“ผมถามว่า... ใครเป็นคนสั่งให้แก้แบบโครงสร้างหลักโดยพละการ!”
เสียงทุ้มต่ำของอาจารย์ทวีศักดิ์ดังก้องไปทั่วห้องประชุม คล้ายฟ้าผ่าลงกลางวงสนทนาที่กำลังตึงเครียด วินรีบถอยกรูดไปยืนหลบมุมห้อง ส่วนตินยืนตัวตรง แผ่นหลังเหยียดตึงราวกับไม้บรรทัดที่เพิ่งถูกกางออก สายตาของชายวัยกลางคนตรงหน้าไล่กวาดมองไปที่แฟ้มเอกสารสีแดงในมือ ก่อนจะปาแฟ้มลงบนโต๊ะไม้สักจนเกิดเสียง ‘ปึก’ ดังสนั่น
ตินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามคุมสติที่กำลังกระเจิดกระเจิง “ผมเป็นคนตัดสินใจเองครับอาจารย์ เพราะการกระจายน้ำหนักแบบเดิมมันเสี่ยงต่อการพังทลายในอนาคต ผมแค่คำนวณใหม่เพื่อความปลอดภัยของโครงการ”
“ความปลอดภัยหรือความเห็นแก่ตัว?” อาจารย์ทวีศักดิ์ก้าวเข้ามาใกล้ตินจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึก “ผมได้ยินข่าวหนาหูเรื่องพฤติกรรมระหว่างคุณกับวิศวกรคนนั้น... ถ้างานวิจัยนี้พังเพราะอารมณ์ชั่ววูบของเด็กสองคน ผมจะสั่งระงับโปรเจกต์นี้ทันที!”
เมื่อประตูห้องประชุมปิดลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด เกียร์ที่นั่งเงียบมาตลอดเดินเข้ามาใกล้ติน เขาไม่ได้ดูเดือดร้อนกับคำขู่ของอาจารย์แม้แต่น้อย ใบหน้ากวนประสาทนั้นยังประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้คนมองรู้สึกคันไม้คันมือ
“ใจเย็นน่าคุณสถาปนิก หน้าตินายตอนนี้เหมือนโดนสิงโตงับหัวเลยนะ” เกียร์เอ่ยพลางยักไหล่
ตินหันขวับ สายตาคมกริบมองร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงผนัง “นายสนุกเหรอเกียร์? ที่งานของพวกเรากำลังจะถูกเพิกถอนสิทธิ์เพราะการกระทำของนาย... นายยังมานั่งเล่นหัวอยู่อีกเหรอ!”
“ก็มันเป็นแบบที่นายแก้ไม่ใช่เหรอ?” เกียร์เลิกคิ้วกวน “ฉันก็แค่คนทำตามแบบ ถ้าจะผิด ก็ผิดที่คุณชายตินผู้นิ่งขรึมตัดสินใจแก้ทุกอย่างโดยไม่ถามวิศวกรสักคำ”
ตินกัดริมฝีปากแน่น ความคับแค้นใจในบทบาทที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบทั้งหมดทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม ในหัวของสถาปนิกหนุ่มเริ่มวางแผนบางอย่างขึ้นมา... ถ้าเกียร์อยากจะกวนประสาทเขานัก งั้นบทเรียนต่อไป เขาจะเป็นคนจัดเตรียม ‘แบบแปลน’ ที่จะทำให้วิศวกรจอมกวนคนนี้ได้เรียนรู้ความหมายของคำว่าลำบากอย่างแท้จริง
“ได้... ถ้าอยากทำตามแบบนัก งั้นคืนนี้เชิญที่ห้องสตูดิโอตอนตีสอง เราจะเริ่มแก้โครงสร้างใหม่ทั้งหมดตามแบบที่ฉันจะ ‘ออกแบบ’ ให้เอง” ตินเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความนัยบางอย่างที่ทำให้เกียร์หุบยิ้มไปชั่วครู่
—
คืนนั้นในห้องสตูดิโอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษและน้ำยาเขียนแบบ ตินกางพิมพ์เขียวแผ่นใหม่วางลงบนโต๊ะยาว มันไม่ใช่การแก้โครงสร้างธรรมดา แต่มันคือการคำนวณที่ซับซ้อนจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ในเชิงปฏิบัติ เขาจงใจใส่มุมองศาที่แปลกประหลาดและการยึดเกาะที่ต้องใช้ความละเอียดสูงมาก
“นี่นายจะแกล้งฉันหรือทำโปรเจกต์กันแน่?” เกียร์มองแบบแปลนด้วยสายตาไม่ไว้ใจ “การคำนวณจุดรับน้ำหนักแบบนี้... นายต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถ้าให้ฉันทำตามนี้ ฉันต้องปีนขึ้นไปยึดคานบนเพดานด้วยตัวเองคนเดียวในท่าที่แทบจะตัวพับครึ่ง”
ตินนั่งลงบนเก้าอี้สูง จิบกาแฟดำช้าๆ สายตาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความสะใจลึกๆ “ถ้าวิศวกรที่เก่งกาจอย่างนายบอกว่าทำไม่ได้... ก็แปลว่าความสามารถนายไม่ถึงที่ฉันคาดหวังไว้ หรือว่า... เกียร์กลัว?”
