หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก•ตอนที่ 19

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
"เนี่ย มึงดู ดิชั้นจิ้มให้ดูชัดๆ เลยค่ะคุณผู้ชม รถเข็นคันนี้คือพยานรัก! ไม่ใช่สิ พยานปากเอกว่าพวกมึงสองคนต้องไปเดต—เอ้ย ไปซื้อของเข้าหอเอ้ยเข้าบ้านร่วมกัน!" เสียงแหลมปรี๊ดของเจ้านายดังทะลุสเกከርโทรศัพท์มือถือที่เปิดสปีกเกอร์โฟนวางไว้บนโต๊ะไม้หินอ่อนหน้าตึกนิเทศฯ ทำเอาหมอกหนาที่กำลังก้มหน้าก้มตาไถไอแพดถึงกับสะดุ้งสุดตัว จนปากกาแอปเปิ้ลเพนซิลเกือบหลุดมือร่วงลงไปจุ๊บกับพื้นฟุตพาท "เดตบ้าบออะไรของมึงล่ะเจ้านาย! แล้วทำไมกูต้องไปซื้อของกับพี่มันด้วยวะ ปรกติพวกมึงเป็นคนอาสาไปซื้อตุนไม่ใช่รึไง ทำไมอยู่ดีๆ หน้าที่ประเสริฐนี้ถึงตกมาอยู่ที่กู ห๊ะ!" หมอกหนาโวยวายเสียงดังลั่น พยายามส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายไปยังเพื่อนสนิทที่นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ฝั่งตรงข้าม แถมข้างกายยังมีไอ้ 'วิน' ตัวแสบฝั่งวิศวะนั่งพยักเพยิดสมรู้ร่วมคิดกันอยู่ "ก็ของใช้ในบ้านมันหมดไงหนา โฟมล้างหน้ามึงก็ใกล้หมด ทิชชูเปียกของโปรดมึงก็เกลี้ยง แล้วเผื่อมึงไม่รู้... ตู้เย็นที่ห้องตอนนี้มีแต่น้ำเปล่ากับเยลลี่ปีโป้ขึ้นรานะจ๊ะ" เจ้านายลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท "แล้วอีกอย่าง... พี่ทัพเขามีเรียนบ่ายโมงครึ่ง กว่าจะเลิกก็เย็นย่ำค่ำมืด มึงในฐานะ 'น้องรหัส' ที่แสนดี (และแอบรักเขาอยู่ลึกๆ แต่ไม่ยอมรับ) ก็ควรจะเสียสละเวลาอันมีค่าไปช่วยพี่เขาสแกนบาร์โค้ดหน่อยป่ะวะ" "ใครแอบรัก! พูดจาพล่อยๆ นะมึง เดี๋ยวปัดด้วยสันหนังสือเรียนจิตวิทยาให้คว่ำเลยนี่!" คนตัวเล็กหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที ยิ่งโดนจับพิรุธเรื่องความรู้สึกก็ยิ่งลนลานทำตัวไม่ถูก สองมือรีบคว้ากระเป๋าผ้าแคนวาสขึ้นมาสะพายไหล่ทำท่าจะเดินหนี แต่ทว่า... จังหวะก้าวขาออกจากม้านั่ง ดันเป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสีกรมท่าเข้ม ปลดกระดุมบนเผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อเนียนสะอาดตา เดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาประชิดตัวพอดี กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นแดดอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกจนหมอกหนาต้องชะงักกึก เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ "จะรีบเดินหนีไปไหนล่ะครับตัวเล็ก... หรือว่าเขินที่รู้ว่าจะได้ไปเดินซูเปอร์กับพี่สองต่อสอง?" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยแซวทันที พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ฮอตปรอทแตกจนคนมองต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนอาการใจเต้นรัวเป็นกลองเพล "ใครเขินพี่! หลบไปเลยนะไอ้พี่บ้า ใครเขาจะอยากไปเดินซูเปอร์กับพี่กัน ปล่อยเลยนะ!" หมอกหนาโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่า พยายามจะแทรกตัวเดินเลี่ยงไปทางซ้าย แต่ทัพฟ้าก็ขยับตัวมาดักทางไว้ทางขวาอย่างรู้ทัน เคมีของทั้งคู่เวลานี้ช่างเหมือนแมวขู่ฟ่อปะทะกับเจ้าของตัวแสบที่ยิ่งแกล้งก็ยิ่งสนุกมือ "เอ้า