แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมกระจกใสเสียงดัง *ปัง!* จนกระดาษแผ่นพับที่กระจายอยู่สะเทือนไหว
ตินปรายตามองสันแฟ้มที่มุมยับย่นเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายยังคงความนิ่งสนิท เนี๊ยบตั้งแต่เส้นผมที่เซ็ตเข้ารูปจนถึงกระดุมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่ติดครบทุกเม็ด ผิดกับอีกฝ่ายที่ตอนนี้ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"พวกคุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ! นี่มันการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล!" มินขึ้นเสียงกร้าว ดวงตาเรียวรีฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด แม้พยายามจะกลบเกลื่อนด้วยการเชิดคางขึ้นสูง
"ละเมิดสิทธิ์เหรอครับ... เอ่อ หรืองั้นสิคะ?" เกียร์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักพิงสูงส่งเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอ ร่างหนาในชุดช็อปวิศวะที่ไม่ได้ถอดออกตั้งแต่ลงจากไซต์งานขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดมินอย่างคุกคามจนอีกฝ่ายต้องผถายหลังกรูด "แล้วที่คุณแอบแก้สเปกวัสดุในแบบแปลนส่วนโครงสร้างของผม แล้วโบ้ยความผิดให้ตินเนี่ย เขาเรียกว่าสิทธิ์อะไรเหรอครับคุณมิน? สิทธิ์ในการทำลายโปรเจกต์ของคนอื่นหน้าด้านๆ งั้นเหรอ?"
ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดังเงียบกริบ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระทึก ตินค่อยๆ ประสานมือวางไว้บนโต๊ะ สายตาคมกริบมองลอดกรอบแว่นสายตา ทอดมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสมเพชและเหนื่อยหน่าย
"ผมเตือนคุณหลายครั้งแล้วนะมิน" ตินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักคำพูดกลับเชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "การเป็นคู่แข่งกันในโครงการออกแบบ มันควรจะวัดกันที่ฝีมือและไอเดีย ไม่ใช่การเล่นสกปรกแอบเปลี่ยนตัวเลขในฐานข้อมูลโครงสร้าง เพื่อให้ตึกฝั่งผมพังไม่เป็นท่าในขั้นตอนการคำนวณวิศวกรรม... โชคดีนะที่คุณเกียร์เขารอบคอบพอที่จะเช็กบล็อกเชนการแก้ไขไฟล์ทุกบรรทัด ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงที่ผมสะสมมาหลายปีคงพังยับเพราะความอิจฉาระริกของคุณ"
มินหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก "หลักฐาน... หลักฐานพวกนั้นมันอาจจะถูกพวกคุณกุขึ้นมาก็ได้! ใครจะไปเชื่อ!"
"หลักฐานจากเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางของบริษัท และล็อกอินไอพีของคอมพิวเตอร์คุณที่เข้าแก้ไขไฟล์ตอนตีสองของเมื่อวานซืน..." เกียร์แค่นหัวเราะพรืด ควักโทรศัพท์มือถือออกมาหมุนหน้าจอโชว์ภาพบันทึกกล้องวงจรปิดหน้าห้องเซิร์ฟเวอร์ที่ปรากฏร่างของมินชัดเจนแจ่มแจ้ง "จะให้ผมฉายโปรเจกเตอร์ให้ที่ประชุมใหญ่ดูตอนนี้เลยไหมล่ะครับ หรือจะให้ผมส่งตรงไปที่โต๊ะกรรมการผู้จัดการเลยดี?"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยิบมีดมาตัดได้ ตินมองมินที่ยืนตัวสั่นเทาพูดไม่ออก เขารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ความอึดอัดที่แบกรับมาตลอดหลายสัปดาห์คลี่คลายลง แต่ลึกๆ แล้วเขากลับไม่ได้รู้สึกสะใจอย่างที่คิด การเห็นคนพยายามทำลายกันเองมันช่างน่าสมเพชสิ้นดี
ตินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับข้อมือจัดเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่อย่างใจเย็น เขาเดินเข้าไปหยุดยืนเคียงข้างเกียร์ ไหล่กว้างของทั้งสองคนชนกันโดยไม่ตั้งใจ แต่ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าทำให้ตินเผลอคลายรอยยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย มือเรียวยื่นไปแตะแขนแกร่งของวิศวกรหนุ่มเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าพอแค่นี้ก่อน
"เก็บของแล้วออกไปซะเถอะครับมิน" ตินเอ่ยเสียงนุ่ม แต่เด็ดขาดไร้เยื่อใย "ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง ทางเลือกยังมีให้คุณเดินออกไปเองแบบเงียบๆ ดีกว่าต้องให้ผมอัญเชิญออกไปพร้อมจดหมายไล่ออก"
มินกัดริมฝีปากจนห่อเลือด กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อกวาดตามองหลักฐานในมือของเกียร์และสายตาที่กดดันไร้ความปรานีของติน เขาก็รู้ดีว่าไม่มีทางดิ้นหลุดอีกต่อไปแล้ว มินสะบัดหน้าหนีด้วยความอับอาย ก่อนจะสาวเท้าเดินกระแทกกระทั้นออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงปิดประตูกระแทกดังสนั่น
ปัง!
