“เซ็นสิครับ หรือจะให้ผมช่วยจับปากกาให้ดี?”
น้ำเสียงยียวนของ ‘มิน’ ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกริ่งเตือนภัยที่ดังไม่หยุด ตินกำปากกาในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นจดจ้องไปที่เอกสารตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับถูกบีบคอให้จนมุม ไฟล์งานโครงการสำคัญของเขาถูกวางอยู่บนโต๊ะตัวเดิมในห้องประชุมปิดตาย ท่ามกลางความกดดันที่พุ่งสูงจนแทบจะกลายเป็นไอระเหยในอากาศ
“พวกคุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้” ตินโต้ตอบ เสียงของเขาเรียบสนิท แต่ลึกๆ แล้วหัวใจกำลังเต้นระรัวด้วยความโกรธ
เกียร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เขาเพียงแค่นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบจ้องมองมินด้วยสายตาที่เหมือนกับกำลังประเมินรอยร้าวบนคานเหล็กที่พร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ ก่อนที่เขาจะแค่นยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นกว่าเดิม
“โครงการนี้มันคือชีวิตของติน... แต่สำหรับผม มันก็แค่เศษกระดาษ” เกียร์พูดพลางหยิบปากกาขึ้นมาควงเล่น “ถ้ามินอยากให้เซ็นเพื่อถอนตัวนัก ก็จัดมาเลย... แต่ถ้าจะให้ถอนตัว ก็ต้องหาที่ซุกหัวนอนใหม่ให้พวกผมด้วยนะ เพราะลำพังแค่ไฟล์งานที่ถูกขู่ว่าจะลบเนี่ย มันยังไม่สาหัสเท่ากับสิ่งที่พวกคุณทำกับหอพักของตินจนใช้งานไม่ได้หรอก”
ตินหันไปมองเกียร์ด้วยความตกใจ นี่เขากำลังเล่นเกมอะไรกันแน่? การย้ายมาอยู่ด้วยกันชั่วคราวอย่างกะทันหันในห้องพักส่วนตัวที่เหลืออยู่เพียงห้องเดียวของทางมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เรื่องที่ตินวางแผนเอาไว้ในหัวเลยแม้แต่น้อย
“ผมจะเซ็น” ตินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “แต่กับเงื่อนไขที่ว่า เราสองคนต้องได้ใช้ห้องพักสำรองของโครงการจนกว่าแบบแปลนนี้จะเสร็จสมบูรณ์”
มินมองดูคนทั้งคู่ด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์ ก่อนจะยอมพยักหน้าและเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัด ตินทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า ความสมบูรณ์แบบที่เขาพยายามรักษาไว้ตลอดการทำงาน พังทลายลงในพริบตา
“อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น” เกียร์พูดพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของยาสูบผสมกับกลิ่นแดดอ่อนๆ จากตัวเขาทำให้ตินรู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างประหลาด “ห้องพักห้องเดียว สถาปนิกกับวิศวกร... นายกลัวว่าเราจะฆ่ากันตายก่อนงานเสร็จหรือไง?”
“ผมกลัวว่านายจะทำพื้นที่ของผมรกมากกว่า” ตินตอบกลับพยายามรักษาระยะห่าง
เมื่อมาถึงห้องพักที่ว่า มันไม่ได้กว้างขวางเหมือนอย่างที่ตินวาดฝันไว้ในแบบแปลน เตียงเดี่ยวขนาดควีนไซส์ตั้งอยู่กลางห้อง และมีเพียงโต๊ะทำงานไม้ตัวยาวที่วางขนานกับหน้าต่างบานใหญ่ ทุกอย่างบีบให้เขาทั้งคู่ต้องอยู่ในพื้นที่จำกัดโดยไม่มีทางเลือก
ตินเริ่มจัดระเบียบข้าวของของเขาอย่างเป็นระบบ ขณะที่เกียร์เพียงแค่วางกระเป๋าเป้ใบใหญ่ไว้ที่มุมห้อง ก่อนจะเดินตรงไปที่ระเบียง เขามองออกไปข้างนอกด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความกวนประสาทที่เขามักจะพกติดตัวมาหายไปจนเหลือเพียงความนิ่งงันที่น่าใจหาย
“ติน” เกียร์เรียกชื่อเขาเบาๆ โดยไม่หันกลับมา “ถ้านายคิดว่าการวางแผนชีวิตให้เพอร์เฟกต์มันจะทำให้ทุกอย่างออกมาดีเสมอไป... นายคิดผิดแล้วล่ะ”
“นายหมายความว่ายังไง?” ตินวางไม้บรรทัดในมือลง
เกียร์หันกลับมา แสงไฟสลัวในห้องทำให้เงาของเขาดูยาวและเข้มข้น “การมีชีวิตอยู่ มันก็เหมือนการสร้างอาคารนั่นแหละ ต่อให้แบบแปลนจะเนี๊ยบแค่ไหน แต่ถ้าฐานรากมันไม่แข็งแรงพอ... สุดท้ายมันก็แค่ซากปรักหักพังที่รอวันพังลงมา”
ตินรู้สึกเหมือนมีบางอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ เกียร์กำลังพูดถึงอะไร? กำลังพูดถึงโครงการ... หรือกำลังพูดถึงความสัมพันธ์ที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่?
ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้า ตินนอนอยู่บนฝั่งหนึ่งของเตียง พยายามหลับตา แต่สัมผัสจากความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากอีกฝั่งของเตียงกลับทำให้เขานอนไม่หลับ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเกียร์ทำให้ตินต้องลืมตาขึ้นมองในความมืด เขาเห็นแผ่นหลังกว้างของอีกคนผ่านแสงจันทร์ที่ลอดเข้ามา
ตินขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกถึงแรงดึงที่ข้อมือ เกียร์ไม่ได้หลับ... มือหนาของเขาคว้าข้อมือตินไว้แน่นพอที่จะรับรู้ได้ถึงจังหวะชีพจรที่เต้นแรง
“อย่าเพิ่งขยับ” เสียงทุ้มแหบพร่าของเกียร์กระซิบอยู่ข้างหู ทำให้ขนอ่อนบนต้นคอของตินลุกชัน “ถ้านายจะนอนไม่หลับขนาดนี้... เรามาคุยกันเรื่องที่นายปิดบังผมไว้ดีกว่า ว่าทำไมถึงยอมเซ็นใบถอนตัวตั้งแต่วินาทีแรกที่มินขู่ ทั้งที่นายรักงานนี้ยิ่งกว่าชีวิต”
หัวใจของตินแทบหยุดเต้น เขาไม่ได้คาดคิดว่าเกียร์จะอ่านเกมของเขาออกตั้งแต่ต้น ความใกล้ชิดในระยะประชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายทั้งต่อการควบคุมอารมณ์และหัวใจที่เขาสั่งให้มันอยู่ในระเบียบมาโดยตลอด
“ผมแค่ไม่อยากให้มันพัง...” ตินพึมพำ
เกียร์พลิกตัวกลับมาเผชิญหน้า สายตาของทั้งคู่ประสานกันในความมืด ตินเห็นประกายในตาของเกียร์ที่ซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้อย่างมิดชิด แต่มันกลับรุนแรงกว่าคำพูดนับร้อยคำ ก่อนที่เกียร์จะขยับตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเขาทั้งสองแทบจะแตะกัน
“มันจะไม่พัง ถ้าเราสองคนเลิกเล่นเกมแล้วเริ่มเชื่อใจกันจริงๆ เสียที”
ทว่าก่อนที่ตินจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงเคาะประตูห้องพักก็ดังขึ้นรัวและหนักหน่วง ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ตินขยับไปที่ประตูด้วยความสับสน เกียร์คว้าเสื้อยืดมาสวมอย่างลวกๆ เมื่อเปิดประตูออกไป ทั้งคู่กลับต้องชะงักเมื่อพบกับร่างของ ‘มิน’ ที่ยืนอยู่หน้าห้องพร้อมกับบุคคลในชุดเครื่องแบบของทางมหาวิทยาลัยที่มีสีหน้าเคร่งเครียด
“ขอโทษที่มารบกวนดึกดื่นแบบนี้” มินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความรู้สึกผิดแฝงอยู่เลย “แต่พวกเรามีเรื่องต้องแจ้งให้ทราบ... ไฟล์งานที่พวกคุณเพิ่งอัปโหลดไปเมื่อครู่นี้ เกิดข้อผิดพลาดร้ายแรง และตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยได้สั่งระงับสิทธิ์ในการทำงานของพวกคุณถาวรทันที”
ตินเบิกตากว้าง มองไปที่เกียร์ด้วยความสับสน ขณะที่เกียร์เองก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปจากความนิ่งเฉยเป็นความโกรธที่พร้อมจะระเบิดออกในวินาทีนั้นเอง ทุกอย่างที่วางแผนไว้ดูเหมือนจะพังทลายลง ไม่ใช่แค่โครงการ... แต่ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนจงใจปูทางให้พวกเขาเดินเข้าสู่กับดักที่ไม่มีวันออกได้ตลอดกาล
พุดดิ้งคาราเมลหวังว่าคุณรี้ดจะสนุกไปกับตอนที่ 21 นี้นะคะ หวังว่าจะคอยเป็นกำลังใจให้ตินกับเกียร์ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันในตอนต่อไปนะคะ
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 21
ห้องพักเดียวกัน
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!