“เลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปรบสักที ติน กาแฟแก้วนี้ไม่ได้ใส่ยาพิษหรอกนะ”
เกียร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันบนดาดฟ้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ลมพัดแรงจนเส้นผมที่เคยเซตมาอย่างดีของตินเริ่มยุ่งเหยิงผิดระเบียบที่เขาตั้งไว้ ตินมองแก้วกระดาษในมือสลับกับใบหน้ากวนประสาทที่คุ้นเคย แสงไฟจากเมืองหลวงเบื้องล่างสะท้อนกับดวงตาของวิศวกรหนุ่ม ทำให้แววตาที่ปกติมักจะล้อเล่นกลับดูหม่นแสงลงอย่างประหลาด
“ฉันแค่ไม่ชินที่นายเงียบ” ตินตอบ พลางขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ “ปกติเห็นนายต้องพ่นคำพูดกวนประสาทออกมาทุกสามนาที แต่นี่… นายเงียบมาตั้งแต่ตอนที่เราออกจากห้องโปรเจกต์มินแล้ว”
เกียร์แค่นหัวเราะ เหวี่ยงตัวพิงขอบระเบียงกั้น สายตามองออกไปในความมืด “คนเราก็ต้องมีช่วงที่อยากปิดปากตัวเองบ้างสิ โดยเฉพาะกับคนประเภทที่ชอบวาดแปลนชีวิตให้คนอื่นแบบนาย ติน... นายเคยคิดไหมว่าบางอย่างมันก็ไม่ควรมีแบบแปลน”
“ชีวิตที่ไร้แบบแผนคือความเสี่ยงนะเกียร์”
“งั้นเหรอ?” เกียร์หันมามองเขาเต็มตา แววตาคู่นั้นสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความนิ่งเฉยที่น่ากลัว “ถ้างั้นชีวิตฉันคงเป็นแบบแปลนที่พังตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จแล้วล่ะ”
ตินชะงัก นิ้วเรียวที่ถือแก้วกาแฟบีบแน่นขึ้น เขาไม่เคยเห็นเกียร์ในมุมนี้ มุมที่ไร้เกราะกำบังจากความกวนประสาทที่สร้างขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนรอยร้าวในใจ
“เมื่อก่อนฉันเคยมีคนคนหนึ่ง” เกียร์เริ่มพูด เสียงของเขาแหบพร่า “เขาบอกว่าฉันคือโครงสร้างที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิตเขา เราวางแผนทุกอย่างไว้ด้วยกันเหมือนที่นายชอบทำนั่นแหละ ติน... เราจะเรียนจบ จะทำงาน จะมีบ้านสักหลังที่มีระเบียงหันเข้าหาทิศตะวันออก”
ตินนิ่งฟัง หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก มันไม่ใช่ความหึงหวง แต่มันคือความเจ็บปวดที่ซึมลึกไปถึงกระดูกเมื่อเห็นท่าทีแตกสลายของอีกฝ่าย
“แต่พอถึงเวลาจริงๆ โครงสร้างที่แข็งแกร่งที่สุดกลับกลายเป็นอย่างเดียวที่พังลงมาต่อหน้าต่อตาฉัน” เกียร์แค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูน่าเวทนาที่สุดเท่าที่ตินเคยเห็นมา “ฉันไม่ได้พังเพราะวิศวกรรมที่ผิดพลาด แต่ฉันพังเพราะความจริงที่ว่า... ต่อให้เราคำนวณไว้ดีแค่ไหน ถ้าคนที่ร่วมสร้างเขาเดินจากไปโดยไม่บอกลา โครงสร้างนั้นก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”
“เกียร์...”