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง ตินถอนหายใจยาวเหยียด ปล่อยลมหายใจที่อั้นไว้ออกมาพรวดใหญ่ ความตึงเครียดที่เกาะกินหัวใจมานานสลายหายไปจนหมดสิ้น ร่างบางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมอย่างคนหมดแรง
เกียร์มองท่าทางนั้นแล้วอดไม่ได้ที่จะระบายยิ้มกว้างออกมา มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟบนโต๊ะที่เย็นชืดมาเลื่อนส่งให้คนตรงหน้า "เก่งมากครับคุณสถาปนิก... ไม่คิดเลยว่าคนเจ้าระเบียบอย่างคุณ จะมีมุมเล่นเกมจิตวิทยาขู่คนอื่นเขาเหมือนกันนะเนี่ย"
"เพราะได้วิศวกรปากร้ายแถวนี้ช่วยหาหลักฐานให้ต่างหากล่ะครับ" ตินรับแก้วกาแฟมาถือไว้ ปลายตาสบมองเกียร์ด้วยรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก "ขอบคุณนะ... เกียร์"
คำขอบคุณสั้นๆ จากน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติทำให้หัวใจของหนุ่มวิศวะกระตุกวูบ เกียร์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มมองสำรวจใบหน้าเนียนใสของตินที่ตอนนี้ประดับด้วยรอยยิ้มจริงใจ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก ความอบอุ่นที่เขาเคยกลัวและพยายามวิ่งหนีมาตลอด กลับรู้สึกน่าค้นหาขึ้นมาดื้อๆ ในเวลานี้
"ถ้าจะขอบคุณ... แค่คำพูดมันไม่พอหรอกนะติน" เกียร์โน้มตัวลงไปใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาเคลือบรอยยิ้มเจ้าเลื้อนตามสไตล์ "ต้องมีมื้อเย็นเป็นการไถ่โทษที่ทำให้ผมต้องอดหลับอดนอนสืบเรื่องนี้... เอาเป็นร้านอาหารริมน้ำที่คุณชอบ ว่าไงล่ะ?"
ตินกลอกตาขึ้นฟ้าเล็กน้อยกับความกะล่อนที่กลับมาทำงานอย่างรวดเร็วของอีกฝ่าย แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้น "ตามใจคุณก็แล้วกัน... อยากกินอะไรเดี๋ยวผมเป็นเจ้ามือเอง"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังผ่อนคลายและอบอวลไปด้วยความหวานที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ทว่า... ก่อนที่เกียร์จะได้เอ่ยปากแซวอะไรตínต่อ เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สองครั้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก
ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกัน วิน เพื่อนสนิทของตินยืนยิ้มแห้งๆ อยู่หน้าประตู สีหน้าของวินดูไม่สู้ดีนัก มือถือในมือสั่นระริกราวกับถือของร้อน
"ติน... เกียร์..." วินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก้าวขาเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ "ฉันว่าพวกนายยังวางใจไม่ได้หรอกวะ... คือว่า... แบบแปลนตัวจริงที่ส่งให้คณะกรรมการกลางเมื่อกู้นี้..."
วินเว้นวรรคหายใจ หันซ้ายหันขวาก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของตินและเกียร์เย็นเฉียบลงในพริบตา
"มันถูกสลับตัวจริงกับของปลอม... ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่ะ!"
พุดดิ้งคาราเมลขอเป็นกำลังใจให้ตินและเกียร์ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้นะคะ!
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 44
เผชิญหน้าความจริง
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!