Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 40

ความซึ้งที่ปนด้วยเสียงหัวเราะ

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
“นี่นายจะเอาคัตเตอร์กรีดลงไปตรงเส้นนั้นจริงๆ เหรอเกียร์? นั่นมันคานรับน้ำหนักหลักนะ!” เสียงของตินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของสตูดิโอที่เต็มไปด้วยกลิ่นสีสเปรย์และเศษกระดาษชานอ้อย ผมของเขายุ่งเหยิงจากการสางด้วยความเครียด ดวงตาคู่คมจ้องมองนิ้วมือหนาของคนที่กำลังถือใบมีดคมกริบจ่ออยู่ที่โมเดลจำลองโปรเจกต์ใหญ่ เกียร์ชะงักค้าง เขาหันกลับมามองตินด้วยสายตากวนประสาทเหมือนทุกครั้ง มุมปากกระตุกยิ้มที่ทำให้คนมองอยากจะกระโดดเข้าไปฟาดให้หายหมั่นไส้ “โธ่ คุณสถาปนิกผู้แสนจะเป๊ะปังครับ ใจคอจะให้ผมคำนวณสเกลให้คลาดเคลื่อนไปสักมิลเดียวไม่ได้เลยหรือไง? เชื่อมือวิศวกรคนนี้หน่อยสิ ผมน่ะ ‘ออกแบบ’ ความปลอดภัยมาดีกว่าที่นายคิดอีกนะ” ตินถอนหายใจยาว พลางกอดอกแน่น “คำนวณน่ะเชื่อใจได้ แต่ไอ้ท่าทางตอนถือคัตเตอร์ของนายน่ะ เชื่อไม่ได้เลยสักนิด ดูสิ! มือสั่นขนาดนั้นจะให้ฉันมั่นใจยังไงว่าโมเดลไม่พังคามือ” เกียร์หลุดขำพรืดออกมาจนไหล่สั่น เขาไม่ได้โกรธเคืองกับคำประชดประชันนั้น กลับกัน เขากลับวางคัตเตอร์ลงแล้วเดินเข้ามาใกล้ตินจนคนถูกเข้าใกล้ต้องขยับถอยหลังไปชนกับโต๊ะเขียนแบบ เสียงไม้กระทบกันดังแกรก ทำให้หัวใจของตินกระตุกวูบ “มือสั่นเพราะอะไร รู้ไหม?” เกียร์ขยับเข้ามาใกล้จนตินสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายอีกฝ่าย เขามองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของตินที่พยายามเบี่ยงหนี “เพราะไอ้คนตรงหน้านี่เอาแต่จ้องหน้าผมไม่หยุดเลยไงล่ะ จะให้โฟกัสที่งานหรือโฟกัสที่คนคุมงานดีครับ หือ?” ตินหน้าร้อนผ่าว เขาคว้าไม้บรรทัดเหล็กขึ้นมาเคาะเบาๆ ที่ไหล่ของเกียร์ “เลิกกวนประสาทสักห้านาทีได้ไหม! งานนี้มีเดิมพันสูงนะ เกียร์... มินเขาก็จ้องจะซ้ำเติมเราอยู่ ถ้าโปรเจกต์นี้พัง ฉันไม่ยอมยกโทษให้แน่” เกียร์เห็นท่าทางเอาจริงเอาจังจนคิ้วขมวดมุ่นของคนตรงหน้าแล้วก็นึกเอ็นดู เขาไม่สามารถกลั้นรอยยิ้มไว้ได้อีกต่อไป เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของเกียร์ทำให้ตินเริ่มทำตัวไม่ถูก เกียร์หยิบแว่นสายตาที่ตินวางทิ้งไว้บนโต๊ะขึ้นมาสวมให้ แล้วใช้นิ้วชี้ดันสันแว่นให้เข้าที่อย่างเบามือ “โอเคๆ ยอมแล้วครับคุณชาย” เกียร์อมยิ้มพลางก้มลงมองงานบนโต๊ะ “แต่ติน... นายรู้ไหมว่าท่าทางเวลาที่นายโกรธน่ะ มันเหมือนลูกแมวที่ขู่ฟ่อๆ แต่น่ารักจนผมอยากจะจับมาเกาพุงมากกว่าจะไปกลัวนะ” “เกียร์!” ตินแหวลั่น พยายามจะหยิบแว่นคืนแต่เกียร์ก็ชูมือขึ้นสูง ภาพที่ตินกระโดดพยายามจะคว้าแว่นคืนในขณะที่เกียร์แกล้งหมุนตัวหลบไปมาอย่างคล่องแคล่วราวกับกำลังเต้นรำท่ามกลางเศษวัสดุเหลือทิ้งในห้องทำงาน มันเป็นภาพที่ดูวุ่นวายแต่กลับอบอุ่นอย่างประหลาด ตินเองที่ตอนแรกโกรธจนตัวสั่น กลับเริ่มหลุดขำออกมากับท่าทางกะล่อนของอีกฝ่าย เกียร์ที่ปกติทำตัวเป็นหนุ่มวิศวะปากร้าย