“นั่นแหละเหตุผลที่ฉันเกลียดการวางแผน” เกียร์ขัดขึ้น “เพราะทุกครั้งที่เห็นนายกางแปลนออกมา เห็นนายพยายามจะควบคุมทุกรายละเอียด ฉันเห็นแต่วันที่ฉันยืนมองซากปรักหักพังของความฝันตัวเอง นายเข้าใจไหมติน ว่าการที่นายพยายามทำดีกับฉัน... มันเหมือนการพยายามซ่อมอาคารที่ฐานรากมันตายไปแล้ว”
บรรยากาศรอบข้างดูหนักอึ้ง ตินรู้สึกราวกับว่าออกซิเจนในอากาศค่อยๆ เบาบางลง เขาอยากจะก้าวเข้าไปหา อยากจะบอกว่าเขาไม่ใช่อดีตคนนั้น แต่ลำคอของเขากลับตีบตัน ความเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ที่เคยภาคภูมิใจกลับกลายเป็นสิ่งที่เขารู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ
“ฉันไม่ใช่เขา” ตินตัดสินใจเอ่ยออกมา เสียงของเขาหนักแน่นแม้จะแฝงความสั่นเครือ “และฉันก็ไม่ได้พยายามจะสร้างบ้านให้ใครอยู่แบบที่นายเคยทำ แต่ถ้าวันนี้โครงสร้างของนายมันพัง... ฉันก็ไม่ได้จะมาซ่อมมันให้เหมือนเดิมหรอกนะ”
เกียร์เลิกคิ้วมองอย่างสงสัย
“ฉันจะช่วยนาย... ออกแบบสิ่งก่อสร้างใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม” ตินก้าวเข้าไปใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย “ไม่เกี่ยวกับอดีต ไม่เกี่ยวกับแบบแปลนเดิมๆ แต่เกี่ยวกับตัวฉันกับนายในตอนนี้... นายจะยอมให้ฉันเป็นคนลงเสาเข็มต้นใหม่ให้ไหม”
เกียร์เงียบไปนาน ความเงียบนั้นทำเอาตินใจคอไม่ดี เขาเกือบจะหันหลังกลับอยู่แล้วถ้ามือหนาของเกียร์ไม่คว้าข้อมือเขาไว้แน่น
“นายมันบ้าติน...” เกียร์พึมพำ “นายรู้ไหมว่าการจะสร้างอะไรใหม่บนที่ดินที่เคยเกิดโศกนาฏกรรม มันต้องใช้ความกล้าแค่ไหน?”
“ฉันเรียนสถาปัตย์มานะเกียร์ เรื่องโครงสร้างฉันน่ะ... มั่นใจที่สุด” ตินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามเรียกความมั่นใจคืนมา
ทว่าทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของเกียร์ก็แผดเสียงขึ้นทำลายความเงียบ เกียร์ชะงัก สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ สายตาที่เคยอ่อนแสงกลับมาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ตินไม่เคยเห็นมาก่อน
เกียร์กดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะวางลงแทบจะทันทีพร้อมกับสีหน้าที่ซีดเผือด
“ติน... ฉันว่าเราต้องไปเดี๋ยวนี้”
“เกิดอะไรขึ้น?”
เกียร์หันมามองเขา แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว “มิน... เขาไม่ได้แค่จะขัดขวางโปรเจกต์เรา แต่มันกำลังทำลายสิ่งที่ฉันพยายามจะลืมมาตลอดชีวิต ถ้าเราไปที่นั่นตอนนี้... ทุกอย่างที่ฉันพยายามจะเก็บไว้จะเป็นตัวทำลายพวกเราทั้งคู่”
ก่อนที่ตินจะได้ซักถามอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินขึ้นมาบนดาดฟ้าก็หยุดลงที่หน้าประตูเหล็ก พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังก้องกังวานในความมืด
“ไม่คิดเลยนะว่าสถาปนิกผู้ดี จะยอมมาคลุกฝุ่นกับวิศวกรที่มีคดีติดตัวแบบนี้... น่าประทับใจจริงๆ” มินก้าวออกมาจากเงามืด พร้อมกับสมาร์ทโฟนในมือที่กำลังเปิดภาพถ่ายใบหนึ่ง... ภาพที่เกียร์เคยทำลายไปเมื่อหลายปีก่อน
หวังว่าตอนที่ 22 นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ใจเต้นแรงไปพร้อมกับตินและเกียร์นะคะ พุดดิ้งคาราเมลจะเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ผ่านพ้นความลับนี้ไปให้ได้ค่ะ
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 22
บทสนทนาใต้แสงดาว
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!