Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 1

แบบแปลนแรกที่เจอกัน

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
“ถ้าจะขีดเส้นเบี้ยวขนาดนี้ ไปสมัครเรียนอนุบาลแทนเถอะครับ อย่ามาเรียนวิศวะเลย” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องสตูดิโอคณะสถาปัตยกรรมที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกาวลาเท็กซ์และเศษกระดาษชานอ้อย ตินชะงักมือที่กำลังใช้คัตเตอร์กรีดลงบนแผ่นโฟมบอร์ด เขาไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียงที่ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางกวนประสาทนั่น เพราะเขารู้ดีว่าใครคือคนที่กำลังพ่นคำพูดน่ารำคาญออกมา ตินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านอยู่ในอกก่อนจะวางคัตเตอร์ลงอย่างเบามือที่สุด “ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ก็ช่วยกรุณาไปหามุมสงบๆ ในตึกวิศวะแล้วเงียบปากไปซะ เกียร์” ตินเอ่ยโดยไม่หันไปมอง ดวงตาเรียวรีภายใต้แว่นสายตากรอบบางยังคงจดจ้องอยู่กับแบบร่างโมเดล “งานนี้เป็นงานของสถาปัตย์ ไม่ใช่งานโครงสร้างเหล็กที่ต้องคำนวณแรงตึงแรงดึงอะไรพวกนั้น” เกียร์เลิกคิ้วกวนๆ ก้าวฉับๆ เข้ามาในระยะประชิดจนตินรู้สึกได้ถึงความร้อนจากไอตัวของอีกฝ่าย เขาสวมเสื้อช็อปสีเลือดหมูที่ดูมอมแมมขัดกับภาพลักษณ์เนี๊ยบกริบของตินอย่างสิ้นเชิง เกียร์ก้มลงมองแบบแปลนบนโต๊ะก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ “เหรอ? แต่มันก็น่าตลกนะ ที่สุดท้ายโปรเจกต์ ‘Green Landmark’ นี่ก็ต้องใช้หัวสมองของวิศวกรอย่างผมไปช่วยกู้ซาก... ไม่งั้นตึกที่คุณออกแบบมาเนี่ย คงถล่มลงมาทับหัวคนอยู่ตั้งแต่ฐานรากยังไม่เซตตัว” ตินวางปากกาตัดเส้นลงดัง ‘กึก’ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า แววตาของตินนิ่งสนิทแต่แฝงไปด้วยความรำคาญใจอย่างที่สุด “คำนวณผิดพลาดไปนิดเดียวอย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าผมบอกว่ามันรับน้ำหนักได้ ก็คือได้” “ความมั่นใจเกินร้อย แต่วิสัยทัศน์ติดลบ” เกียร์ยักไหล่พลางจิ้มปลายนิ้วลงบนกระดาษไขตรงจุดที่ตินเพิ่งวาดเสร็จ “ตรงนี้... ถ้าคุณจะเอาคานรับน้ำหนักเยื้องศูนย์แบบนี้ ต่อให้คุณเอาเสาเข็มมาปักหมื่นต้น มันก็พัง” “คุณจะรู้ดีกว่าผมได้ยังไง!” ตินโพล่งขึ้นมา ความอดทนที่สั่งสมมาตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์บวกกับความเครียดเรื่องกำหนดส่งในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้าทำให้เขาลืมมาดนิ่งสุขุมไปชั่วขณะ “เพราะผมจบงานภาคสนามมาเยอะกว่าคุณไง คุณชายสถาปัตย์” เกียร์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกัน กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ จากตัวเกียร์ปะทะกับกลิ่นสะอาดของน้ำยาทำความสะอาดโต๊ะทำงานของติน มันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทำให้หัวใจของตินกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ “เลิกทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อผม แล้วมาดูนี่... ถ้าเราปรับมุมองศาใหม่ มันจะไม่ใช่แค่ไม่พัง แต่มันจะสวยจนคุณต้องกราบขอบคุณผมเลยล่ะ” ตินขมวดคิ้วแน่น เขารู้ดีว่าเกียร์พูดถูกในเชิงโครงสร้าง แต่นิสัยเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ของเขาก็ไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องแบบแปลนที่เขาวางไว้ด้วยความภูมิใจ ในขณะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้น วิน เพื่อนสนิทของตินก็เดินเข้ามาแทรกกลางวงสนทนาด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “เอ่อ... คือขอโทษนะที่ขัดจังหวะ แต่พอดีมินเพิ่งไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษามา...” ตินละสายตาจากเกียร์หันไปหาวิน “มินว่ายังไง?” “เขาบอกว่าแบบที่พวกมึงสองคนส่งไปน่ะ... อาจารย์ให้โอกาสแก้ตัว ‘ครั้งสุดท้าย’ ถ้าทำออกมาไม่ได้มาตรฐานที่วางไว้ ทั้งโปรเจกต์ของทีมเราจะถูกตัดสิทธิ์ถาวร” วินเว้นจังหวะ แล้วมองหน้าทั้งคู่สลับไปมา “และที่แย่กว่านั้น มินขอเสนอให้อาจารย์เปลี่ยนตัวคนคุมโปรเจกต์จากมึง... ไปเป็นเขาแทน” ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ความกดดันหนักอึ้งกดทับลงมาบนบ่าของตินทันที เกียร์ที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ถึงกับสบถออกมาเบาๆ เขาดึงแบบแปลนจากมือตินไปถือไว้เอง สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างที่ตินไม่เคยเห็นมาก่อน “ถ้าไอ้หมอนั่นอยากได้โปรเจกต์นี้จนตัวสั่น งั้นเราก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่ามันไม่มีสิทธิ์ได้ไป” เกียร์หันมามองตินด้วยสายตาที่ท้าทาย “ติน... ถ้าไม่อยากให้อนาคตที่สร้างมาด้วยน้ำมือตัวเองพังเพราะคนอื่นมาฉกไป คืนนี้อย่าเพิ่งกลับบ้าน” “หมายความว่ายังไง?” ตินถามเสียงสั่น เกียร์ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว หยิบปากกาเขียนแบบบนโต๊ะขึ้นมาแล้วหมุนเล่นในมืออย่างชำนาญ “ก็หมายความว่าเราจะทำโปรเจกต์นี้ให้เสร็จภายในคืนนี้... แบบที่ไม่ต้องพึ่งพาใคร และทำให้มินต้องหุบปากไปตลอดกาล” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของมินก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกกระแทกจนเกิดเสียงดังสนั่น มินก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือและรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก “ติน... ฉันว่านายควรจะยอมรับความจริงได้แล้วนะ ว่าคนแบบนาย... มันบริหารงานใหญ่ๆ ไม่ไหวหรอก” มินเหลือบมองเกียร์ด้วยสายตาเหยียดหยามก่อนจะหันกลับมาหาติน “อาจารย์รออยู่ที่ห้องประชุม เดี๋ยวนี้... แล้วก็เตรียมคำตอบไว้ให้ดีล่ะ ว่าจะยอมเซ็นใบสละสิทธิ์แต่โดยดี หรือจะให้ฉันเป็นคนทำให้นายต้องอับอายต่อหน้าทั้งคณะ” ตินรู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง เขาหันไปมองเกียร์ที่ยังคงยืนนิ่งด้วยแววตาที่คาดเดาไม่ได้ ทว่าในจังหวะที่มินกำลังจะเดินเข้ามาใกล้ ตินกลับตัดสินใจคว้ามือของเกียร์ไว้แน่น ราวกับว่านั่นคือสิ่งเดียวที่จะยึดเหนี่ยวเขาไว้จากความพ่ายแพ้ เกียร์สะดุ้งเล็กน้อย แต่กลับไม่สะบัดออก “ไปสิ” เกียร์กระซิบข้างหูติน “เราจะไปบอกอาจารย์... ว่าโปรเจกต์นี้มีเจ้าของแล้ว และไม่ใช่หมอนั่น” ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังของตินเมื่อเขารู้ตัวว่า การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนี้ ไม่ใช่แค่การรักษาโปรเจกต์ แต่มันคือการผูกมัดชีวิตของเขากับชายผู้ที่เขาเกลียดขี้หน้าที่สุดไปตลอดกาล ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับ 'Blueprint of Love' ในตอนแรกนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนถัดไปนะครับ - พุดดิ้งคาราเมล
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%