Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 46

ความกวนที่น่ารัก

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษไขแผ่นใหม่ลอยอบอวลไปทั่วสตูดิโอสถาปัตยกรรมยามดึก ตินนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าโต๊ะไฟ มือเรียวสวยกำลังถือปากกาโรลเลอร์บอลหมึกซึมลากเส้นโมเดลโครงสร้างส่วนต่อขยายอย่างระมัดระวัง ทุกเส้นที่ขีดลงไปต้องแม่นยำไร้ที่ติสมเป็นเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ตัวพ่อ แต่ในหัวของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับมาตราส่วน 1:50 ตรงหน้าเลยสักนิด เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบ เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาโดยไม่เคาะห้องสักแอะ "ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมยังไม่นอนอีกครับ... เอ๊ย ไม่ใช่สิ ทำไมยังไม่นอนอีกคะคุณสถาปนิกคนเก่ง" เกียร์จงใจดัดเสียงล้อเลียนในช่วงท้ายพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก เจ้าตัวอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงวอร์มสบายๆ เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีที่ผ่านการลุยไซต์งานมาอย่างโชกโช่น้ำพักน้ำแรง มือหนาถือแก้วโกโก้อุ่นๆ เดินน่องเข้ามาประชิดด้านหลังเก้าอี้ที่ตินนั่งอยู่ ตินขยับตัวหนีเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ พยายามตีสีหน้าเรียบเฉยใส่คนหน้ามึน "นายเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง ลืมไปแล้วหรือไงว่าประตูมีกลอนล็อก เกียร์" "ล็อกเหรอ? อ๋อ... พอดีช่างไฟฝั่งวิศวะเขาบังเอิญลืมประแจไว้แถวนี้ ฉันเลยเอามาไขเล่นน่ะ" เกียร์ตอบหน้าตาย ไร้ความสำนึกผิดแม้แต่น้อย เขาวางแก้วโกโก้ลงบนโต๊ะทำงาน ทับกระดาษไขแผ่นสำคัญจนตินต้องรีบส่งเสียงดุ "นี่! เกียร์! มันทับแบบแปลนนะ ถ้ากระดาษยับขึ้นมานายรู้ไหมว่าฉันต้องร่างใหม่ทั้งหมดกี่ชั่วโมง!" แทนที่จะถอย เกียร์กลับทิ้งน้ำหนักตัวลงมาซบไหล่ลาดของตินหน้าตาเฉย ปลายคางได้รูปเกยอยู่กับลาดไหล่นั้น ปลายจมูกโด่งรั้นคลอเคลียอยู่ใกล้ซอกคอขาวจนคนถูกฉวยโอกาสสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยที่มักเต้นเป็นจังหวะระเบียบเสมอ กลับรัวเร็วจนน่าโมโห "บ่นเก่งเป็นคุณยายแก่ๆ ไปได้... ตินก็รู้ว่าฉันทำไปเพราะเป็นห่วง วันนี้ทั้งวันนายยังไม่ได้แตะข้าวเย็นเลยนะ ข้าวกล่องที่วินมันซื้อมาวางไว้ตั้งแต่หัวค่ำ ป่านนี้มดขึ้นจนสร้างอาณาจักรใหม่ได้แล้วมั้ง" เกียร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติ นํ้าเสียงทุ้มต่ำที่มักจะใช้กวนประสาท เปลี่ยนเป็นโทนเสียงออดอ้อนแกมบังคับอย่างแนบเนียน ตินเม้มปากแน่น พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านมาจากลาดไหล่ "ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะเกียร์ อีกอย่าง งานนี้มันเป็นโปรเจกต์ร่วมระหว่างเรากับคณะวิศวะ ถ้านายอยากให้มันเสร็จทันกำหนด ก็น่าจะกลับไปเคลียร์งานฝั่งนาย ปล่อยให้ฉันนั่งเคลียร์ตรงนี้คนเดียวจะดีกว่า" "ไม่เอา..." เกียร์ครางงอแงในลำคอ พร้อมกับวงแขนแข็งแรงที่ถือวิสาสะโอบกอดรอบเอวสอบของตินจากด้านหลัง รั้งให้ร่างบางแนบชิดกับพนักเก้าอี้มากยิ่งขึ้น "งานฝั่งวิศวะฉันตรวจเสร็จตั้งแต่หัวค่ำแล้ว ส่วนที่มานี่... ก็เพราะคิดถึงคนแถวนี้ต่างหากเล่า" คำพูดกวนประสาทที่แฝงความจริงจังและหยอดคำหวานแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้ตินถึงกับไปไม่เป็น ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ความร้อนแล่นริ้วไปทั่วใบหู ตินพยายามดึงสติแล้วใช้มือผลักไหล่กว้างนั้นออกเบาๆ "พูดจาอะไรไม่เข้าท่า ปล่อยเลยนะ เกียร์ นายกำลังกวนเวลาทำงานของฉันอยู่รู้ตัวไหม" "ก็รู้... แต่ถ้านายไม่สนใจฉัน