ก็ไอ้วินมันบอกว่าน้องหมอกหนาอาสาจะเป็นคนเลือกผักกาดขาวกับเนื้อหมูสไลด์ให้พี่นี่นา บอกว่าอยากทำสุกี้ให้พี่กินเป็นพิเศษด้วยไม่ใช่เหรอหื้ม?" ทัพฟ้าโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้มใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู "ไอ้... ไอ้พี่ทัพ! ไอ้พี่หน้ามึน ใครพูดตอนไหนวะ! ไอ้—" หมอกหนาหันไปถลึงตาใส่ไอ้วินกับเจ้านายที่ตอนนี้พากันยกมือถือขึ้นมาแกล้งทำเป็นกดเล่นราวกับไม่ได้ยินเสียงโวยวายของเขาเลยสักนิด "พวกมึงนี่มันคบไม่ได้จริงๆ!" "สรุปคือจะไปดีๆ หรือจะให้พี่อุ้มพาดบ่าเดินไปขึ้นรถครับ... เลือกเอา" ทัพฟ้าไม่พูดเปล่า แต่กลับขยับเข้าไปประชิดตัวมากกว่าเดิมจนแผงอกกว้างแทบจะแนบชิดกับร่างบาง รังสีความอบอุ่นและสายตาพราวระยับที่มองมาทำเอาหมอกหนาขาอ่อนยวบยาบ แทบจะล้มพับลงไปกองกับพื้นตรงนั้นให้ได้ ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไรวะ ทำไมถึงอันตรายต่อหัวใจขนาดนี้! สุดท้ายแล้วคนปากเก่งแต่ใจบางก็จำต้องยอมจำนน เดินตามร่างสูงลิ่วของเดือนมหาลัยไปยังลานจอดรถด้วยท่าทางฮึดฮัดกระเง้ากระงอดตลอดทาง โดยไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังแผนการ "ไปซื้อของด้วยกันสองคน" นี้ มันมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ถูกเซ็ตอัพไว้อย่างแนบเนียนชนิดที่ว่าต่อให้แก้ตัวยังไงก็ไม่หลุดพ้นบ่วงกามเทพที่แก๊งเพื่อนตัวแสบวางเอาไว้! บรรยากาศภายในรถยนต์ส่วนตัวของทัพฟ้าอบอวลไปด้วยความเงียบที่เจือความอึดอัดเล็กน้อย แอร์เย็นฉ่ำแต่ทำไมใบหน้าของหมอกหนาถึงได้ร้อนผ่าวราวกับนั่งอยู่กลางเตาผิงก็ไม่รู้ ดวงตากลมโตแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าคมคายของคนขับเป็นระยะ มือเรียวเล็กบีบเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน "มองขนาดนี้... เปลี่ยนจากกินสุกี้ เป็นกินพี่แทนไหมล่ะครับ อร่อยกว่าผักเยอะนะ" จู่ๆ คนที่ตั้งใจขับรถอยู่ก็เอ่ยขึ้นมาลอยๆ โดยไม่หันมามอง แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากนั้นฟ้องชัดเจนว่ากำลังแกล้งกันอยู่ "ใครมองพี่! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยนะไอ้พี่ทัพ หน้าอย่างกับโจรกลับใจ ใครเขาจะไปอยากกิน!" หมอกหนาแหวลั่น รีบหันขวับไปมองนอกหน้าต่างรถทันที เม้มปากแน่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เกือบจะหลุดออกมาให้เขาเห็น รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดสนิทที่ลานจอดรถของซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ทัพฟ้าจัดการถอดเข็มขัดนิรภัยก่อนจะหันมามองคนข้างกายที่ยังนั่งกอดอกทำหน้ามุ่ยอยู่บนเบาะ "ถึงแล้วครับคุณภรรยา—เอ้ย น้องรหัสตัวแสบ ลงไปช่วยพี่เลือกของได้แล้ว เดินตามมาติดๆ นะ เดี๋ยวหลงแล้วหาว่าพี่ไม่เตือน" "ใครจะไปเดินหลงแถวนี้เล่า โตจนควายจะชนอยู่แล้ว!" หมอกหนาบ่นอุบอิบก่อนจะเปิดประตูลงจากรถกระแทกเสียงดังใส่เบาๆ เรียกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอจากคนพี่ได้อย่างสบายใจ ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในโซนซูเปอร์มาร์เก็ต ความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศก็ปะทะเข้ากับผิวหน้า ทัพฟ้าถือวิสาสะหยิบรถเข็นคันใหญ่มาเลื่อนนำหน้า