ปลายนิ้วเรียวที่เคยจับแต่ปากกาเรนเดอร์และโมเดลสถาปัตย์ ตอนนี้กลับชื้นเหงื่อจนกระดาษโน้ตแผ่นเล็กในมือยับยู่ยี่ ตินสูดลมเข้าลึก พยายามจัดระเบียบกระดุมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนตัวเก่งให้เข้าที่เข้าทางเป็นรอบที่สาม ทว่าความเพอร์เฟกต์ที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตกลับใช้ไม่ได้ผลเอาเสียเลย เมื่อความตึงเครียดไม่ได้มาจากเส้นกริ๊ดของแบบแปลนตึกสูง แต่มาจากประตูไม้บานใหญ่ตรงหน้า—ประตูห้องรับแขกบ้านตระกูลศิรประภา
"ถ้าคุณยังกดตรงนั้นแรงอีกนิด กระดาษแผ่นนั้นคงกลายเป็นจุลไปแล้วนะคะคุณสถาปัตย์"
เสียงทุ้มติดกวนประสาทดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นที่ทาบทับลงบนหลังมือ เกียร์ไม่ได้พูดเปล่า เจ้าตัวยังถือวิสาสะดึงกระดาษโน้ตยับๆ ออกจากมือเรียว แล้วใช้นิ้วโป้งเกลี่ยรอยย่นนั้นให้เรียบขึ้นด้วยท่าทางที่ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนเอาเสียเลย ทั้งที่เสื้อช็อปสีเลือดหมูของคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เจ้าตัวสวมอยู่ก็ติดกระดุมผิดเม็ดจนเบี้ยวไปข้างหนึ่งเหมือนกัน
"ฉันไม่ได้กังวลเรื่องกระดาษ... ฉันแค่กำลังทบทวนว่าฉันลืมลำดับการนำเสนอโปรเจกต์โครงสร้างตรงไหนหรือเปล่า" ตินเสียงแข็งกลบเกลื่อนความประหม่า ดวงตากลมโตมองค้อนอีกฝ่ายเล็กน้อย
"นี่ไม่ใช่การพรีเซนต์งานส่งอาจารย์สถาปัตย์นะติน นี่มันบ้านคุณแม่คุณต่างหากเล่า" เกียร์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความขบขันระคนเอ็นดู "ทำไม? กลัวว่าแม่ยายจะไม่ปลื้มหนุ่มวิศวะปากเสียคนนี้หรือไง"
"ใครแม่ยายคุณ! พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อย เกียร์" ตินหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ พวงแก้มเนียนขึ้นสีระเรื่ออย่างปิดไม่มิด แม้จะพยายามตีหน้าขรึมใส่แต่ใบหูกลับแดงแจ๋
ก่อนที่คนทั้งสองจะได้เถียงกันต่อ เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่แฝงความนุ่มนวลก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับบานประตูที่ถูกเปิดออกโดยแม่บ้านวัยกลางคน
"คุณติน คุณเกียร์ เชิญด้านในค่ะ คุณนายใหญ่รออยู่ค่ะ"
บรรยากาศภายในห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกเงียบสงบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ตินก้าวเข้าไปด้วยฝีเท้าที่ระมัดระวังราวกับกำลังเดินบนโครงสร้างที่ยังไม่เซ็ตตัว ผิดกับเกียร์ที่แม้จะดูสบายๆ แต่สายตาก็สำรวจตรวจตราโครงสร้างและการตกแต่งภายในตามสัญชาตญาณของเด็กวิศวะโครงสร้างอย่างเงียบเชียบ
ตรงโซฟาตัวยาวกลางห้อง ร่างระหงของหญิงสาววัยกลางคนผู้มีใบสง่างามและแววตาดุจพญาหงส์กำลังนั่งจิบชาอยู่ คุณหญิงอรณีวางถ้วยลงบนจานรองช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้คนที่เพิ่งเดินเข้ามา
"มากันแล้วเหรอ... นั่งลงสิ" สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของบ้านเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจจนตินต้องรีบทำความเคารพตามมารยาททันที
"สวัสดีครับคุณแม่..." ตินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่ซ้อมมาในใจ แต่สายตาของคุณหญิงอรณีที่มองเลยผ่านเขาไปหยุดอยู่ที่ร่างสูงของหนุ่มวิศวะข้างกาย ทำให้ตินต้องรีบกลืนคำพูดลงคอ
"นั่งสิพ่อหนุ่มวิศวะ... ฉันได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเธอมาเยอะแล้ว จากปากยายตินบ้าง จากปากเจ้าวินบ้าง" คุณหญิงอรณีปรายตามองเกียร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ได้ดูถูกเหยียดหยาม แต่เป็นการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนราวกับกำลังตรวจรับมอบงานก่อสร้างชิ้นใหญ่
เกียร์ยกมือไหว้ได้อย่างงดงามและนอบน้อมผิดคาด รอยยิ้มมุมปากที่มักจะมีไว้กวนประสาทถูกเก็บCแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจัง "สวัสดีครับคุณแม่... เอ๊ย ขอโทษครับ สวัสดีครับคุณหญิง ผมเกียร์ครับ ภาควิชาวิศวกรรมโยธาครับ"
ความเงียบโรยตัวลงมาชั่วขณะ ตินลุ้นจนแทบหยุดหายใจ มือเรียวใต้โต๊ะแอบกำชายเสื้อของเกียร์ไว้แน่นด้วยความกลัวว่าคนปากไม่ตรงกับใจจะเผลอพูดจาขวานผ่าซากอะไรออกมาอีก
ทว่า... คุณหญิงอรณีกลับระบายยิ้มบางๆ ออกมามุมปาก
"วิศวะโยธาเหรอ... ดีนี่ ช่วงนี้ตึกใหญ่ฝั่งทิศเหนือของบริษัทกำลังมีปัญหาเรื่องการรับน้ำหนักโครงสร้างพอดี เธอสนใจจะลองไปช่วยดูแปลนกับลูกชายฉันหน่อยไหมล่ะ?"
