาจนถึงตอนนี้ พุดดิ้งคาราเมลตั้งใจเขียนตอนนี้สุดหัวใจจริงๆ ค่ะ!
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 39
เกียร์ตัดสินใจ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!