หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก•ตอนที่ 25

ไข้หวัดรับลมหนาว

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
“พี่ทัพ... หยุดพูดมากแล้วเอาไอ้นี่ออกไปจากหน้าหนูสักทีเถอะค่ะ หนูกลืนน้ำลายทีเหมือนมีกระบองเพชรวิ่งสวนขึ้นมาในคอเนี่ย!” ฉันส่งเสียงแหบแห้งราดทรายเบอร์หยาบใส่ร่างสูงที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่เหนือเตียง ท่ามกลางกลิ่นแอลกอฮอล์และยาหอมที่ลอยฟุ้งจนแสบจมูก เหตุการณ์ระเบิดตู้มต้ามจากข่าวลือกลางคณะนิเทศฯ เมื่อวานซืนยังไม่ทันจางหายดี ร่างกายเจ้ากรรมก็ดันมาทรยศหักหลังด้วยการเป็นไข้หวัดรับลมหนาวแบบคอมโบเซ็ตใหญ่ น้ำมูกไหล ไอโขก และพิษไข้ที่รุมเร้าจนสมองฉันเบลอไปหมด และคนที่รับบทพยาบาลจำเป็นแบบงงๆ (แถมไม่มีใครเชิญ) ก็คือเดือนวิศวะปีสามเจ้าของฉายา ‘ทัพฟ้าคนกวนตีนประจำปี’ ที่ตอนนี้กำลังถือผ้าชุบน้ำหมาดๆ ทำหน้าเครียดขมิ่งยิ่งกว่าตอนคำนวณสถิติโครงสร้างสะพาน “อย่าดื้อน่าหมอกหนา เมื่อคืนนายไข้ขึ้นสามสิบเก้าจุดห้า ตัวร้อนจี๋จนฉันเกือบแบกวิ่งฝ่าลมหนาวไปโรงพยาบาลรอบดึกแล้วรู้ตัวไหม” พี่ทัพบ่นอุบอายขณะใช้มือหนาสัมผัสหน้าผากฉันเบาๆ เพื่อวัดอุณหภูมิ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาตัดกับความเย็นเฉียบของผ้าขนหนู ทำให้ฉันต้องแอบหลบสายตาด้วยความเก้อเขิน—ให้ตายสิ นี่ฉันป่วยจนสมองฝ่อหรือยังไง ถึงได้รู้สึกว่าไอ้ท่าทางดุๆ แบบเป็นห่วงเป็นใยของเขามัน... ดึงดูดสายตาแปลกๆ “ก็บอกว่าไหว... แค่กๆ!” ฉันพยายามจะเถียงต่อ แต่พิษไข้ก็ทรยศด้วยการส่งเสียงไอโขกออกมาชุดใหญ่จนหน้าดำหน้าแดง พี่ทัพถอนหายใจยาวพรืด ยอมวางผ้าลงข้างเตียง ก่อนจะเอื้อมมือไปรินน้ำอุ่นใส่แก้วแล้วประคองท้ายทอยฉันขึ้นดื่มอย่างเบามือ ความนุ่มนวลที่ขัดกับลุคแบดบอยกวนประสาทของเขา ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ที่เต้นรัวอยู่แล้ว ยิ่งเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำเข้าไปใหญ่ “กินยาซะ แล้วก็นอนนิ่งๆ ห้ามเถียง ห้ามดื้อ เข้าใจไหมเด็กดื้อ” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าปกติสองสเต็ป แถมสายตาที่มองมาก็เต็มไปด้วยความละมุนละไมแบบที่ต่อให้ฉันพยายามหาคำพูดกวนๆ มาโต้กลับแค่ไหน ก็กลืนมันลงคอไปหมด “พี่ทัพ... ทำไมถึงดีกับหนูขนาดนี้เล่า” ฉันพึมพำเสียงเบาหวิว ปล่อยให้ความอ่อนแอเล่นงานจนเผลอหลุดคำถามโง่ๆ ออกไป ร่างสูงชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ฉันนิ่งนาน ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเลệuตามสไตล์ที่ฉันคุ้นเคย แต่ครั้งนี้มันเจือไปด้วยความจริงจังบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอุ่นขึ้นผิดหูผิดตา “ก็เพราะฉันจีบอยู่ไง... ถามได้” เขาตอบหน้าตาเฉย ยื่นมือมาดีดหน้าผากฉันเบาๆ หนึ่งที “ถ้าไม่ดีกับว่าที่แฟน แล้วจะให้ไปดีกับหมาที่ไหนล่ะ หึ” “ใครว่าหนูจะเป็นแฟนพี่!” ฉันฮึดฮัดโวยวายใส่ พยายามขยับตัวหนีแต่ก็ไร้เรี่ยวแรง สุดท้ายก็ได้แต่ทำหน้าบูดบึ้งใส่เขาจนพี่ทัพหัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา พี่ทัพพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคำว่า ‘ดูแลอย่างดี’ ไม่ใช่แค่คำพูดเล่นๆ เขาไม่ได้นอนเลยสักนาที คอยเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตามซอกคอ แขน และหน้าผากให้ฉันทุกๆ ชั่วโมง ยามที่ฉันสะดุ้งตื่นเพราะพิษไข้และอาการหนาวสั่น ก็เป็นอ้อมแขนกว้างๆ ของเขานี่แหละที่ดึงฉันเข้าไปกอดแนบอก