ตินเบิกตากว้าง หันขวับมองมารดาด้วยความตกใจ นี่ไม่ใช่บทสนทนาแบบแม่สามีใจร้ายที่เขาจินตนาการไว้ในหัวเป็นร้อยๆ รอบเลยสักนิด!
"ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยครับคุณแม่" เกียร์ตอบรับทันควันอย่างไร้ความลังเล ดวงตาคมแพรวพราวขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "เรื่องคำนวณแรงรับน้ำหนักเนี่ย งานถนัดผมเลยครับ แต่ถ้าเรื่องความละเอียดอ่อนละมุนละไม... สงสัยต้องให้สถาปัตย์คนเก่งแถวนี้ช่วยติวให้อีกรอบ"
ตินอยากจะหยิกสีข้างคนข้างๆ เสียจริง ถ้าไม่ติดว่าคุณแม่ยังนั่งอยู่ตรงนี้ เขาคงส่งศอกเข้าซี่โครงหนุ่มวิศวะจอมกะล่อนไปแล้ว
"ปากหวานสมคำร่ำลือ..." คุณหญิงอรณีส่ายหัวเบาๆ อย่างระอาปนเอ็นดู ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารสีครีมลงบนโต๊ะตรงหน้า "แต่ก่อนจะไปคุยเรื่องงานโครงสร้างอะไรนั่น... ฉันมีอะไรจะให้พวกเธอพิจารณาก่อน"
ตินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดู ทว่าทันทีที่สายตาปะทะกับกระดาษแผ่นแรก หัวใจของสถาปัตย์หนุ่มก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
มันไม่ใช่แบบแปลนอาคาร... แต่มันคือเอกสารจดทะเบียนบริษัทสถาปัตย์และวิศวกรรมร่วมทุน ภายใต้ชื่อใหม่ที่ถูกร่างขึ้นมาอย่างเสร็จสรรพ พร้อมลายเซ็นอนุมัติล่วงหน้าจากผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งก็คือมารดาของเขานั่นเอง!
"นี่มัน... อะไรกันครับแม่?" ตินเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยความไม่เข้าใจ
คุณหญิงอรณีแย้มยิ้มอย่างใจดี ทว่าแววตากลับจริงจังและเฉียบขาด "แม่รู้ว่าพวกเธอกำลังพยายามพิสูจน์ตัวเองเรื่องโปรเจกต์ใหญ่โดยไม่ต้องพึ่งพาครอบครัว... แต่ความรักและการทำงานมันต้องวางรากฐานให้มั่นคงตั้งแต่แรกถึงจะพังยาก"
ท่านเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองคนทั้งคู่สลับกันด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก
"อีกอย่าง... ฉันไม่ได้อนุมัติแค่เรื่องบริษัทหรอกนะ" คุณหญิงอรณีเอื้อมมือไปหยิบซองสีน้ำตาลอีกซองขึ้นมาวางทับ "นี่คือเอกสารจองสถานที่จัดงานแต่งงานริมทะเลสาบ... สำหรับฤดูใบไม้ผลิปีหน้า พวกเธอเลือกเอาเองว่าจะใช้สถาปนิกหรือวิศวะคนไหนเป็นคนออกแบบงานนี้"
ตินนิ่งค้างไปสนิท สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่พลิกผันเกินคาดหมาย ขณะที่เกียร์ข้างกายกลับส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ
ก่อนที่ตินจะทันได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือซักถามอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อช็อปของเกียร์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เกียร์หยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยผ่อนคลายก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
"มีอะไรเหรอเกียร์?" ตินถามด้วยความสังหรณ์ใจ
เกียร์เงยหน้าขึ้นสบตากริบกับติน สีหน้าของหนุ่มวิศวะดูซีดเผือดลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องรับแขกกลับมาดิ่งลงเหวอีกครั้ง
"ไซท์งานตึกทิศเหนือที่แม่พูดถึงเมื่อกี้... เกิดปัญหาใหญ่แล้วครับ กำแพงกันดินด้านทิศตะวันตกเพิ่งทรุดตัวลงเมื่อห้านาทีที่แล้ว!"
พุดดิ้งคาราเมลขอส่งกำลังใจให้คุณตินและคุณเกียร์ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้นะคะ!
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 50
ครอบครัวที่เข้าใจ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!