“กลัว?” เกียร์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนที่สมส่วน “คำว่ากลัวไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของวิศวะหรอกนะคุณชาย งั้นถ้าฉันทำได้ตามแบบเน่าๆ ของนาย นายต้องยอมตกลงอะไรบางอย่างกับฉัน”
“อะไร?” ตินถามเสียงเข้ม
“ไปเดตกับฉัน... หลังจากโปรเจกต์นี้จบลง”
ตินชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มรวนผิดปกติขึ้นมาทันที “เรื่องไร้สาระ ทำงานไป!”
ตลอดสามชั่วโมงที่ผ่านมา ตินนั่งดูเกียร์พยายามแก้ปัญหาโจทย์ที่เขาสร้างขึ้น เกียร์ไม่ได้บ่นแม้แต่คำเดียว ร่างสูงต้องปีนป่ายไปตามจุดต่างๆ ตามที่แบบระบุไว้ เหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมและแผ่นหลังทำให้ตินละสายตาไม่ได้... ไม่ใช่เพราะความกวนประสาท แต่เพราะความตั้งใจที่เขาไม่เคยเห็นจากคนคนนี้มาก่อน
จนกระทั่งเกิดเสียง ‘แกร๊ก’ ดังขึ้นเบาๆ เมื่อเกียร์พยายามหมุนตัวยึดจุดสุดท้ายที่ตินคำนวณไว้ผิดพลาดด้วยความตั้งใจ เกียร์เสียหลักร่วงลงมาจากบันไดไม้สูง ตินทิ้งปากกาในมือแล้วพุ่งตัวเข้าไปรับร่างนั้นไว้ทัน
ทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้นในสภาพที่ตัวเกียร์ทับอยู่บนตัวติน ลมหายใจอุ่นร้อนของเกียร์เป่ารดใบหน้าของติน ระยะห่างที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของกันและกัน
เกียร์ยันมือกับพื้นข้างตัวติน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยของสถาปนิกหนุ่ม “นี่คือส่วนหนึ่งของแบบแปลนที่นายออกแบบไว้ให้ฉันตกหรือเปล่า... หรือว่าจริงๆ แล้ว นายแค่ต้องการหาเรื่องให้ฉันใกล้ชิดนายมากขึ้นกันแน่?”
ตินหน้าแดงก่ำ พยายามจะผลักอีกฝ่ายออกแต่เกียร์กลับกดน้ำหนักลงมามากกว่าเดิม ทันใดนั้น ไฟในห้องสตูดิโอก็ดับวูบลงสนิท ทิ้งให้ทั้งห้องจมอยู่ในความมืดมิด
ท่ามกลางความเงียบ เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาจากทางหน้าประตูห้องสตูดิโอดังขึ้นช้าๆ พร้อมกับเสียงเปิดแฟ้มเอกสารสีแดงฉานใบเดิมที่คุ้นเคย
“ผมว่าผมเตือนพวกคุณชัดเจนแล้วนะ... ว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวมันไม่มีที่ว่างในงานวิจัยนี้”
เสียงของอาจารย์ทวีศักดิ์ดังขึ้นอีกครั้งจากความมืด พร้อมกับแสงไฟจากฉายที่ส่องตรงมาที่ทั้งสองคนซึ่งยังคงอยู่ในสภาพที่อธิบายได้ยากที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้... ตินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของ ‘มิน’ ยืนยิ้มเยาะอยู่ข้างหลังอาจารย์ ในมือถือกล้องถ่ายรูปที่เพิ่งลั่นชัตเตอร์ไปเมื่อครู่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความสัมพันธ์ที่กำลังจะพังไม่พังแหล่ของตินกับเกียร์ในตอนนี้ด้วยนะคะ พุดดิ้งคาราเมลจะเป็นกำลังใจให้พวกเขาทั้งคู่ค่ะ
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 10
ใครกวนใครกันแน่
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!