Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 3

กาแฟหนึ่งแก้วกับคำดูถูก

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
“เหตุผลที่ผมรับงานนี้... คือผมอยากพิสูจน์ว่า ไอ้คนที่เป็นเจ้าของโปรเจกต์ 'เพอร์เฟกต์' อย่างคุณน่ะ จริงๆ แล้วข้างในมันเปราะบางแค่ไหน” เกียร์ไม่ได้พูดต่อ เขาเพียงแค่ยักไหล่กวนประสาท ทิ้งให้ประโยคนั้นแขวนลอยอยู่ในอากาศราวกับมีดที่ปักคาอกตินไว้ ความเงียบงันในสตูดิโอออกแบบเริ่มบีบคั้น ลมหายใจของตินสะดุดกึก เขากำลังจะเอ่ยปากถามถึงนัยยะที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้น แต่เสียงเลื่อนประตูบานเลื่อนดังขึ้นขัดจังหวะ “กาแฟครับคุณสถาปนิก... ผมอุตส่าห์ไปเข้าคิวร้านดังหน้ามอมาให้เชียวนะ แต่กลัวรสชาติมันจะเข้มไปหน่อย ไม่รู้ลิ้นคุณจะรับไหวไหม” เกียร์เดินเข้ามาพร้อมแก้วกระดาษสีน้ำตาล รอยยิ้มที่มุมปากนั่นมันน่าหมั่นไส้เสียจนตินอยากจะคว้าไม้บรรทัดเหล็กฟาดลงไปให้หายกวน เกียร์วางแก้วลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกระดาษไขและคัตเตอร์คมกริบ กลิ่นกาแฟคั่วเข้มตีขึ้นจมูก แต่มันกลับมีกลิ่นแปลกปลอมจางๆ ปนอยู่ ตินขมวดคิ้ว มือเรียวที่ผ่านการเขียนแบบมานับไม่ถ้วนเอื้อมไปหยิบแก้วขึ้นมา แต่เขากลับชะงักเมื่อเห็นละอองผงสีขาวขุ่นลอยละล่องอยู่ที่ผิวหน้าของของเหลวสีดำ “ใส่อะไรลงไป” น้ำเสียงของตินเรียบนิ่ง แต่มันแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ เกียร์เลิกคิ้วสูง ทำท่าทีไขสือ “ก็แค่สูตรลับวิศวะไงครับ เติมความสดชื่นให้คนเจ้าระเบียบหน่อย เห็นทำงานดึกๆ ดื่นๆ กลัวจะน็อคกลางโต๊ะเขียนแบบซะก่อน” “ฉันถามว่าใส่อะไรลงไป” ตินวางแก้วกระแทกลงบนโต๊ะ แรงพอที่จะทำให้หยดกาแฟกระเด็นเปื้อนพิมพ์เขียวแผ่นสำคัญ เขาสูดหายใจเข้าลึก พยายามคุมสติที่กำลังจะขาดผึง “นายรู้ไหมว่าโปรเจกต์นี้มีความหมายกับฉันแค่ไหน แล้วนายยังจะมาเล่นตลกทุเรศๆ แบบนี้อีกเหรอ?” “ทุเรศเหรอ?” เกียร์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย “ติน... คุณมันก็แค่คนที่สร้างโลกสมมติขึ้นมาครอบตัวเองไว้ คุณกลัวความผิดพลาด กลัวแม้กระทั่งรสชาติกาแฟที่ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองตามสูตรของคุณ แต่คุณรู้ไหม? ชีวิตจริงมันไม่มีแบบแปลนหรอกนะ และกาแฟแก้วนี้... ผมแค่ใส่เกลือลงไปนิดหน่อย เพราะอยากรู้ว่าคนฉลาดๆ อย่างคุณ จะจัดการกับสิ่งที่ ‘ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น’ ได้ยังไง” คำว่า ‘เกลือ’ กับน้ำเสียงดูถูกนั่นทำให้ตินปรี๊ดแตก เขาคว้าแก้วกาแฟนั้นขึ้นมาแล้วสาดมันลงบนโต๊ะโดยไม่สนว่าน้ำสีดำจะเปรอะเปื้อนงานที่เขาเพิ่งทำเสร็จไปครึ่งค่อนคืน “นั่นไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือการตัดสินใจที่ห่วยแตกของนาย!” ตินตวาดลั่น ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความโกรธจัด “นายมันก็แค่อันธพาลที่หลงเข้ามาในงานของคนอื่น นายไม่เคยเข้าใจหรอกว่าความรับผิดชอบมันคืออะไร เกียร์... ออกไปจากสตูดิโอฉันเดี๋ยวนี้!” เกียร์เงียบไป รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไปจากใบหน้า