โดยมีหมอกหนาเดินตามหลังมาติดๆ คอยหยิบโน่นหย่านี่โยนใส่ตะกร้าตามรายการที่เจ้านายจดมาให้ยิกๆ "หนаหยิบแครอทให้พี่หน่อยสิลูกใหญ่ๆ นะ" ทัพฟ้าหยุดยืนหน้าชั้นวางผักสด หันมาสั่งด้วยน้ำเสียงออดอ้อน "เรื่องมากจริง..." หมอกหนาบ่นงึมงำแต่ก็ยอมก้มลงไปเลือกแครอทหัวที่สวยที่สุดส่งให้ "นี่! พอใจยัง" "ยัง..." ทัพฟ้าส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวจากด้านหลังจนหมอกหนาต้องผะหนี แต่ติดที่ชั้นวางผักกั้นไว้ทำให้ตอนนี้ร่างบางตกอยู่ในอ้อมแขนของคนพี่โดยสมบูรณ์ มือแกร่งเอื้อมข้ามไหล่เล็กไปหยิบกล่องนมสดมาใส่รถเข็น ลมหายใจอุ่นเป่ารดอยู่ข้างใบหูจนขนลุกซู่ "พ... พี่ทัพ จะทำอะไร ถอยไปเลยนะ คนมองเต็มเลย!" หมอกหนาร้องประท้วงเสียงสั่น หน้าแดงแจ๋จนแทบจะมุดแผ่นดินหนี หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันประท้วงออกมา "ก็เขินอะไรล่ะแค่นี้เอง..." ทัพฟ้ากระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบก้มลงมองริมฝีปากนุ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างนึกเอ็นดู "ไหนบอกหน่อยสิ ว่าที่ยอมมากับพี่วันนี้... เพราะคิดถึงพี่เหมือนที่พี่คิดถึงเราหรือเปล่า" คำถามตรงๆ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาหมอกหนานิ่งอึ้ง สมองประมวลผลไม่ทัน ชั่ววินาทีนั้นความเขินอายพุ่งทะยานจนปรอทแตก มือเล็กผลักอกแกร่งออกเบาๆ แล้วก้าวถอยหลังกรูดด้วยความลนลาน "ใครคิดถึงพี่! บ้า! เพ้อเจ้อ! ผมไปรอตรงแคชเชียร์แล้วนะ!" พูดจบก็หันหลังจ้ำอ้าวหนีหายเข้าไปในฝูงชนทันที ทิ้งให้ทัพฟ้ายืนยิ้มกรุ้มกริ่มมองตามแผ่นหลังบางที่เดินหนีด้วยความเอ็นดูระคนมันเขี้ยว แต่ทว่า... ในจังหวะที่หมอกหนากำลังเดินก้มหน้าก้มตาจ้วงฝ่าเท้าหนีความเขินอาย เลี้ยวพ้นมุมชั้นวางสินค้าโซนเครื่องดื่ม สายตากลับเหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นเคยของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากระชั้นชิดจนเกือบจะชนเข้าเต็มแรง ร่างนั้นหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทที่คุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าอะไรดี... "อ้าวน้องหมอกหนาบังเอิญจังเลยครับ มาเดินซื้อของกับใครเหรอเนี่ย... หรือว่าแอบหนีเที่ยวสองคนกับไอ้ทัพมัน?" ประโยคทักทายจากบุคคลที่ไม่คาดฝัน ทำให้หมอกหนาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยปากปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครอีกคนก็เดินเข้ามาประชิดด้านหลัง พร้อมกับมืออุ่นที่เอื้อมมาโอบไหล่บางไว้แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน "แฟนกู... กูพามาเอง มีปัญหาอะไรไหมไอ้วิน?" ทัพฟ้าเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความกวนประสาทขั้นสุด ขณะที่หมอกหนาหันขวับไปมองหน้าพระเอกหนุ่มสลับกับเพื่อนสนิทตัวแสบที่ยืนยิ้มแป้นแล้นด้วยความรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ—นี่มันไม่ใช่แค่แผนซ้อนแผนธรรมดา แต่มันคือแผนรวบหัวรวบหางที่พวกมันนัดแนะกันมาตลบหลังเขาต่างหากเล่า! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดนยัยตัวแสบตกหัวใจไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%