คอยลูบหลังปลอบโยนเบาๆ พร้อมกระซิบคำว่า *“ไม่เป็นไรนะ มีพี่อยู่ตรงนี้แล้ว”* ซ้ำๆ จนฉันเผลอหลับไปในความอบอุ่นนั้น แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักเล็กๆ ของฉัน อาการไข้เริ่มบรรเทาลงเหลือเพียงอาการตัวรุมๆ และเสียงแหบแห้ง พี่ทัพฟุบหลับคาโซฟาตัวเล็กข้างเตียงในท่าทางที่ไม่น่าจะสบายตัวเลยสักนิด เสื้อช็อปวิศวะสีเข้มถูกถอดพาดไว้บนพนักพิง เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำสนิทที่ขับให้ไหล่กว้างดูน่าซบยิ่งขึ้น ฉันนอนมองเสี้ยวหน้าของคนที่ยอมอดหลับอดนอนเฝ้าไข้ฉันทั้งคืนด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กำแพงความกวนประสาทที่ฉันสร้างไว้เพื่อป้องกันหัวใจตัวเองค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย... ให้ตายสิ ฉันกำลังจะแพ้ผู้ชายคนนี้แบบราบคาบจริงๆ แล้วใช่ไหมเนี่ย ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนหัวเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ฉันเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความงัวเงีย หน้าจอแสดงผลข้อความจากแชตกลุ่มแก๊งเพื่อนสนิทที่เด้งรัวไม่หยุด **เจ้านาย (ตัวชงระดับชาติ):** @หมอกหนา ไอ้คุณชาย! เป็นไงบ้างวะ ไวรัสตายหายหรือยัง เห็นพี่ทัพโพสต์สตอรี่ไอจีเป็นรูปกระป๋องเกลือแร่กับถ้วยโจ๊ก พร้อมแคปชั่น *'พยาบาลจำเป็นงานหนักชิบหาย แต่คนไข้น่ารักให้อภัย'* นี่มันหมายความว่าไงวะแก! เปิดตัวแล้วหรอ?! หัวใจของฉันหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่มเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ รีบกดสลับหน้าจอไปที่แอปพลิเคชัน Instagram ทันที และภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอสตอรี่ของบัญชี @Thapfah_ สดๆ ร้อนๆ เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ก็คือภาพโต๊ะข้างเตียงที่มีฉันนอนหลับตาพริ้มซุกหมอนอยู่ด้านหลัง แม้จะเบลอหน้าฉันนิดหน่อย แต่คนทั้งมหาลัยที่ฟอลโลว์เขาอยู่ ย่อมดูออกแน่ๆ ว่านี่คือห้องใคร! *นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน... เรื่องของพี่ทัพกับฉันกำลังจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ของคนทั้งคณะจริงๆ แล้วใช่ไหมเนี่ย!* “ตื่นแล้วเหรอ ตาใสเชียนะเรา” เสียงทุ้มง่วงนอนดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟา ดวงตาคมปรือปรอยปนความห่วงใยหันมามองตรงมาที่ฉัน ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองยุ่งเหยิง รอยยิ้มมุมปากถูกส่งมาให้อย่างเจ้าเล่ห์เช่นเคย “พี่ทัพ!” ฉันหวีดร้องด้วยความตกใจ รีบชูหน้าจอโทรศัพท์มือถือใส่หน้าเขา “นี่พี่กล้าลงสตอรี่รูปห้องหนูเหรอ! รู้ตัวไหมว่าตอนนี้เพื่อนในคณะแชตมาถล่มฉันจนโทรศัพท์จะระเบิดอยู่แล้วนะ!” พี่ทัพก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือฉัน แกล้งทำเป็นเลิกคิ้วสูงอย่างไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนฉันต้องเอนตัวหนีแทบไม่ทัน “ก็อยากประกาศให้โลกรู้ไง ว่าเด็กดื้อแถวนี้... มีเจ้าاحของคอยดูแลอยู่แล้ว” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างหู พร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอ ทำให้สติสัมปชัญญะที่เพิ่งฟื้นตัวของฉันกระเจิงหายไปในอากาศอีกรอบ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและอินไปกับความโบ๊ะบ๊ะของพี่ทัพและน้องหมอกหนากันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%