ทิ้งไว้เพียงความนิ่งงันที่น่ากลัว เขามองกาแฟที่นองบนโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับตินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “อยากให้ผมไปใช่ไหม?” เกียร์แค่นหัวเราะเสียงต่ำ “ได้... แต่จำไว้ว่าถ้าไม่มีผม โปรเจกต์นี้ก็ไม่มีวันเสร็จ เพราะคนที่ถือ ‘รหัสผ่าน’ ระบบโครงสร้างตัวสุดท้าย ไม่ใช่คุณ แต่เป็นผม” เกียร์หันหลังเดินไปที่ประตูสตูดิโอ มือหนาคว้าลูกบิดประตูแต่ไม่ได้หมุนเปิด เขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาพูดด้วยเสียงที่เบาลง แต่หนักแน่นจนตินต้องหยุดชะงัก “ที่ผมรับงานนี้... เพราะผมอยากรู้ว่าถ้าวันหนึ่งคุณพังทลายลงมาจริงๆ จะมีใครสักคนมองเห็นเนื้อแท้ข้างในของคุณบ้าง... หรือคุณจะยอมให้ตัวเองจมกองพิมพ์เขียวพวกนี้ไปตลอดกาล” เกียร์เปิดประตูออกไป ทิ้งให้ตินยืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางกลิ่นกาแฟเหม็นไหม้และกระดาษที่ชุ่มไปด้วยน้ำ ตินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ มือสั่นเทาหยิบกระดาษแผ่นที่เลอะเปื้อนขึ้นมา แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของเกียร์ที่ซ่อนอยู่ใต้รอยคราบกาแฟ... มันไม่ใช่คำด่า แต่มันคือจุดแก้ไขโครงสร้างที่เขาพยายามหาทางออกมาเป็นอาทิตย์ *‘แก้ที่เสาต้นที่สาม... แล้วคุณจะเห็นว่าความรักไม่ได้ต้องการแบบแปลนที่สมบูรณ์แบบ’* เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนหยุดลงที่หน้าประตูสตูดิโออีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เกียร์ ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของ ‘มิน’ ที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูเสแสร้งเกินเหตุ “อ้าว ติน... ดูเหมือนว่าหุ้นส่วนคนเก่งของคุณจะเพิ่งเดินหนีไปนะ แบบนี้โปรเจกต์จะทันเดดไลน์เหรอ? ให้ฉันช่วยไหมล่ะ... ฉันมีข้อเสนอที่อาจจะทำให้คุณไม่ต้องพึ่งพาคนไร้มารยาทแบบนั้นอีกต่อไป” ตินมองมินสลับกับคราบกาแฟบนโต๊ะ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว หากเขาเลือกทางนี้ เขาจะรักษาภาพลักษณ์ที่เพอร์เฟกต์ไว้ได้ แต่หากเขาก้าวออกไปตามเกียร์... เขาอาจจะต้องยอมรับความพ่ายแพ้ต่อทิฐิของตัวเองตลอดกาล ความเงียบในห้องทำงานเหมือนระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง ตินลุกขึ้นยืนช้าๆ คว้าแจ็คเก็ตตัวนอกแล้วเดินผ่านมินไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง “ติน! จะไปไหน!” มินตะโกนไล่หลัง ตินไม่ตอบ เขาก้าวออกไปสู่โถงทางเดินที่มืดมิด หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ ในหัวมีเพียงคำพูดของเกียร์ที่วนเวียนไม่หยุด เขาเลี้ยวโค้งตรงมุมตึกเพื่อจะตามหาอีกฝ่าย แต่สิ่งที่พบกลับทำให้เขาหยุดหายใจ... เกียร์ไม่ได้เดินออกไปนอกตึก แต่เขากำลังยืนคุยกับใครบางคนในเงามืด... คนที่ตินจำได้แม่นว่าเป็นเจ้าของโปรเจกต์คู่แข่งที่ใหญ่ที่สุด! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวและแบบแปลนหัวใจของตินและเกียร์ในตอนนี้นะครับ - พุดดิ้งคาราเมล
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%