“ถ้าคานตัวนี้ยาวเกินสี่เมตรโดยไม่มีเสารับตรงกลาง น้ำหนักคานจะกดทับโครงสร้างจนตึกนี้กลายเป็นที่ทับกระดาษในไม่ช้า คุณเรียนสถาปัตย์หรือเรียนวาดรูปเล่นกันแน่ คุณติน?”
เสียงทุ้มห้าวที่เจือความกวนประสาทแบบสุดขีดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในสตูดิโอทำงาน ตินวางปากกาตัดเส้นลงบนโต๊ะดราฟต์เสียงดังสนั่น ก่อนจะหันขวับไปมอง ‘ไอ้คนตัวสูง’ ที่กำลังเท้าคางอยู่ข้างโต๊ะด้วยสีหน้ากวนโมโหแบบที่เขาอยากจะเอาไม้ทีฟาดหน้าให้หายซ่า
“คุณเกียร์ครับ ผมเรียนมาเพื่อสร้างสรรค์ ไม่ได้เรียนมาเพื่อทำบ้านให้เป็นแค่กรงขังคอนกรีต” ตินกระแทกเสียงกลับ ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นจ้องเขม็ง “ดีไซน์นี้ผมคำนวณมาแล้วว่าสัดส่วนทองคำมันช่วยกระจายแรงได้ ถ้าคุณฉลาดพอที่จะมองภาพรวม ไม่ใช่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาท่องตำราวิศวะหัวโบราณนั่น คุณจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงยอมลดขนาดหน้าตัดคานลง”
“ดีไซน์... ดีไซน์... พูดแต่คำนี้ไม่เบื่อหรือไง?” เกียร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของตินจนร่างบางต้องถอยหลังชนกับโต๊ะทำงาน “แบบที่สวยแต่พังทลายลงมาทับหัวคนอยู่ มันเรียกว่าขยะครับ ไม่ใช่งานศิลปะ”
“ปากดีนักนะ!” ตินคว้าสมุดสเกตช์ภาพปาใส่คนตรงหน้า แต่มือแกร่งของเกียร์กลับคว้าไว้ได้ทันด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังปอกกล้วยเข้าปาก
บรรยากาศในห้องทำงานที่ควรจะเป็นพื้นที่สร้างสรรค์กลับกลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ กลิ่นกาแฟเข้มข้นที่ตินชงไว้เริ่มเย็นชืดพอๆ กับอุณหภูมิความอดทนของทั้งคู่ วิน เพื่อนสนิทของตินที่นั่งหลบมุมอยู่ไม่ไกลได้แต่ถอนหายใจยาวพลางส่ายหัวให้กับเคมีที่... แปลกประหลาดของคนคู่นี้
“พวกมึงจะรบกันจบเมื่อไหร่?” วินเอ่ยแทรกขึ้น “อีกสิบนาทีมินจะเข้ามาตรวจความคืบหน้า ถ้ามึงสองคนยังทำแบบนี้ โปรเจกต์ที่สู้มาด้วยกันจนวินาทีสุดท้ายจะพังเพราะทิฐิแค่เรื่องคานกับเสาเนี่ยนะ”
คำว่า ‘มิน’ เหมือนกระแสไฟฟ้าที่แล่นเข้าสู่สมองของติน เขาสูดหายใจเข้าลึก พยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน สถาปนิกหนุ่มหันกลับมาจัดวางแบบแปลนที่ยับยู่ยี่ให้เรียบตึงด้วยมือที่สั่นน้อยๆ เขารู้ดีว่ามินไม่ได้แค่ต้องการขัดขวาง แต่ต้องการ ‘ทำลาย’ ชื่อเสียงของเขาในฐานะสถาปนิกหน้าใหม่
“ผมไม่สนว่าคุณจะมองว่ามันเป็นขยะยังไง” ตินเค้นเสียงลอดไรฟันขณะก้มหน้าก้มตาแก้เส้น “แต่ในเมื่อเราต้องอยู่บนเรือลำเดียวกันจนกว่าจะจบงานนี้ ผมขอสั่งให้คุณ... คำนวณโครงสร้างใหม่ตามแบบของผม หรือถ้าทำไม่ได้ ก็ไสหัวออกไปจากชีวิตผมซะ!”
