หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก•ตอนที่ 26

ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
"ถ้าพี่ถอยออกไปอีกนิดเดียว... ผมจะแจ้งความข้อหาลวนลามแล้วนะ" น้ำเสียงของฉันมันสั่นพร่าเสียยิ่งกว่ากระดาษทิชชูโดนน้ำ ยิ่งใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันแค่คืบ แถมยังมีรอยยิ้มเจ้าเลื้อยประดับอยู่ที่มุมปากนั่นอีก มันยิ่งทำให้หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาอยู่รำคาญ เหตุการณ์เมื่อกี้... ไอ้เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างหู พร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอ ทำให้สติสัมปชัญญะที่เพิ่งฟื้นตัวของฉันกระเจิงหายไปในอากาศอีกรอบแบบกู่ไม่กลับ! "ลวนลามอะไรกันเด็กดื้อ พี่แค่จะกระซิบเตือนสติเฉยๆ หรอกน่า" ทัพฟ้าหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำของเขาพาลทำให้ขนอ่อนทั่วร่างฉันลุกซู่ ยอมรับเลยก็ได้วะ... ว่าไอ้ท่าทางกวนประสาทที่ชอบโน้มตัวลงมาใกล้ๆ แบบนี้ มันทำเอาสมองอันชาญฉลาดของนักศึกษานิเทศฯ ปีหนึ่งอย่างฉันรันระบบต่อไม่ถูกเลยจริงๆ ให้ตายสิ! ปกติฉันต้องเป็นฝ่ายวีนแตกใส่เขาสิ ทำไมตอนนี้ถึงได้ยืนแข็งทื่อเป็นหินแกรนิตแถมยังหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะทอดไข่ดาวได้แบบนี้ล่ะวะเนี่ย! "ถอยไปเลยนะพี่ทัพ!" ฉันรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายผลอกแผ่นอกกว้างของไอ้รุ่นพี่ตัวดีออกห่างทันที ก่อนจะรีบก้าวถอยหลังกรูดๆ จนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือในห้องสมุดคณะวิศวะฯ ที่เงียบสงบ (เออ... ที่นี่มันอาณาจักรของเขาแหละ ฉันดันเผลอเดินตามเขามาเอง ทำไมฉันถึงซุ่มซ่ามแบบนี้นะ!) ทัพฟ้ายอมผถอยหลังตามมารยาท (แบบไม่ค่อยเต็มใจนัก) เขายกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มมุมปากยังคงอยู่ครบถ้วน สายตาคู่คมที่มองมามันเต็มไปด้วยความเอ็นดูแกมหยอกล้อ ชนิดที่ต่อให้คนซื่อบื้อระดับสิบก็ดูออกว่าอีตานี่กำลังสนุกกับการแกล้งฉันแค่ไหน "หน้าแดงใหญ่แล้วหมอกหนา... เขินพี่เหรอเรา" "ใครเขิน! บ้า! เพ้อเจ้อ! อากาศในห้องสมุดมันร้อนต่างหากเล่า!" ฉันรีบยกมือขึ้นพัดโบกใบหน้าที่ตอนนี้คงแดงแจ๋เหมือนตูดลิง ปากก็ปฏิเสธเสียงดังลั่นจนบรรณารักษ์โต๊ะข้างๆ ต้องส่งสายตาพิฆาตส่งมาเตือน ฉันเลยต้องรีบหุบปากฉับแล้วแลบลิ้นใส่พี่ทัพแก้เขินแทน ทัพฟ้าหลุดขำพรืดออกมากับท่าทางพะว้าพะวังของฉัน เขาส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แต่อยู่ในระยะที่ปลอดภัยขึ้น (นิดนึง) มือหนายื่นมาดีดหน้าผากฉันเบาๆ หนึ่งที "โอ๊ย! เจ็บนะพี่ทัพ!" "หมั่นไส้คนปากแข็ง ปากบอกว่าไม่ได้เขิน แต่หูแดงแจ๋ถึงติ่งหูแล้วนะเด็กน้อย" ฉันรีบยกมือขึ้นกุมใบหูตัวเองทันที อืม... ร้อนฉ่าจริงๆ ด้วย ให้ตายสิ ทำไมฉันถึงเก็บอาการต่อหน้าผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยวะเนี่ย! ปกติกับคนอื่นฉันนี่คือนักรบแปดทิศ ฝบฝีปากกล้าแข็งไม่เคยเป็นรองใคร