ฉันก็จะกวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าตินจะยอมหันมามองหน้ากันดีๆ" เกียร์ไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขายังกระชับวงกอดให้แน่นขึ้น พร้อมกับซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของติน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้สติของตินกระเจิงไปไกลลิบ ภาพของเกียร์ในอดีต คนที่มักจะเถียงฉอดๆ ไม่ยอมลงให้ใคร คนที่ถือดีว่าตัวเองเก่งเรื่องคำนวณและโครงสร้างมากกว่าใคร... หายไปไหนหมด เหลือเพียงแค่เด็กหนุ่มตัวโตที่กำลังใช้วิธีอ้อนแบบหน้าด้านๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาเพียงคนเดียว "นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย เกียร์... ปล่อยฉันนะ" ตินเอ่ยเสียงสั่น พยายามบังคับมือตัวเองไม่ให้เผลอไปโอบกอดตอบแผ่นหลังกว้างนั้น "ใช่... ฉันบ้าไปแล้วจริงๆ ตั้งแต่วันที่ต้องมาทำงานร่วมกับสถาปนิกเจ้าระเบียบอย่างนายเนี่ยแหละ" เกียร์ผงศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบทอดมองใบหน้าด้านข้างของตินด้วยแววตาที่ลุ่มลึก เกินกว่าที่เคยแสดงออก มันคือความรู้สึกที่อัดอั้นมานานและถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางกวนประสาท "ติน... มองหน้าฉันหน่อยสิ" น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังกระชากหัวใจของตินให้หล่นวูบ ตินค่อยๆ หันกลับมาสบตากับนัยน์ตาคู่คมที่สะท้อนภาพเงาของตัวเองอย่างชัดเจน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นบุรุษเฉพาะตัวของเกียร์ทำเอาตินสมองตื้อตัน "เกียร์..." ตินกระซิบแผ่วเบา ราวกับถูกสะกดจิต "ฉันไม่ชอบเวลาที่ตินเครียดแล้วแบกทุกอย่างไว้คนเดียว..." เกียร์เอื้อมมือหนาขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของตินออกให้อย่างเบามือที่สุด สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ทำเอาหัวใจของคนเจ้าระเบียบกระตุกวูบ "ถ้าเหนื่อยนัก ก็พักก่อนเถอะนะ... ให้ฉันดูแลนายบ้างไม่ได้หรือไง" คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง ทำให้ตินรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกมันพองโตจนจุกอยู่ที่ลำคอ ความกลัวเรื่องความสัมพันธ์ที่ทั้งคู่ต่างสร้างกำแพงไว้ในใจ ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อยท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบยามดึกในสตูดิโอ ตินอ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำพูดปฏิเสธฟอร์มจัดตามนิสัยเดิม ทว่าจังหวะนั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอกก็ทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน "ไอ้เกียร์! มึงอยู่ในนั้นใช่ไหม! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย งานโครงสร้างตึก B มีปัญหาใหญ่แล้ว!" เสียงตะโกนโวยวายของมิน คู่แข่งในโครงการที่ตามมาขัดจังหวะดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูดังกรุ้งกริ้ง เกียร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด สบถออกมาเบาๆ อย่างขัดใจที่ช่วงเวลาโมเมนต์หวานๆ ถูกทำลายลงในพริบตา แต่ก่อนที่เกียร์จะทันได้ผุดลุกขึ้นไปจัดการกับตัวปัญหาหน้าห้อง ตินกลับเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปคว้าข้อมือหนาของเกียร์เอาไว้แน่น ดวงตาสวยฉายแวววาวแปลกประหลาดราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องสำคัญบางอย่างที่แม้แต่ตัวเองก็คาดไม่ถึง "เดี๋ยวก่อน... เกียร์" ตินเรียกเสียงกระซิบพร่า ขณะที่สายตาไม่ได้มองไปที่ประตูห้อง แต่กลับจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของคนตัวโตกว่า "นายแน่ใจนะ... ว่าเรื่องที่พูดเมื่อกี้... หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ?" พุดดิ้งคาราเมลขอเป็นกำลังใจให้ตินและเกียร์ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้นะคะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%