เกียร์หัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีประกายที่อ่านไม่ออกขณะก้มลงมองแบบที่ตินกำลังแก้ เขาขยับเข้ามาใกล้จนตินสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นดินสอที่อบอวลอยู่รอบตัวทำให้หัวใจของตินกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้
เกียร์เอื้อมมือไปจับปลายดินสอที่ตินถืออยู่ เพื่อบังคับให้ตินลากเส้นตามที่เขาต้องการ “ถ้าจะเอาแบบนี้ คุณต้องเฉียงองศาเหล็กตรงรอยต่อเพิ่มอีกสิบห้าองศา เพื่อกระจายน้ำหนักลงฐานรากด้านหลัง”
“มันจะเสียสมดุลด้านหน้า” ตินแย้ง แต่สายตาของเกียร์ที่จ้องมากลับทำให้เขาลืมคำพูดทั้งหมดลงไปในคอ
“ผมรับรองด้วยชื่อวิศวกรของผม... ว่ามันจะรับน้ำหนักได้ และมันจะ ‘สวย’ ในแบบที่ตินอยากให้เป็น”
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากกวนประสาทเป็นจริงจังทำให้ตินชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกันในระยะห่างที่ใกล้จนเกินไป ตินมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาของเกียร์ มันเป็นความรู้สึกที่น่ากลัว... การที่ต้องพึ่งพาคนที่เราเกลียดขี้หน้าที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นความรู้สึกที่เร้าใจอย่างประหลาด
ทว่า ความเงียบที่น่าหลงใหลกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูดังลั่น
มินก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ในมือถือเอกสารบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นคำสั่งระงับงานชั่วคราว เขามองดูตินและเกียร์ที่ยืนชิดกันจนแทบจะสิงร่างด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน
“ดูเหมือนพวกนายจะยังตกลงกันไม่ได้เรื่องคานตัวหลักนะ” มินวางเอกสารลงบนโต๊ะของตินอย่างแรง “แต่เอาเถอะ... ข่าวดีสำหรับคนที่มั่นใจในดีไซน์นักหนา คณะกรรมการเพิ่งตัดสินใจว่า พวกนายมีเวลาแก้ไขโครงสร้างนี้แค่ถึงเที่ยงคืนวันนี้เท่านั้น ถ้าแบบไม่สมบูรณ์... โปรเจกต์นี้จะถูกส่งต่อไปให้ทีมของฉันทันที”
ตินมองหน้ามิน ก่อนจะหันไปสบตากับเกียร์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ สายตาของเกียร์ไม่ได้มีความกังวล แต่มันคือความท้าทายที่จุดไฟในตัวตินให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
“เที่ยงคืนเหรอ?” ตินแค่นยิ้มออกมาโดยไม่หลบตา “ถ้างั้นก็เตรียมตัวเอาปากกามาเซ็นยกเลิกคำสั่งได้เลย เพราะเราจะทำให้ดู ว่าสถาปัตย์ที่ผสานวิศวกรรมที่ถูกต้อง... มันเป็นยังไง”
มินแสยะยิ้มก่อนจะหันหลังเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา ตินมองแบบบนโต๊ะที่เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมง เกียร์ก้าวเข้ามาหยิบดินสอจากมือเขาไปแล้วหมุนตัวไปที่กระดานดํานิ่งๆ
“ถ้าเราจะทำกันจริงๆ ติน... คุณต้องเลิกกั้นกำแพงพวกนี้ แล้วมองผมให้เป็นคู่หู ไม่ใช่ศัตรู” เกียร์หันมามองเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ราวกับเขากำลังจะเปิดเผยอะไรบางอย่างที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากกวนประสาท “และสิ่งที่ผมจะบอกหลังจากนี้... คือเหตุผลจริงๆ ว่าทำไมผมถึงยอมรับงานโปรเจกต์ของคนอย่างคุณตั้งแต่แรก”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความวุ่นวายของสองหนุ่มในตอนนี้นะครับ - พุดดิ้งคาราเมล
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 2
เมื่อฟิสิกส์ปะทะดีไซน์
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!