แต่พอมาเจอไอ้พี่ทัพทีไร เป็นอันต้องพ่ายแพ้ราบคาบทุกที แล้วยิ่งพอยืนมองหน้าหล่อๆ ของเขาในระยะประชิดแบบนี้... สมองมันก็ดันพาลย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนที่ฉันไม่สบายแล้วพี่ทัพยอมทิ้งงานโปรเจกต์สำคัญมาเฝ้าไข้ เช็ดตัว ป้อนข้าวป้อนยาแถมยังนอนเฝ้าอยู่ข้างเตียงทั้งคืน ตอนนั้น... ฉันจำได้เลือนรางว่าตอนที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมากลางดึก ฉันเห็นเขานั่งกุมมือฉันไว้แล้วเอาหน้าผากชนกับหลังมือฉันเบาๆ พร้อมกับพึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังไม่ค่อยได้ศัพท์ แต่สัมผัสนั้นมันอบอุ่นเสียจนหัวใจที่เคยด้านชา รู้สึกเหมือนมีดอกไม้ผريบานอยู่ในนั้น *‘รีบหายนะหมอก... พี่ใจไม่ดีเลยรู้ไหม’* เสียงทุ้มๆ ประโยคนั้นยังคงดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของฉันจนถึงตอนนี้... "เหม่ออะไรอีกแล้ว หื้ม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนฉันต้องสะดุ้งสุดตัว ดึงสติกลับมาจากภวังค์แทบไม่ทัน "เปล่า... ใครเหม่อ ไม่มี๊!" ฉันปฏิเสธเสียงสูงกลบเกลื่อนพิรุธสุดฤทธิ์ "แน่ใจ?" ทัพฟ้าหรี่ตามองอย่างจับผิด ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ "เอ้อ... วันนี้เจ้านายมันโทรมาตามหรือยัง เห็นบอกว่าเย็นนี้พวกแกมีนัดซ้อมละครเวทีคณะไม่ใช่เหรอ" ตายละหว่า! นัดซ้อมละครเวที! ฉันเบิกตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีมหกรรมมหาสนุกรออยู่ ขืนไปช้ามีหวังโดนไอ้เจ้านายเพื่อนสนิทตัวดีบ่นหูชาแน่ๆ แถมช่วงนี้บทพูดยาวเป็นหางว่าว ยิ่งคิดยิ่งเครียดจนคิ้วขมวดเป็นปม "จริงด้วย! ซวยแล้วฉัน บทพารากราฟสุดท้ายยังท่องไม่ได้เลย!" ฉันโวยวายออกมาเสียงดังลั่น จนทัพฟ้าต้องรีบยกนิ้วขึ้นจุ๊ปากเตือน "เบาๆ หน่อย นี่ห้องสมุดนะตัวแสบ... ถ้าท่องไม่ได้ ก็ให้พี่ช่วยติวให้เอาไหมล่ะ" เขาเสนอหน้า (เอ๊ย เสนอตัว) เข้ามาทันทีพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไม่ต้องเลย! พี่ทัพนั่นแหละตัวดี ชอบกวนประสาททำให้ผมเสียสมาธิ ติวกับพี่มีหวังผมสอบตกวิชาการแสดงแน่ๆ" ฉันเบะปากใส่หนึ่งที คว้ากระเป๋าเป้สะพายขึ้นบ่าเตรียมตัวเผ่นหนีออกจากรัศมีอันตราย "อ้าว พูดงี้เสียใจนะเนี่ย ระดับเดือนคณะวิศวะฯ ดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเชียวนะ เวลารับสอนพิเศษนี่สาวๆ ต่อคิวกันยาวไปถึงประตูมหาลัยโน่น" เขาทำท่าตีหน้าเศร้าประหนึ่งพระเอกเอ็มวีอกหัก แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน "ก็ไปสอนพวกสาวๆ โน่นสิครับ มายุ่งกับผมทำไมเล่า!" ฉันแหวใส่เสียงสะบัด หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีออกจากแถวชั้นหนังสือ แต่ทว่า... จังหวะที่ก้าวขาออกไป ขาเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับมุมโต๊ะอ่านหนังสือที่ยื่นออกมาซะได้! "เฮ้ย!" ฉันอุทานลั่นด้วยความตกใจ หลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระแทกกับพื้นห้องสมุดปูนเปลือยแข็งๆ เต็มคาราโอเกะ แต่ทว่า... ความเจ็บปวดที่คิดไว้กลับไม่เกิดขึ้น ร่างทั้งร่างกลับถูกคว้าหมับเข้าที่เอวบางอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแรงดึงกระชากเข้าหาอ้อมกอดอุ่นๆ ของใครบางคน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกทันทีที่ใบหน้าของฉันซบลงไปแผละกับแผงอกกว้าง ตุบ... ตุบ... ตุบ... เสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน ทัพฟ้าใช้แขนอีกข้างโอบประคองแผ่นหลังฉันไว้แน่นเพื่อไม่ให้ล้มลงไป ขณะที่ฉัน... ทำได้เพียงค้างเติ่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา สมองขาวโพลนประมวลผลอะไรไม่ถูกอีกต่อไป ใกล้เกินไปแล้ว... ใบหน้าของทัพฟ้าอยู่ห่างจากฉันไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มที่ตอนนี้คงแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม สายตาคู่คมที่มองลงมามันไม่ได้เต็มไปด้วยความขี้เล่นเหมือนทุกที แต่มันมีความลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่... ความรู้สึกที่ทำเอาใจฉันกระตุกวูบ "ซุ่มซ่ามจริงนะเรา..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบาอยู่ชิดริมฝีปาก นิ้วเรียวของเขาเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากฉันออกให้อย่างเบามือ อัมพฤกษ์อัมพาตพาลจะกินร่างกายนี่ซะให้ได้ ช่วงเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่วินาที แต่ความรู้สึกข้างในอกมันกลับหมุนเคว้งคว้างราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ภาพความทรงจำต่างๆ ตั้งแต่วันแรกที่เจออีตานี่ วันที่เขาคอยกวนประสาท วันที่เขาตามตื๊อ วันที่เขาคอยปกป้อง และวันที่เขาคอยดูแลตอนไม่สบาย... ทุกๆ โมเมนต์ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพสไลด์โชว์ ให้ตายเถอะ... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ฉัน... "ชิน" กับการมีผู้ชายคนนี้อยู่ข้างๆ แบบนี้? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พื้นที่ว่างข้างกาย เวลาไปไหนมาไหน หรือแม้กระทั่งเวลาเจอเรื่องแย่ๆ คนแรกที่ฉันนึกถึงกลับไม่ใช่เพื่อนสนิทอย่างเจ้านาย... แต่กลายเป็นไอ้รุ่นพี่ตัวกวนคนนี้ไปซะแล้ว? ความตระหนักรู้สายฟ้าแลบนี้แล่นพล่านเข้ามาในอกจนฉันเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมสั่นไหวรุนแรงจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงมันเต้น "พี่... พี่ทัพ..." ฉันพึมพำเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่เบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ แพ้ทาง... แพ้ทางเขาจนไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบายแล้ว "หื้ม ว่าไงครับเด็กดื้อ" ทัพฟ้ายิ้มละมุน รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาท แต่มันอบอุ่นและจริงใจจนน่ากลัว "คือว่า..." ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ความลังเลตีรวนอยู่ในหัว สมองสั่งให้ผลักเขาออกแล้ววิ่งหนีไปซะ แต่หัวใจกลับกระซิบให้จมดิ่งลงไปในความอบอุ่นนี้ ในขณะที่ฉันกำลังจะอ้าปากพูดความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอกออกไป จู่ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อกาวน์นิเทศฯ ของฉันก็แผדเสียงร้องเพลงแร็ปสุดกวนประสาทของเจ้านายดังลั่นห้องสมุดเงียบสงบขึ้นมาขัดจังหวะมารหัวใจซะก่อน! *“อีหมอก! มึงอยู่ไหน! อาจารย์ผู้กำกับละครมาตรวจตึกแล้วนะเว้ย มึงตายแน่ถ้าอีกสิบนาทีไม่โผล่หัวมาที่สตูดิโอ!”* เสียงแว้ดๆ ของเจ้านายดังทะลุออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ชนิดที่ต่อให้ไม่ต้องเปิดสปี커โฟนคนทั้งห้องสมุดก็คงได้ยินกันหมด ทัพฟ้าหลุดขำพรืดออกมาทันที ส่วนฉันนี่อยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด! ฉันรีบผละออกจากอ้อมแขนของทัพฟ้าหน้าตาตื่น คว้ามือถือออกมากดตัดสายแทบไม่ทัน พวงแก้มร้อนผ่าวด้วยความเขินอายปนหงุดหงิดเพื่อนสนิทตัวแสบ "เอ่อ... ผม... ผมต้องไปแล้ว!" ฉันละล่ำละลักบอก คว้ากระเป๋าเป้สะพายขึ้นบ่าเตรียมวิ่งหนี แต่ทว่า... ทัพฟ้ากลับคว้าข้อมือฉันไว้เบื้องหลังเบาๆ ไม่ให้เดินหนี เขาดึงตัวฉันให้หันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาก่อนจะโน้มใบลงมา กระซิบประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาสติสัมปชัญญะของฉันกระเจิงหายไปในอากาศรอบที่ล้าน "ไปซ้อมเถอะ... ไว้คืนนี้ ค่อยมาเคลียร์ 'ความรู้สึก' ที่ค้างคาเมื่อกี้กันต่อ... นะครับเด็กดี" กรี๊ดดดดด! อีตาบ้าเอ๊ย! ใครเขาจะไปยอมเคลียร์ด้วยเล่า! ฉันสะบัดมือออกแล้ววิ่งหนีออกจากห้องสมุดแทบไม่ทัน หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล หน้าแดงก่ำจนคิดว่าคงทะลุไปถึงดาวอังคารแล้วแน่ๆ แต่ทว่า... ในขณะที่ฉันกำลังวิ่งหน้าตั้งมาถึงหน้าลิฟต์ตึกนิเทศฯ มือถือในมือก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับข้อความแชตจากแอปพลิเคชันสีเขียวที่เด้งขึ้นหน้าจอ เป็นชื่อของทัพฟ้าที่ส่งข้อความทิ้งท้ายไว้ก่อนที่เราจะแยกกัน *(Tupfah)*: *พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะหมอกหนา... พี่ชอบเราจริงๆ ว่ะ* *(Tupfah)*: *และรู้ใช่ไหมว่าคนอย่างพี่... จีบจริง ไม่ได้มานั่งหยอดเล่นๆ* ตึ้ง! พอนิ้วเรียวของฉันกดอ่านข้อความนั้น หัวใจเจ้ากรรมก็กระตุกวูบอย่างรุนแรง สมองขาวโพลนทำอะไรไม่ถูกด้วยความตกใจระคนเขินอفاق ฉันรีบใช้นิ้วสั่นๆ กดค้างที่ข้อความนั้นทันทีเพื่อจะกดยกเลิกข้อความไม่ให้เขาพิมพ์ต่อ... แต่ทว่า... นิ้วเจ้ากรรมดันไปกดโดนปุ่ม **'ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจรัวๆ'** แทนที่จะกดยกเลิกข้อความซะได้! ฉิบหายแล้ว... กดยกเลิกไม่ทัน! ————————— *คุยกับนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย): งื้อออออ เด็กมันเขินจนมือไม้อ่อนกดผิดชีวิตเปลี่ยนแล้วค่ะคุณน้า! มาร่วมลุ้นกันต่อว่าอีตาพี่ทัพจะจัดการกับเด็กปากแข็งคนนี้ยังไงในตอนหน้า ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ยัยหมอกหนากับพี่ทัพด้วยนะคะ! 💖*
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%