กลับมีมุมเปิ่นๆ เวลาพยายามจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษด้วยการแกล้งหยอก “นายมันบ้า...” ตินพึมพำขณะหอบหายใจเบาๆ ทั้งคู่หยุดยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แสงไฟสลัวจากโคมไฟอ่านหนังสือตกกระทบใบหน้าของทั้งสองคน บรรยากาศความตึงเครียดจากงานหนักหน่วงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบที่มีเสียงหัวใจเต้นจังหวะเดียวกัน เกียร์วางแว่นคืนให้ตินอย่างเบามือ สายตาที่เคยดูทะเล้นเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น “ขอบคุณนะติน... ขอบคุณที่ยอมอดทนกับคนกวนประสาทอย่างฉัน ขอบคุณที่เชื่อใจในแบบแปลนของฉัน ถึงแม้บางทีฉันจะทำตัวน่าหมั่นไส้ไปบ้างก็เถอะ” ตินก้มหน้าลงซ่อนความเขิน “ก็แค่... เพราะนายเก่งพอที่จะทำให้ฉันยอมเชื่อใจหรอกนะ อย่าสำคัญตัวผิดไปนักเลย” “หึ ปากแข็งไปเถอะ” เกียร์ยื่นมือไปยีผมตินจนยุ่งเหยิงอีกรอบ ก่อนจะหันไปหยิบพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ขึ้นมาดู “เอาล่ะ ได้เวลาทำงานจริงจังแล้ว ถ้าโปรเจกต์นี้ผ่าน เราไปฉลองกันไหม? ฉันรู้จักร้านเนื้อย่างลับๆ หลังมอ ที่นั่นน่ะเด็ดอย่างกับที่นายชอบเลยล่ะ” ตินเม้มปากแน่น พยายามไม่ให้รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า “ถ้างานเสร็จนะ... ฉันจะพิจารณาดู” ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะหันกลับไปจดจ่อกับชิ้นงาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจังหวะหนักๆ ไม่ใช่จังหวะของวินเพื่อนสนิทตินอย่างที่คาดไว้ ประตูห้องสตูดิโอเปิดออกกว้างโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างของมินก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจ ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ดูสำคัญมาก “ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะความสวีตของพวกนาย” มินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความนัย “แต่พอดีฉันเพิ่งไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษามา... เขาดูจะไม่ค่อยปลื้มกับ ‘แบบแปลนร่วม’ ของพวกนายสักเท่าไหร่ เพราะเขาสงสัยว่า... มีคนหนึ่งในทีมนี้ที่แอบแฝงตัวเข้ามาเพื่อขโมยผลงานคนอื่น” เกียร์หันขวับไปมองหน้ามินทันที ในขณะที่ตินรู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้ากำลังสั่นไหว คำพูดของมินเหมือนสายฟ้าฟาดที่ทำลายบรรยากาศอบอุ่นลงอย่างไม่มีชิ้นดี “นายหมายความว่ายังไง?” ตินถามเสียงสั่น มินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกลางห้อง “ก็หมายความว่า... โปรเจกต์ที่พวกนายภูมิใจหนักหนาน่ะ จริงๆ แล้วมันมี ‘ต้นฉบับ’ ที่ถูกจดลิขสิทธิ์ไว้เมื่อสามปีก่อน และเจ้าของผลงานคนนั้น... ก็คือคนใกล้ตัวของนายมากที่สุดนั่นแหละ ติน” พุดดิ้งคาราเมลหวังว่านักอ่านทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้ความรักของตินและเกียร์ในตอนหน้านะคะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%